คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangเชียงราย · เปลี่ยน

เชียงรายติดโผ 22 จังหวัดรับแผนปิดทองหลังพระระยะ 5 บูรณาการพัฒนาแหล่งน้ำชุมชนและแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าบนดอย

ที่มา: นครเชียงรายนิวส์ — Nakorn Chiang Rai News

เชียงรายติดโผ 22 จังหวัดรับแผนปิดทองหลังพระระยะ 5 บูรณาการพัฒนาแหล่งน้ำชุมชนและแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าบนดอย - มหาดไทยสั่งการ 22 จังหวัดเป้าหมาย เตรียมแผนปฏิบัติการปิดทองหลังพระระยะ 5 (พ.ศ. 2571–2575) วงเงิน 1,537,679,000 บาท - เชียงรายเป็น 1 ใน 6 จังหวัดภาคเหนือที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ - มุ่งพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก ฝายชะลอน้ำ และอ่างเก็บน้ำนอกเขตชลประทานบนภูเขาสูง - นำระบบ Agri-Map วางแผนปรับเปลี่ยนพืชเชิงเดี่ยวสู่เกษตรผสมผสานเพื่อตัดวงจรการเผาไร่ - เชื่อมโยงสถาบันการศึกษา พาณิชย์จังหวัด และชุมชน สร้างรายได้ยั่งยืนครบวงจร เชียงรายติดโผ 22 จังหวัดรับแผนปิดทองหลังพระระยะ 5 ปลดล็อกน้ำนอกเขตชลประทาน ดึง Agri-Map จัดระเบียบไร่ภูเขาดับไฟป่าหมอกควัน เชียงราย,1 พฤศจิกายน 2569 – กระทรวงมหาดไทยสั่งการผู้ว่าราชการ 22 จังหวัดเป้าหมาย เตรียมแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ระยะที่ 5 วงเงินรวมกว่า 1,500 ล้านบาท มุ่งขยายผลการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กนอกเขตชลประทานในพื้นที่สูงของเชียงราย เชื่อมเทคโนโลยี Agri-Map จัดระบบเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อแก้ปัญหาน้ำแล้ง ปรับลดพื้นที่พืชเชิงเดี่ยว และตัดวงจรการเผาเศษวัสดุการเกษตรบนพื้นที่สูงอย่างเป็นรูปธรรม ความพยายามแก้ปัญหาภัยแล้ง หมอกควันไฟป่า และหนี้สินของเกษตรกรบนพื้นที่สูงทางภาคเหนือกำลังเดินหน้าสู่จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างผ่านความร่วมมือระดับนโยบายของภาครัฐ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในหนังสือสั่งการด่วนที่สุด ที่ มท 0211.9/ว 8303 ส่งตรงถึงผู้ว่าราชการจังหวัดใน 22 จังหวัดพื้นที่เป้าหมายทั่วประเทศ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจและเตรียมความพร้อมขับเคลื่อน (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านบูรณาการการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ระยะที่ 5 ซึ่งครอบคลุมกรอบเวลาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2571 ถึง 2575 ของมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ การขยับตัวล่วงหน้าของกระทรวงมหาดไทยครั้งนี้เกิดขึ้นทันทีหลังสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการของแผนดังกล่าวเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ควบคู่กับการประชุมคณะกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ก่อนเตรียมนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาอนุมัติกรอบงบประมาณของคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ จังหวัดเชียงรายได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 6 จังหวัดเป้าหมายของภาคเหนือ ร่วมกับเชียงใหม่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน และอุทัยธานี ท่ามกลางภาพรวมของประเทศที่มีจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 จังหวัด ภาคใต้ 3 จังหวัด และภาคกลางกับตะวันตก 1 จังหวัด ซึ่งต่างเป็นพื้นที่เปราะบางทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ปลดล็อกงบประมาณผสมผสาน มุ่งฟื้นฟูป่าต้นน้ำและแหล่งน้ำชุมชน โครงสร้างทางการคลังของแผนปฏิบัติการระยะที่ 5 ได้รับการออกแบบภายใต้รูปแบบการเงินผสมผสาน หรือ Blended Financing Model รวมวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 1,537,679,000 บาท ซึ่งกระจายความรับผิดชอบไปยังหลายภาคส่วนเพื่อลดภาระงบประมาณแผ่นดิน