คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangชลบุรี · เปลี่ยน

สึกแล้ว หลวงตาหื่น วัดดังมหาสารคาม แชทสยิว คุกคามทางเพศสาว

ที่มา: ข่าวสด

สึกแล้ว หลวงตาหื่น วัดป่าในจ.มหาสารคาม ทักแชทสยิว คุกคามทางเพศสาว เจ้าตัวยอมรับทำจริง ภายหลังหญิงวัย56 ร้องเรียน ก่อนที่พศจ.มหาสารคามลงพื้นที่สอบร่วมคณะสงฆ์

จากกรณีหญิงวัย 56 ปี ชาว อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ร้องเรียนว่าถูกผู้ใช้เฟซบุ๊กซึ่งอ้างว่าเป็นพระสงฆ์ในพื้นที่ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ส่งข้อความในลักษณะส่อไปทางเพศและใช้ถ้อยคำหยาบคายเข้าข่ายคุกคามทางเพศ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 29 ต.ค.2569 นายสมพร จันอุด ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า ภายหลังได้รับทราบเรื่องร้องเรียน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับคณะสงฆ์ในพื้นที่ อ.วาปีปทุม แต่ไม่พบพระรูปดังกล่าว ณ ที่พักสงฆ์

จึงประสานเจ้าคณะปกครองระดับตำบลและอำเภอ รวมถึงวัดต้นสังกัด เพื่อรายงานเหตุการณ์และดำเนินการตามขั้นตอนของคณะสงฆ์

ต่อมาในช่วงเช้าวันเดียวกัน คณะสงฆ์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยพระรูปดังกล่าวยอมรับว่าได้ติดต่อสื่อสารกับบุคคลที่เกี่ยวข้องจริง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกรณีนี้มีการแจ้งความดำเนินคดี จึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกที่เกี่ยวข้องกับบุคคลและคดีความได้

ทั้งนี้ คณะสงฆ์มีความเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวไม่เหมาะสม จึงให้พิจารณาลาสิกขา ก่อนที่พระรูปดังกล่าวจะสมัครใจลาสิกขาเรียบร้อยแล้ว

สำหรับจุดเริ่มต้นของเรื่อง ผู้ร้องเรียน เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังโพสต์วิดีโอผ่านสตอรี่เฟซบุ๊กตามปกติ ก่อนมีบัญชีผู้ใช้รายหนึ่งเข้ามาแสดงความคิดเห็นในลักษณะส่อไปทางเพศ

เมื่อเข้าไปตรวจสอบจึงพบว่าโปรไฟล์เป็นภาพพระสงฆ์ ทำให้รู้สึกไม่พอใจและตอบโต้กลับไป ก่อนจะได้รับข้อความที่มีถ้อยคำหยาบคายและส่อไปในทางคุกคามทางเพศ จึงบันทึกภาพหน้าจอไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากนี้ ผู้ร้องยังนำข้อมูลและหลักฐานบางส่วนที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับผู้หญิงรายอื่น ซึ่งเคยได้รับข้อความในลักษณะเชิงชู้สาว รวมถึงกรณีที่มีการกล่าวอ้างถึงการส่งคลิปลับหรือแสดงพฤติกรรมอนาจารผ่านช่องทางออนไลน์ มาประกอบการร้องเรียน เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างรอบด้าน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ได้รับผลกระทบรายอื่นยังต้องผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่มีอำนาจ

นายสมพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอแสดงความเสียใจและขออภัยต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอบคุณประชาชนที่แจ้งเบาะแส โดยย้ำว่าการช่วยกันสอดส่องดูแลเป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องพระพุทธศาสนา แต่ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะกรณีที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย

ส่วนคดีความภายหลังการลาสิกขา จะดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายต่อไป ขณะที่คณะสงฆ์จะดำเนินการในส่วนที่อยู่ภายใต้หน้าที่รับผิดชอบ พร้อมขอให้ประชาชนแยกแยะพฤติกรรมของบุคคลออกจากพระสงฆ์ที่ประพฤติปฏิบัติดี ซึ่งยังคงเป็นกำลังสำคัญในการสืบทอดพระพุทธศาสนา

ซึ่งการลาสิกขาเป็นกระบวนการในส่วนของคณะสงฆ์ ส่วนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศและพฤติกรรมอื่น ๆ จะต้องพิจารณาตามพยานหลักฐานและกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายสมพร กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอขอบคุณประชาชนที่แจ้งข้อมูลเข้ามา โดยเห็นว่าการช่วยกันสอดส่องดูแลเป็นหน้าที่ส่วนหนึ่งของพุทธศาสนิกชนทุกคน ในการร่วมกันปกป้องและคุ้มครองพระพุทธศาสนา

หากพบพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกระบวนการที่ถูกต้อง เพื่อให้คณะสงฆ์มีความสง่างามและเป็นที่ศรัทธาของประชาชน ขณะเดียวกัน หากพระสงฆ์ถูกกล่าวหาโดยไม่เป็นความจริง ก็ต้องช่วยกันปกป้องและให้ความเป็นธรรมเช่นกัน

ทั้งนี้ ขอให้พุทธศาสนิกชนทุกคนร่วมกันสอดส่องดูแล ปกป้องและคุ้มครองพระพุทธศาสนา พร้อมให้กำลังใจแก่คณะสงฆ์จังหวัดมหาสารคาม

โดยย้ำว่ายังมีพระสงฆ์อีกจำนวนมากที่ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ เป็นที่เคารพศรัทธาและควรค่าแก่การกราบไหว้ของพุทธศาสนิกชน อย่าเพิ่งตกใจหรือหมดศรัทธากับเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้น แต่ขอให้มาร่วมมือกันทำให้พระพุทธศาสนางดงามและได้รับการสืบทอดต่อไป

ความคิดเห็น