กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ 9 หน่วยงานรัฐ เปิดปฏิบัติการ "ยุทธรัฐ" ปูพรมตรวจค้น 3 จุดใหญ่ในกรุงเทพฯ ขยายผลสอบนิติจำนวน 61 บริษัท เข้าข่ายนอมินีถือหุ้นแทนคนต่างด้าว
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้ามาตรการป้องกันและปราบปรามการประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าวอย่างเข้มข้น ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยล่าสุด นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยนำวิถีในการชี้เป้าและตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่มีพฤติการณ์ใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ หรือ "นอมินี"
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกับ 9 หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), กรมสรรพากร, กรมการปกครอง, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.), กองบัญชาการตำรวจสันติบาล, กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.), กรมการจัดหางาน, กรมที่ดิน และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยขยายผลจากกรณีกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่ได้รับแปลงสัญชาติเป็นสัญชาติไทย ซึ่งทำกิจกรรมกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและหลีกเลี่ยงภาษีอากร
เจาะลึกผลการตรวจค้น 3 จุดสำคัญ พื้นที่ชั้นในกรุงเทพมหานคร
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเป้าหมายสำคัญ 3 จุด ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่พบการกระทำผิดและหลักฐานสำคัญหลายรายการ ดังนี้
- จุดที่ 1 มูลนิธิชาบาดกรุงเทพ (เขตพระนคร) ตรวจพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 3 ราย ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต และอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งได้ดำเนินคดีกับนายจ้าง 1 ราย ในข้อหารับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต
- จุดที่ 2 บริษัท กาน ชาบาด จำกัด (เขตบางรัก) ตรวจพบพยานหลักฐานสำคัญจำนวนมาก อาทิ เอกสารการจดทะเบียนมูลนิธิ/สมาคม เอกสารการรับบริจาค บัญชีรายชื่อสมาชิก เอกสารการซื้อขายที่ดิน การยื่นภาษี ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม/ร้านอาหาร และเอกสารนิติบุคคลที่มีการใช้ที่ตั้งสำนักงานแห่งเดียวกันกว่า 61 บริษัท เบื้องต้นพบกรรมการและผู้ถือหุ้นในกลุ่มนี้บางรายได้รับการแปลงสัญชาติเป็นไทย
- จุดที่ 3 ยิวสมาคมแห่งประเทศไทย (เขตคลองเตย) ตรวจพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว 2 ราย ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต และได้ดำเนินคดีกับนายจ้าง 1 รายตามกฎหมาย
สรุปพฤติการณ์เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
จากการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลเชิงลึก กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจำแนกพฤติการณ์ที่เข้าข่ายความผิดตาม พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ดังนี้
“จากการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลเชิงลึกยังได้พบความเชื่อมโยงของผู้ถือหุ้นคนไทยที่มีความเกี่ยวข้องกับ นิติบุคคลและกลุ่มเครือข่ายดังกล่าว รวมทั้งพบความเชื่อมโยงของผู้ทำบัญชีที่สังกัดสำนักงานรับทำบัญชี โดยมีกรรมการและผู้ถือหุ้นคนไทยของสำนักงานบัญชีบางรายเข้าไปมีชื่อถือหุ้นอยู่ในบริษัทกลุ่มเป้าหมายหลายบริษัทด้วย ทั้งนี้ หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กรมฯ จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” อธิบดีกิตติวัฒน์ฯ กล่าวทิ้งท้าย
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม