คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangชลบุรี · เปลี่ยน

ม.ศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี ผนึก World Bank ปั้น “คนทำงานที่เป็นคน” ก่อน ...

ที่มา: เดลินิวส์

เมื่อวันที่ 28 ก.ย.มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี ร่วมกับ ธนาคารโลก (World Bank) และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เดินหน้า โครงการเสริมสร้างการเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์ในสถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือ SELVT เพื่อทำเรื่องที่ฟังดูนามธรรมอย่าง “Social and Emotional Learning–SEL” ให้เกิดขึ้นจริงในห้องเรียนอาชีวะไม่ใช่อบรมกันวันสองวันแล้วแยกย้าย

โครงการนี้เดินงานในสถานศึกษาอาชีวศึกษา 53 แห่ง 33 จังหวัดทั่วประเทศ มีทั้งการอบรมครู ให้เครื่องมือและกลยุทธ์ไปใช้จริงในชั้นเรียน ติดตามการสอน แลกเปลี่ยนผ่าน PLC ประเมินผล และกลับมาคุยกันต่อว่าอะไรได้ผล อะไรยังติดขัด และจะปรับอย่างไรให้เหมาะกับเด็กแต่ละกลุ่ม พูดให้ง่ายก็คือ ไม่ได้สอนครูให้ “รู้จัก SEL” เท่านั้น แต่พยายามทำให้ครู “ใช้ SEL เป็น” “ถ้าใจไม่แข็งแรง อย่างอื่นก็ไปได้ไม่ไกล”

ดร.บุษบา ชัยจินดา รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี มองเรื่องนี้ชัดว่า การสร้างแรงงานคุณภาพ ไม่ควรไปรอเริ่มตอนเด็กกำลังจะสมัครงานแต่ต้องเริ่มตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นผู้เรียน เพราะคนหนึ่งคน ต่อให้มีความรู้ทางวิชาชีพดีแค่ไหน ถ้าจัดการอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ทำงานกับคนอื่นไม่ได้ รับแรงกดดันไม่ไหว หรือเจออุปสรรคแล้วถอย ก็ยากที่จะไปได้ไกลในโลกการทำงานจริง เราเชื่อว่าถ้าฐานด้านสังคมและอารมณ์ของผู้เรียนแข็งแรง การพัฒนาด้านวิชาการ วิชาชีพ และทักษะอื่น ๆ ก็จะเกิดขึ้นได้ดีขึ้น เพราะฉะนั้น SEL จึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการพัฒนานักศึกษาของเรา

อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือ ความร่วมมือกับ World Bank ครั้งนี้ไม่ได้พัฒนาเฉพาะเด็ก อาจารย์ก็ถูกพัฒนาไปพร้อมกัน ดร.บุษบา บอกว่า การได้ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ทำให้อาจารย์ได้เห็นทั้งวิธีคิด วิธีทำงาน และเข้าใจเรื่อง SEL จากสถานการณ์จริง ไม่ใช่จากตำราอย่างเดียว สิ่งที่ได้จึงไม่ได้จบอยู่ในงานวิจัย แต่สามารถย้อนกลับมาใช้พัฒนาการเรียนการสอนและการดูแลนักศึกษาของเราได้โดยตรง”

เพราะฉะนั้น ถ้าถามว่านโยบายหลังจากนี้คืออะไร คำตอบก็ตรงไปตรงมา อยากให้เด็กแข็งแรง อาจารย์ต้องแข็งแรงและเข้าใจเรื่องนี้ก่อน มหาวิทยาลัยจึงเตรียมต่อยอดองค์ความรู้ที่ได้ ไปสู่การพัฒนาคณาจารย์ให้สามารถออกแบบการเรียนรู้ที่พัฒนาเด็กได้ทั้ง “หัว–มือ–ใจ” ไปพร้อมกัน

จาก RCT ในโรงเรียน สู่ SEL ในอาชีวะ ฝั่งงานวิจัย รองศาสตราจารย์ ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี มองว่า โครงการนี้ไม่ใช่การเริ่มจากศูนย์ ทีมวิจัยมีประสบการณ์จากงานวิจัยแบบ Randomized Controlled Trial หรือ RCT ที่เคยร่วมกับ OECD ในการศึกษาการพัฒนาทักษะการคิดของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมาก่อน

ครั้งนี้จึงเหมือนการ “ขยับโจทย์” จากเรื่องทักษะการคิด มาสู่เรื่องทักษะทางสังคมและอารมณ์ในระดับอาชีวศึกษา แต่บริบทครั้งนี้ซับซ้อนกว่าเดิม เพราะไม่ได้มองแค่ว่าเด็กเรียนดีขึ้นหรือไม่ แต่ต้องดูทั้งอารมณ์ ความสัมพันธ์ การทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ ความพร้อมในการเรียน และความพร้อมต่อโลกการทำงาน “ครั้งนี้เราได้ร่วมออกแบบกระบวนการวิจัยกับทีมธนาคารโลกอย่างใกล้ชิด วิธีวิทยาการวิจัยจึงมีความลุ่มลึกและรัดกุมขึ้น และทีมงานของเราก็ได้พัฒนาทั้งวิธีคิด วิธีวิจัย และประสบการณ์การทำงานระดับนานาชาติ

