คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangชุมพร · เปลี่ยน

ผิวแห้ง คัน ระคายเคือง อย่ามองข้าม แพทย์แนะ 5 เคล็ดลับปกป้องปราการผิวให้ชุ่มชื้น

ที่มา: มติชน

ผิวแห้ง คัน ระคายเคือง อย่ามองข้าม แพทย์แนะ 5 เคล็ดลับปกป้องปราการผิวให้ชุ่มชื้น

ผิวแห้งเป็นขุย หรือรู้สึกตึงผิวแม้จะทาโลชั่นเป็นประจำ อาจเป็นปัญหาที่หลายคนมักประสบ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องอยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานาน อาบน้ำอุ่นจัดเป็นประจำ หรือเผชิญกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการขาดความชุ่มชื้นเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการทำงานของ ‘ปราการผิว’ (Skin Barrier) ที่ช่วยปกป้องผิวจากสิ่งกระตุ้นภายนอกและลดการสูญเสียน้ำ

เมื่อปราการผิวทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ผิวอาจแห้งตึง หยาบกร้าน คัน และไวต่อการระคายเคืองมากขึ้น หากเกาซ้ำๆ ก็อาจยิ่งทำให้ผิวเสียสมดุล เกิดเป็นวงจรผิวแห้งและคันที่กลับมาเป็นซ้ำได้

“สุรักษ์สวรรค์ วงศ์เกียรติขจร” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ หรือหมออุ๋ม Olivia จาก SUAYSTORIES อธิบายว่า ปราการผิวทำหน้าที่เสมือนกำแพงที่ช่วยปกป้องผิวจากสิ่งกระตุ้นภายนอก พร้อมรักษาความชุ่มชื้นไว้ภายใน เมื่อปราการผิวอ่อนแอ ผิวจะสูญเสียน้ำได้ง่ายขึ้น จึงควรดูแลทั้งการเติมความชุ่มชื้นและการฟื้นบำรุงผิวควบคู่กัน

การดูแลผิวแห้งจึงไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการซื้อผลิตภัณฑ์หลายชนิด แต่สามารถเริ่มได้จากการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน และเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง

5 วิธีดูแลผิวแห้ง เสริมปราการผิวให้แข็งแรง

ลดความร้อนและการชะล้างที่มากเกินไป การอาบน้ำร้อนจัดหรือใช้เวลาอาบน้ำนานเกินไป อาจชะล้างไขมันตามธรรมชาติที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิว ทำให้ผิวแห้งตึงและระคายเคืองง่ายขึ้น ควรเลือกใช้น้ำอุณหภูมิพอเหมาะ ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการขัดถูผิวแรง ๆ โดยเฉพาะบริเวณที่แห้ง คัน หรือมีรอยแดง

ทาบำรุงหลังอาบน้ำขณะที่ผิวยังหมาด หลังอาบน้ำควรใช้ผ้าซับผิวเบาๆ แทนการถู แล้วทาผลิตภัณฑ์บำรุงขณะที่ผิวยังหมาด เพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น การดูแลอย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญกว่าการรอให้ผิวแห้งมากจนเริ่มคันแล้วจึงค่อยทาบำรุง

สำหรับผู้ที่มีผิวแห้งมาก อาจต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมช่วยดึงน้ำเข้าสู่ผิวและส่วนผสมที่ช่วยลดการสูญเสียน้ำ ทั้งนี้ ควรพิจารณาเนื้อสัมผัสที่ใช้ได้สบายผิวและเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันด้วย

เลือกส่วนผสมให้ตรงกับปัญหาผิว ส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมีหน้าที่แตกต่างกัน การเลือกใช้จึงควรพิจารณาจากอาการและสภาพผิวเป็นหลัก เช่น Glycerin ช่วยดึงความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิว ส่วน Provitamin B5 และ Niacinamide เป็นส่วนผสมที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เพื่อสนับสนุนการดูแลผิวและปราการผิว ขณะที่ Cica มักใช้ในผลิตภัณฑ์ที่เน้นปลอบประโลมผิว

สำหรับผู้ที่มีผิวแห้งมากและหยาบกร้าน Urea สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ผิวนุ่มขึ้น ส่วน AHA และ BHA เป็นสารที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว แต่ควรเลือกสูตรและความเข้มข้นให้เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่ผิวบอบบางหรือมีอาการอักเสบอยู่แล้ว เพราะสารผลัดเซลล์ผิวอาจทำให้ระคายเคืองมากขึ้นได้

