วันที่ 22 ต.ค. 2569 เทศบาลนครหาดใหญ่และเทศบาลเมืองคอหงส์ได้ข้อยุติร่วมบริหารจัดการน้ำ โดยมอบกรมชลประทานเป็นหน่วยงานหลักควบคุมการเปิด–ปิดประตูระบายน้ำคลองเรียนตามสถานการณ์จริงและหลักวิชาการ พร้อมเร่งขุดลอกคลอง 8 สาย กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และเสริมแนวป้องกันตลิ่ง เพื่อเตรียมรับมือฤดูมรสุม หลังเกิดฝนตกหนักในพื้นที่หาดใหญ่เมื่อคืนวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา จนประชาชนกังวลต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำ ที่ห้องประเมินสถานการณ์ เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ นายทวีศักดิ์ ทวีรัตน์ นายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ ตัวแทน สส.จูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา เขต 2 นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณ ตัวแทนภาคประชาชนพรรคประชาชน ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือ โดยมีนายศาสตรา ศรีปาน ที่ปรึกษาประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมประสานความร่วมมือ นายณรงค์พรกล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้กรมชลประทานเป็นหน่วยงานหลักพิจารณาการเปิด–ปิดประตูระบายน้ำคลองเรียน โดยคำนึงถึงปริมาณน้ำในคลอง ร.6 และสภาพพื้นที่รับน้ำ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงและลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองเทศบาล ส่วนพื้นที่แก้มลิงซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองคอหงส์ แต่เป็นความรับผิดชอบของเทศบาลนครหาดใหญ่ ให้เทศบาลนครหาดใหญ่ดูแลและพิจารณาขุดลอกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ
ด้านนายทวีศักดิ์ระบุว่า พื้นที่คอหงส์เป็นพื้นที่รับน้ำจากที่สูงทางฝั่งตะวันออก ซึ่งไหลเข้าสู่หาดใหญ่อย่างรวดเร็ว จึงต้องบริหารจัดการน้ำโดยมองภาพรวมทั้งระบบ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นต่อโครงการพระราชดำริและการออกแบบประตูระบายน้ำของกรมชลประทาน โดยเทศบาลเมืองคอหงส์จะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อแจ้งเตือนหาดใหญ่ล่วงหน้าและลดความเสียหายต่อประชาชน ขณะที่นายสุรศักดิ์ ทองปนแก้ว นายช่างชลประทานอาวุโส โครงการชลประทานสงขลา กล่าวว่า กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำตามสถานการณ์จริง โดยพิจารณาความเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ต้นน้ำในเขตคอหงส์กับพื้นที่รับน้ำต่อเนื่องในเขตหาดใหญ่ พร้อมติดตามประกาศและการคาดการณ์สภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนระบายน้ำให้เหมาะสม สำหรับการเตรียมความพร้อม กรมชลประทานเร่งขุดลอกคลอง 8 สาย อาทิ คลองระบายน้ำ ร.3 ปากคลอง ร.1 คลองตาช้าง และคลองบางกล่ำ ตั้งเป้าแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ ส่วนงานป้องกันตลิ่งคลอง ร.6 บริเวณหลังร้านไพศาลและใต้สะพานวงเวียนโคก เริ่มดำเนินงานฐานรากและตอกเสาเข็มแล้ว พร้อมเร่งรัดผู้รับจ้างป้องกันตลิ่งพัง ขณะที่คลอง ร.4 ได้เคลื่อนย้ายเครื่องจักรเข้าพื้นที่เพื่อกำจัดวัชพืชและเศษดินที่กีดขวางทางน้ำ ด้านระบบควบคุมประตูระบายน้ำอัตโนมัติ กรมชลประทานดำเนินการระยะแรกในประตูน้ำสำคัญบางแห่ง ได้แก่ อู่ตะเภา หน้าควน และบางหงี พร้อมติดตั้งกล้อง CCTV ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ประตูระบายน้ำคลองเรียนยังอยู่ในแผนดำเนินงานระยะต่อไป จึงยังต้องใช้เจ้าหน้าที่ควบคุมการเปิด–ปิดตามสถานการณ์
นายศาสตรากล่าวว่า การกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบให้ชัดเจนจะช่วยลดความกังวลและความเข้าใจคลาดเคลื่อนของประชาชน โดยย้ำว่าความห่วงใยของทั้งสองเทศบาลเกิดจากความต้องการลดผลกระทบในพื้นที่ ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างหน่วยงาน พร้อมระบุว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมและการประสานงานในพื้นที่ สำหรับงบประมาณ นายศาสตราระบุว่า รัฐบาลอนุมัติงบให้กรมชลประทาน 400 ล้านบาท สำหรับป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากรวมโครงการใหม่ที่อาจได้รับเพิ่มเติม วงเงินรวมอาจสูงถึง 1,000 ล้านบาท โดยการดำเนินโครงการและเบิกจ่ายต้องเป็นไปตามขั้นตอนและระเบียบราชการ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมติดตามสถานการณ์และประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดความเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่และเทศบาลเมืองคอหงส์
จรัส ชูศรี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.สงขลา