แต่เจ้าตัวบอกเองว่า สิ่งที่น่าสนใจกว่าวิธีวิจัย คือสิ่งที่เห็นในห้องเรียน สิ่งที่มีค่ากว่าวิธีวิจัย คือเราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงจริงในห้องเรียน จากการติดตามและสังเกตการสอน พบว่า เมื่อครูเริ่มเอา SEL ไปใช้จริง ห้องเรียนหลายแห่งมีชีวิตขึ้น เด็กกล้าพูด กล้าคิด กล้าลงมือทำมากขึ้น มีความมั่นใจ ทำงานกับเพื่อนได้ดีขึ้น ขณะที่ครูก็เริ่มเข้าใจเด็กแต่ละคนมากกว่าเดิม บางห้องใช้ Emotional Check-in ก่อนเรียน บางแห่งใช้ Reflection บางแห่งใช้เพื่อนช่วยเพื่อน บางแห่งเปิดพื้นที่ให้เด็กได้พูดถึงความรู้สึกหรือปัญหาของตัวเอง

ผลที่ตามมาไม่ใช่แค่ “บรรยากาศดีขึ้น” แต่เด็กบางคนที่เคยเงียบ เริ่มกล้าแสดงออก เด็กที่ไม่ค่อยมีส่วนร่วมเริ่มกลับเข้ามาอยู่ในวงเรียนรู้ และหลายห้องสะท้อนตรงกันว่าเด็กมีความสุขกับการเรียนมากขึ้น

ครูต้นแบบในโครงการยังสะท้อนผลที่น่าสนใจ ตั้งแต่เด็กมีสมาธิพร้อมเรียนมากขึ้น มีความมั่นใจ ทำงานเป็นทีม ไปจนถึงการกล้าเข้าหาครูเมื่อมีปัญหา และรู้สึกว่าตัวเอง “มีที่ยืน” ในห้องเรียน

รศ.ดร.ธันยวิช สรุปไว้น่าสนใจว่า “SEL ไม่ใช่กิจกรรมเสริม แต่สามารถหลอมรวมอยู่ในวิชาชีพได้ เด็กยังเรียนไฟฟ้า เกษตร กราฟิก หรือคอมพิวเตอร์เหมือนเดิม แต่คุณภาพของห้องเรียนเปลี่ยน ความสัมพันธ์เปลี่ยน และเด็กเรียนรู้อย่างมีความสุขมากขึ้น”

World Bank มองไกลกว่าห้องเรียน หาก ดร.บุษบา มอง SEL จากมุมการพัฒนาคน และ รศ.ดร.ธันยวิช มองจากห้องเรียนกับหลักฐานวิจัย ฝั่ง นายโคจิ มิยาโมโตะ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก มองไกลไปถึงเรื่องเศรษฐกิจและผลิตภาพของประเทศ เขาอธิบายว่า Social and Emotional Skills ไม่ใช่เรื่อง “นุ่ม ๆ” ที่สวยงามแต่จับต้องไม่ได้ ตรงกันข้าม มันเกี่ยวกับการทำงานโดยตรง ทั้งการทำงานกับเพื่อนร่วมงาน การใส่ใจคนอื่น ความพากเพียรในงานยาก การรับมือกับสถานการณ์กดดัน และการคิดหาวิธีใหม่ ๆ

“หากเราต้องการให้คนทำงานมีผลิตภาพสูง ทักษะที่จำเป็นไม่ได้มีเพียงทักษะทางเทคนิคเท่านั้น”

เพราะคนที่ทำงานร่วมกับคนอื่นได้ดี ยืนระยะกับงานยากได้ และคิดของใหม่เป็น ย่อมเชื่อมโยงไปสู่ทั้ง Productivity และ Innovationและเมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในระดับคนจำนวนมาก ก็หนีไม่พ้นว่าจะไปแตะเรื่องการเติบโตของอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ

นายโคจิยังมองว่า SEL สำคัญต่อการเรียนรู้ด้วย เพราะผู้เรียนที่มีฐานด้านสังคมและอารมณ์ดี มักพร้อมเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ได้มากกว่า นายโคจิ กล่าวว่าสำหรับความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี เขามองว่ายังมีพื้นที่ให้เดินต่อได้อีกมากจากอาชีวศึกษา วันนี้อาจต่อยอดไปสู่อุดมศึกษาในวันหน้า

เพราะมหาวิทยาลัยเองก็เป็นด่านสำคัญก่อนที่คนรุ่นใหม่จะออกไปเจอโลกงานจริง

“เราตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรีอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น” ทั้งหมดนี้ทำให้ SEL น่าจะไม่ใช่แค่เรื่องใหม่ในแวดวงการศึกษา แต่น่าจะเป็นคำถามใหญ่ของการพัฒนากำลังคนว่า เรากำลังผลิตคนที่แค่ “ทำงานเป็น” หรือกำลังสร้างคนที่ “ทำงานกับคนอื่นเป็น อยู่กับความเปลี่ยนแปลงเป็น และเติบโตต่อไปเป็น” กันแน่ เพราะสุดท้ายแล้ว โลกการทำงานอาจไม่ได้ต้องการเพียงคนเก่งที่สุด แต่อาจต้องการคนที่ เก่งงาน เก่งคน และไม่แพ้ใจตัวเอง มากที่สุดด้วย.

ความคิดเห็น