หลีกเลี่ยงการเกาเมื่อผิวคัน อาการคันเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนเผลอเกาผิวโดยไม่รู้ตัว แต่การเกาซ้ำ ๆ อาจทำให้ผิวเกิดรอยถลอกและระคายเคืองมากขึ้น จนกลายเป็นวงจรที่ยิ่งคันก็ยิ่งเกา และยิ่งเกาก็ยิ่งทำให้ผิวเสียหาย

หากเริ่มคัน ควรหลีกเลี่ยงการเกา อาจใช้ผ้าเย็นประคบเบา ๆ และทาผลิตภัณฑ์บำรุงที่เหมาะกับผิว หากมีผื่นแดงรุนแรง ผิวแตก มีน้ำเหลือง หรืออาการคันไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาการดังกล่าวอาจไม่ได้เกิดจากผิวแห้งเพียงอย่างเดียว

ดูแลผิวระหว่างวัน ไม่ใช่เฉพาะหลังอาบน้ำ การอยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานานอาจทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแห้งอยู่แล้ว ควรสังเกตบริเวณที่แห้งเป็นพิเศษ เช่น หน้าแข้ง ข้อศอก และหัวเข่า แล้วทาบำรุงซ้ำตามความจำเป็น

นอกจากนี้ การเลือกเสื้อผ้าที่ไม่เสียดสีกับผิวมากเกินไป และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เกิดอาการแสบ คัน หรือระคายเคือง ก็เป็นส่วนหนึ่งของการลดปัจจัยที่อาจทำให้ผิวแห้งแย่ลงได้

เลือกผลิตภัณฑ์อย่างไร เมื่อผิวแห้งแต่ละแบบต้องการการดูแลต่างกัน

เมื่อเข้าใจพื้นฐานการดูแลปราการผิวแล้ว ขั้นต่อไปคือการเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับปัญหาที่พบ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกสูตรที่มีส่วนผสมมากที่สุดหรือให้ความรู้สึกเข้มข้นที่สุดเสมอไป ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดูแลผิวแห้งที่มีตัวเลือกตามลักษณะปัญหา ได้แก่ NIVEA Repair & Care ซึ่งมีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย 3 สูตรที่ใช้ส่วนผสมแตกต่างกันตามจุดประสงค์ในการดูแลผิว

สำหรับผิวแห้งสากและระคายเคืองง่าย มี NIVEA Repair & Care Intensive Care Serum หรือเซรั่มซิก้า ที่ประกอบด้วย Cica, Glycerin และ Natural Oils โดยแบรนด์ระบุว่ามีส่วนผสมบำรุงผิวรวม 12% และออกแบบมาเพื่อช่วยปลอบประโลมผิวและดูแลความชุ่มชื้น

ส่วนผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้านและคัน สามารถพิจารณา NIVEA Repair & Care Intensive Care Lotion หรือโลชั่นแถบแดง ซึ่งมี Glycerin, Provitamin B5 และ Niacinamide โดยแบรนด์ระบุว่ามีส่วนผสมบำรุงผิวรวม 10% และเน้นการเติมความชุ่มชื้นควบคู่กับการดูแลปราการผิว

ขณะที่ผิวแห้งมากและหยาบขรุขระ มี NIVEA Repair & Care Advanced Repair Lotion หรือโลชั่นยูเรีย ที่ประกอบด้วย Urea, AHA, BHA และ Natural Moisturizing Factor โดยแบรนด์ระบุว่ามีส่วนผสมบำรุงผิวรวม 12% และมุ่งเน้นการเพิ่มความชุ่มชื้นและดูแลผิวที่หยาบกร้าน

ผลิตภัณฑ์ทั้งสามสูตรเป็นตัวอย่างของการเลือกบำรุงตามลักษณะผิว แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรอ่านฉลากและวิธีใช้ให้ละเอียด ทดลองใช้ในบริเวณเล็กๆ ก่อนหากเป็นคนผิวบอบบาง และหยุดใช้หากเกิดอาการผิดปกติ ทั้งนี้ คำกล่าวอ้างเกี่ยวกับผลการทดสอบหรือระยะเวลาการให้ความชุ่มชื้นควรพิจารณาจากข้อมูลและเงื่อนไขการทดสอบของผู้ผลิตประกอบด้วย

ท้ายที่สุด การมีผิวสุขภาพดีไม่ได้หมายถึงการมีผิวที่ดูฉ่ำชุ่มชื้นเพียงชั่วคราว แต่คือการดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การทำความสะอาดอย่างเหมาะสม การเติมความชุ่มชื้น การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว ไปจนถึงการเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตัวเอง

ความคิดเห็น