คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangชลบุรี · เปลี่ยน

สเปนไว้อาลัยทั่วประเทศ 3 วัน เหตุรถไฟชนกันดับ 68 ศพ เร่งพิสูจน์ตัวตนผู้เสียชีวิต

ที่มา: ไทยรัฐ

นายกฯ สเปนสั่งไว้อาลัยทั้งประเทศ หลังอุบัติเหตุรถไฟร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุโรป เจ้าหน้าที่เร่งพิสูจน์ตัวตนผู้เสียชีวิตและสอบสวนปมระบบควบคุมการเดินรถผิดพลาด

สเปนเริ่มไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน หลังเกิดอุบัติเหตุรถไฟชนกันอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 68 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายสิบคน นับเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุทางรถไฟครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ยุโรปยุคใหม่ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงทำงานตลอดทั้งคืน เพื่อค้นหาผู้ประสบเหตุที่อาจติดอยู่ภายในตู้รถไฟที่บิดเบี้ยวเสียหาย

เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษตัดโครงสร้างโลหะของตู้รถไฟ ท่ามกลางแสงไฟส่องสว่างขนาดใหญ่ โดยผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งยังอยู่ระหว่างการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่หลายร้อยนาย พร้อมใช้โดรนและเฮลิคอปเตอร์ช่วยค้นหาผู้ประสบเหตุและเคลื่อนย้ายซากปรักหักพัง

เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวแสดงความเสียใจต่อโศกนาฏกรรมครั้งนี้ โดยระบุว่า สเปนทั้งประเทศกำลังโศกเศร้า พร้อมกล่าวว่า มีผู้สูญเสียชีวิต ครอบครัวแตกสลาย และความเจ็บปวดครั้งนี้ใหญ่หลวงอย่างยิ่ง

อุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อเช้าวันพุธที่ผ่านมา หลังรถไฟที่เดินทางจากกรุงมาดริดมุ่งหน้าสู่เมืองเซบียาพุ่งชนท้ายรถไฟอีกขบวนที่จอดอยู่บนราง ส่งผลให้ตู้รถไฟหลายตู้ตกลงไปจากทางลาดข้างทาง

ออสการ์ ปูเอนเต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสเปน เปิดเผยว่า รถไฟขบวนที่จอดอยู่ดำเนินการโดยบริษัทเอกชนไอรีโอ (Iryo) และมีผู้โดยสาร 147 คน โดยรถไฟหยุดอยู่บนรางเนื่องจากระบบคอมพิวเตอร์ขัดข้อง เขาระบุว่า เมื่อเกิดความผิดพลาด ศูนย์ควบคุมการเดินรถตลอด 24 ชั่วโมงในกรุงมาดริดจะเข้ามารับหน้าที่ควบคุม แต่กลับมีคำสั่งให้รถไฟเคลื่อนขบวนอีกครั้งโดยไม่มีการจำกัดความเร็ว ซึ่งเขาเรียกว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่อาจอธิบายได้

ขณะเดียวกัน เสียงบันทึกการสนทนาระหว่างเจ้าหน้าที่ควบคุมการเดินรถกับพนักงานขับรถไฟดูเหมือนจะแสดงให้เห็นว่า มีการอนุญาตให้รถไฟความเร็วสูงขบวนหนึ่งเคลื่อนที่ ทั้งที่รถไฟอีกขบวนด้านหน้าหยุดอยู่ อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

บริษัท Iryo ระบุว่า รถไฟของบริษัทถูกชนท้ายโดยรถไฟอีกขบวนที่ดำเนินการโดยเรนเฟ (Renfe) ผู้ให้บริการรถไฟของรัฐ ซึ่งมีผู้โดยสาร 397 คนอยู่บนขบวน โดยแรงกระแทกทำให้ตู้รถไฟหลายตู้ตกลงไปตามลาดข้างทาง

ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า พบผู้โดยสารร้องไห้และมีเลือดออก หลายคนติดอยู่กับที่นั่ง ขณะที่ควันลอยคลุ้งไปทั่วตู้โดยสาร และมีตู้รถไฟหนึ่งตู้เกิดไฟไหม้

นายกรัฐมนตรีซานเชซกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ที่สเปนต้องเผชิญอุบัติเหตุรถไฟร้ายแรงถึง 2 ครั้งภายในปีเดียว หลังเหตุรถไฟความเร็วสูงชนกันใกล้เมืองกอร์โดบาเมื่อเดือนมกราคม ทำให้มีผู้เสียชีวิต 46 ราย โดยเหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นบนเส้นทางเดียวกับอุบัติเหตุครั้งล่าสุด แต่เกิดขึ้นไกลลงไปทางใต้

โศกนาฏกรรมครั้งนี้ยังจุดกระแสเรียกร้องความรับผิดชอบ โดยพรรคการเมืองส่วนใหญ่ระงับการหาเสียงเลือกตั้ง ขณะที่พรรคขวาจัดว็อกซ์ (Vox) เป็นข้อยกเว้น ซานติอาโก อาบัสกัล หัวหน้าพรรค ระบุว่า พรรคจะไม่เข้าร่วมสิ่งที่เขามองว่าเป็นความพยายามใช้ช่วงเวลาแห่งการไว้อาลัยเพื่อปิดปากผู้วิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของประเทศ

ในช่วงกลางคืนวันพุธ ผู้ประท้วงราว 1,500 คนรวมตัวกันบริเวณด้านนอกกระทรวงคมนาคมในกรุงมาดริด โดยส่วนใหญ่เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีซานเชซและรัฐมนตรีคมนาคมลาออก ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม หลังผู้ประท้วงขว้างขวดและพลุไฟ อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือถูกจับกุม

ด้านสหภาพพนักงานขับรถไฟสเปนยืนยันว่า การหยุดงานที่วางแผนไว้ในวันพฤหัสบดีจะยังคงดำเนินต่อไป เพื่อเรียกร้องความปลอดภัยในการเดินรถ ขณะที่อัลเบร์โต นูเญซ เฟย์โฆ หัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก กล่าวว่า ประชาชนชาวสเปนมีสิทธิที่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

ขณะเดียวกัน ครอบครัวของผู้โดยสารยังคงเร่งติดตามข่าวของบุคคลที่สูญหาย โดยหน่วยพิทักษ์พลเรือนสเปนตั้งศูนย์รับแจ้งและตรวจสอบบุคคลสูญหายในกรุงมาดริด เมืองโตเลโด เซบียา และกอร์โดบา พร้อมเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอเพื่อช่วยระบุตัวผู้เสียชีวิตและประสานข้อมูลกับญาติ

ประชาชนในเมืองโตเลโดใกล้จุดเกิดเหตุร่วมยืนสงบนิ่งไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิต ขณะที่ธงสหภาพยุโรปในกรุงบรัสเซลส์ลดลงครึ่งเสา เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับสเปนในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้า

อุบัติเหตุครั้งนี้ถือเป็นเหตุรถไฟชนกันครั้งร้ายแรงที่สุดของสเปนนับตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 80 ราย ในเหตุรถไฟตกรางบริเวณชานเมืองซานติอาโก เด กอมโปสเตลา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ

ความคิดเห็น