โครงสร้างงบประมาณประกอบด้วยงบอุดหนุนทั่วไปจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 687,975,000 บาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 44.74 ตามด้วยงบอุดหนุนทั่วไปจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 583,000,000 บาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 37.91 งบประมาณส่วนที่เหลือได้รับการสนับสนุนจากเงินสะสมของมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ จำนวน 150,000,000 บาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 9.75 เงินสนับสนุนจากภาคธุรกิจเอกชน 75,000,000 บาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.88 และงบอุดหนุนทั่วไปจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีก 41,847,000 บาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.72 สัดส่วนงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่สูงรวมกันถึงร้อยละ 82.65 ชี้ชัดว่าจุดเน้นของแผนระยะที่ 5 ให้น้ำหนักกับการฟื้นฟูดิน น้ำ และป่าไม้ ซึ่งเป็นฐานทรัพยากรที่แท้จริงของการดำรงชีวิตในชนบท โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาสูงของเชียงรายที่อยู่นอกเขตชลประทานขนาดใหญ่และต้องเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำเพาะปลูกในฤดูแล้งอย่างต่อเนื่อง กลไก ก.บ.จ. เชื่อมแผนงานระดับจังหวัด ทลายการทำงานแบบแยกส่วน ปัญหาคอขวดที่การพัฒนาชนบทมักพบเจอคือความล่าช้าของขั้นตอนราชการและการทำงานแยกส่วนของแต่ละหน่วยงาน คำสั่งการของกระทรวงมหาดไทยระบุให้จังหวัดใช้ 2 กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพื้นที่ กลไกแรกคือ คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ หรือ ก.บ.จ. ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ทำหน้าที่เชื่อมภารกิจของสถาบันปิดทองหลังพระฯ เข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ภายใต้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. 2565 กลไกนี้เปิดทางให้โครงการขนาดเล็กของชุมชน เช่น การขุดลอกทางน้ำ การวางระบบท่อส่งน้ำ หรือการปรับปรุงฝายชะลอน้ำ สามารถบรรจุลงในแผนปฏิบัติการเชิงพื้นที่แบบเบ็ดเสร็จ หรือ One Plan เพื่อรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้อย่างต่อเนื่อง กลไกที่สองคือ คณะอนุกรรมการประสานงานโครงการพัฒนาของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ประจำจังหวัด ซึ่งตั้งขึ้นตามมติบอร์ดสถาบันฯ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2567 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ผู้อำนวยการหรือรองผู้อำนวยการสถาบันปิดทองหลังพระฯ เป็นรองประธาน ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการด้านความมั่นคง ท้องถิ่น เกษตร ทรัพยากรธรรมชาติ ชลประทาน และการพาณิชย์ รวมไม่เกิน 25 คน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำว่าเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม จังหวัดต้องทำงานข้ามสายงานอย่างแท้จริง ผ่านการประสานสถาบันการศึกษาทุกสังกัดและสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ สร้างคน สร้างงาน ควบคู่กับการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเข้ามาทำหน้าที่สร้างช่องทางการตลาดระบายสินค้าชุมชน และร่วมมือกับผู้นำศาสนาในพื้นที่เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ถอดบทเรียนความสำเร็จสู่เชียงราย จัดระเบียบไร่ภูเขาตัดวงจรหมอกควัน ผลการดำเนินงานสะสมตั้งแต่ระยะที่ 1 ถึง 4 ระหว่างปี 2554 ถึง 2570 ของมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ชี้ให้เห็นว่าสามารถพัฒนาระบบน้ำเพื่อการเกษตรได้กว่า 514,420 ไร่ ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนในพื้นที่โครงการกว่า 4,600 ล้านบาท พร้อมทั้งฟื้นฟูป่าไม้ได้ 106,580 ไร่ และสร้างฝายอนุรักษ์รวม 