สาวไทยบินทวงเงินถึงอินเดีย ช็อกความจริง ผัวแต่งงานแล้ว 10 ปี ลูก 3 คน สูญเงินกว่า 2.1 ล้าน
อุทาหรณ์เตือนใจคนไทย หลังสื่ออินเดียหลายสำนักรายงานเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ว่า หญิงชาวไทยรายหนึ่งเดินทางไปยังเมืองกานปุระ รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย เพื่อเข้าร้องทุกข์กับตำรวจด้วยตัวเอง กล่าวหาชายท้องถิ่นย่านอันวาร์กันจ์ว่าหลอกลวงเธอในนามของการแต่งงาน จนสูญเงินรวมประมาณ 60 แสนรูปี หรือราว 2.1 ล้านบาท
หญิงไทยเจ้าทุกข์เข้าพบรองผู้บัญชาการตำรวจเพิ่มเติมเขตตะวันออกของเมือง พร้อมมอบภาพถ่ายงานแต่งงานและเอกสารประกอบคำร้อง
ตามคำร้องที่ยื่นต่อตำรวจ หญิงไทยรายนี้ระบุว่ารู้จักกับชายคนดังกล่าวผ่านอินสตาแกรมเมื่อราว 4 ปีก่อน จากนั้นพูดคุยกันจนสนิทสนมและได้พบกันที่ประเทศไทย เนื่องจากอีกฝ่ายเดินทางเข้าออกไทยเพื่อทำธุรกิจอยู่แล้ว ก่อนจะจัดพิธีแต่งงานตามประเพณีไทยเมื่อราว 2 ปีก่อน
หลังแต่งงาน เธออ้างว่าอีกฝ่ายเริ่มขอเงินเพื่อใช้ในธุรกิจและความจำเป็นต่างๆ โดยไม่ได้ขอเป็นก้อนใหญ่ครั้งเดียว แต่ทยอยขอหลายครั้งและเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนรวมแล้วราว 60 แสนรูปี ซึ่งเธอระบุว่าเป็นเงินจากธุรกิจของตัวเองส่วนหนึ่ง และกู้ยืมจากคนรอบข้างอีกส่วนหนึ่ง โดยยอมให้ไปเพราะเชื่อว่าเป็นครอบครัวเดียวกันและมีอนาคตร่วมกัน
จุดที่ทำให้เรื่องแตก คือเมื่อเธอเริ่มทวงเงินคืนแล้วอีกฝ่ายไม่คืน กลับยื่นเงื่อนไขให้เธอย้ายมาอยู่อินเดียถาวรและเปลี่ยนศาสนาแทน หญิงสาวปฏิเสธและยืนยันขอเพียงเงินคืน
จากนั้นเมื่อติดต่อไม่ได้เป็นเวลานาน เธอจึงตัดสินใจเดินทางมาอินเดียพร้อมคนรู้จัก เมื่อไปถึงบ้านของอีกฝ่ายก็พบความจริงว่าเขาแต่งงานมาแล้วกว่า 10 ปี มีลูก 3 คน ซึ่งเธอยืนยันว่าหากรู้ข้อมูลนี้ตั้งแต่แรกก็คงไม่ตัดสินใจแต่งงานด้วย
หญิงไทยรายนี้กล่าวกับตำรวจว่า ขณะนี้ต้องการเพียงได้เงินคืน เพราะยังต้องผ่อนชำระกับธนาคารในประเทศไทยทุกเดือน และมีหนี้ที่กู้ยืมคนอื่นมาด้วย โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว พร้อมขอให้ตำรวจสอบสวน ติดตามทรัพย์สินคืน และดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้านตำรวจระบุว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งเอกสารการแต่งงาน เส้นทางการเงิน บัญชีธนาคาร และข้อความสนทนาในโซเชียลมีเดีย รวมถึงตรวจสอบว่าเงินที่โอนจากประเทศไทยถูกนำไปใช้อย่างไร
เจ้าหน้าที่ย้ำว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดจะพิสูจน์ได้ก็ต่อเมื่อมีพยานหลักฐานจากการสอบสวน ขณะนี้จึงยังอยู่ในชั้นคำร้องของผู้เสียหายเท่านั้น ต่อมาสื่ออินเดียหลายสำนักรายงานเพิ่มเติมว่า ตำรวจได้รับคดีไว้ที่สถานีตำรวจอันวาร์กันจ์และจับกุมผู้ถูกกล่าวหาแล้ว โดยมีข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายร่างกายรวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ ยังไม่ปรากฏคำชี้แจงจากฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา
กรณีนี้เป็นอีกหนึ่งบทเรียนของความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากโซเชียลมีเดีย ซึ่งคนไทยตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงในลักษณะสร้างความสัมพันธ์แล้วขอเงินอย่างต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่าโรแมนซ์สแกม มาแล้วจำนวนมาก ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ตรวจสอบตัวตนและสถานภาพสมรสของอีกฝ่ายให้ชัดเจนก่อนโอนเงินทุกครั้ง เก็บหลักฐานการโอนและบทสนทนาไว้เสมอ และหากเกิดปัญหาในต่างประเทศ สามารถขอความช่วยเหลือผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศนั้นได้
- ตำรวจบุกรวบ ชาวไทย-ไนจีเรีย เอี่ยวโรแมนซ์สแกม ทำเหยื่อสูญ 114 ล้าน
- หนุ่มหลงกลแก๊งจัดหาคู่ หลอกแต่งงาน สูญเงินมหาศาล ช็อก! เจ้าสาวหนี้ท่วม ซ้ำติดโรคร้าย
- ตำรวจอินเดียรวบ “เจ้าสาวตบทรัพย์” วางยาขโมยเงินเจ้าบ่าว 25 ราย