คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangหาดใหญ่ · เปลี่ยน

พิพัฒน์ สั่งรื้อสัญญาการบินไทย เพิ่มเงื่อนไขค่าปรับปมกระเป๋าตกค้าง

ที่มา: ข่าวสด

พิพัฒน์ สั่งรื้อสัญญาการบินไทย เพิ่มเงื่อนไขค่าปรับ ปมกระเป๋าตกค้าง

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า เตรียมทบทวนสัญญาให้บริการภาคพื้นและคลังสินค้าของบมจ. การบินไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเพิ่มเงื่อนไขค่าปรับกรณีให้บริการผิดพลาด หลังเกิดปัญหากระเป๋าสัมภาระและสินค้าตกค้างจำนวนมากระหว่างวันที่ 26-30 ก.ย. 69 ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารและภาพลักษณ์ของประเทศ แม้สัญญาทั้ง 2 ฉบับจะยังมีอายุเหลืออีก 15 ปีก็ตาม

เบื้องต้นได้หารือกับปลัดกระทรวงคมนาคม และ บมจ. ท่าอากาศยานไทย [AOT] หรือทอท. เบื้องต้นแล้วว่า มีความจำเป็นต้องทบทวนสัญญาของการบินไทย ทั้ง 2 สัญญา เพื่อเพิ่มค่าปรับเข้าไปให้เหมือนสัญญาผู้ให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น และโครงการให้บริการคลังสินค้า (Cargo) รายที่ 3 ซึ่ง ทอท.เพิ่งลงนามสัญญาร่วมลงทุนฯกับบริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) ที่ได้เพิ่มเติมเรื่องค่าปรับไว้แล้ว รวมถึงผู้ประกอบการรายที่ 2 ซึ่งทางบริษัท ดับบลิวเอฟเอสพีจีคาร์โก้ จำกัด หมดสัญญาแล้ว และทอท.กำลังเปิดประมูลใหม่ จะมีเงื่อนไขเรื่องค่าปรับเช่นกัน

นายพิพัฒน์กล่าวว่าสัญญาของการบินไทย ยังเหลืออีก 15 ปี ดังนั้นแนวทางคือต้องหารือระหว่างกระทรวงคมนาคม กับ ทอท. และจะเชิญทางการบินไทยมา แจ้งเตือน ว่ากรณีที่มีข้อผิดพลาด ทำให้ประเทศชาติเสียชื่อเสียง ทำให้การบินไทยเสียหายขนาดไหน ผมคงจะต้องหารือกับการบินไทย และจะต้องหารือหน่วยงานที่กำกับดูแลการบินไทย คือกระทรวงการคลังเพื่อให้รับทราบถึงกรณีนี้ด้วย ซึ่งผมจะหารือกับท่านเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีฯกระทรวงคลัง หารือปลัดกระทรวงการคลัง ว่าเรายอมไม่ได้ที่สัญญาไม่มีค่าปรับต้องพยายามมีบทปรับให้เหมือนรายที่ 3 และรายที่ 2 ที่กำลังประมูลใหม่

สำหรับสถานการณ์สัมภาระตกค้าง ล่าสุดถึงวันที่ 8 ต.ค.69 ยังมีกระเป๋าตกค้างอีก จำนวน 80 ใบ ซึ่งยังหาเจ้าของยังไม่เจอ โดย ทอท. มีหน้าที่เร่งประสานกับการบินไทยเพื่อส่งมอบกระเป๋าทั้งหมดให้ถึงมือผู้โดยสาร ส่วนเรื่องการปลด ซีอีโอ การบินไทย เป็นเรื่องของบอร์ดการบินไทยและกระทรวงการคลัง ไม่เกี่ยวกับ ทางกระทรวงคมนาคม

พัฒนาการของเหตุการณ์: 2 รายงาน

ความคิดเห็น