6,694 แห่ง พื้นที่ต้นแบบในจังหวัดน่านสามารถลดการเกิดไฟป่าได้ถึงร้อยละ 99 จากการส่งเสริมให้ชาวบ้านปรับเปลี่ยนจากการทำไร่ข้าวโพดและพืชเชิงเดี่ยวบนภูเขามาสู่การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ที่มีแหล่งน้ำรองรับ สำหรับเกษตรกรในเชียงราย ปัญหาภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชันทำให้พื้นที่เพาะปลูกส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงคลองชลประทาน เกษตรกรจึงพึ่งพาฝนธรรมชาติและหันไปปลูกพืชไร่เชิงเดี่ยว ซึ่งตกเป็นจำเลยหลักในปัญหาการเผาตอซังและเศษวัสดุการเกษตรหลังการเก็บเกี่ยว จนกลายเป็นวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ปกคลุมภาคเหนือเป็นประจำทุกปี การขับเคลื่อนระยะที่ 5 ในเชียงรายจะนำระบบแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก หรือ Agri-Map เข้ามาประเมินความเหมาะสมของดินและแหล่งน้ำในระดับรายแปลง สนับสนุนการสร้างฝายชะลอน้ำและอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กตามร่องเขา เพื่อดึงน้ำเข้าสู่พื้นที่นอกเขตชลประทาน เมื่อเกษตรกรมีน้ำต้นทุนใช้เพาะปลูกตลอดทั้งปี ความจำเป็นในการปลูกพืชเชิงเดี่ยวแบบใช้น้ำน้อยแต่ต้องพึ่งการเผาพื้นที่เตรียมดินจะลดลง เปิดทางสู่การทำเกษตรผสมผสาน การปลูกไม้ยืนต้น และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต สร้างห่วงโซ่เศรษฐกิจชุมชน เชื่อมทักษะแรงงานสู่ตลาดปลายทาง การปรับเปลี่ยนอาชีพของเกษตรกรจะไม่จำกัดอยู่เพียงการขุดแหล่งน้ำ แต่แผนระยะที่ 5 ได้วางระบบนิเวศน์ทางเศรษฐกิจไว้อย่างครบวงจร สถาบันการศึกษาในท้องถิ่นร่วมกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานจะเข้ามาอบรมทักษะเชิงลึก ทั้งการบำรุงรักษาระบบส่งน้ำขนาดเล็ก การใช้เทคโนโลยีการเกษตรแม่นยำ และการแปรรูปผลผลิต เพื่อดึงแรงงานรุ่นใหม่ให้อยู่ทำงานในภูมิลำเนา ขณะเดียวกัน สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจะทำหน้าที่จับคู่สินค้าเกษตรปลอดภัยของเชียงรายเข้าสู่ช่องทางโมเดิร์นเทรดและการค้าออนไลน์ ป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาดและการกดราคาของพ่อค้าคนกลาง เพื่อให้รายได้ครัวเรือนขยับขึ้นตามบันไดการพัฒนา 3 ขั้น คือ อยู่รอด พอเพียง และยั่งยืน นอกจากนี้ แผนระยะที่ 5 ยังได้ร่วมมือทางวิชาการกับศูนย์วิจัยและพัฒนาเครื่องมือด้านการประเมินผลตอบแทนทางสังคม วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำระเบียบวิธีประเมินผลตอบแทนทางสังคม หรือ SROI และการวิเคราะห์ห่วงโซ่ผลลัพธ์เข้ามาวัดความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณระดับพื้นที่ เพื่อยืนยันว่าทุกบาทที่ลงทุนในทรัพยากรดินและน้ำสามารถเปลี่ยนผ่านเป็นคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นของประชาชนในระยะยาว การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าของฝ่ายปกครองและภาคีเครือข่ายก่อนก้าวเข้าสู่ปีงบประมาณ 2571 จึงเป็นก้าวสำคัญของเชียงรายในการบูรณาการเครื่องมือนโยบายลงสู่ระดับแปลงเกษตรกรรม เพื่อยุติวงจรภัยแล้ง การเผาเศษวัสดุ และสร้างความมั่นคงในอาชีพให้แก่ชุมชนบนพื้นที่สูงได้อย่างยั่งยืน เครดิตภาพและข้อมูลจาก : - กระทรวงมหาดไทย — หนังสือสั่งการด่วนที่สุด ที่ มท 0211.9/ว 8303 เรื่อง การขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ระยะที่ 5 (พ.ศ. 2571 – 2575) — 25 กันยายน 2569 - สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี — รายงานการประชุมพิจารณา (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านบูรณาการการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ระยะที่ 5 (พ.ศ. 2571 – 2575) — 20 สิงหาคม 2569 - สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ — รายงานการประชุมคณะกรรมการสถาบันฯ ครั้งที่ 2/2569 และสถิติผลการดำเนินงานสะสมระยะที่ 1 ถึง 4 — 21 สิงหาคม 2569

ความคิดเห็น