คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangเชียงราย · เปลี่ยน

เชียงราย ‘เมืองความสุข 3 มิติ’ ปักหมุดประชาชนลด NCDS

ที่มา: เดลินิวส์อ่านแล้ว: 1

จังหวัดเชียงรายประกอบไปด้วยกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลาย วิถีการกินอยู่จากวัตถุในท้องถิ่น เมื่อถอดความออกมาในรูปของอาหารจึงมีความปลอดภัย แต่วัฒนธรรมการกินอยู่แบบคนปัจจุบันที่เน้นหวานมันเค็ม ได้แทรกเข้าสู่ชุมชนมากขึ้น ก่อนที่ประชากรในจังหวัดจะเผชิญกับโรคเอ็นซีดี

เมืองแห่งความสุข 3 มิติ

เทศบาล นครเชียงราย ได้เริ่มต้นโครงการพัฒนานครเชียงรายสู่เมืองแห่งความสุข 3 มิติ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม โดยการสนับสนุนสุภาวะชุมชน (สำนัก3) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อปี 2565

‘วันชัย จงสุทธานามณี’ นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่าเป้าหมายของนครเชียงรายเพื่อให้คน จ.เชียงรายสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วย มีความสุข เน้นการสร้างอาหารปลอดภัยที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ พื้นที่ต้นน้ำคือเกษตรกรผู้เพาะปลูกอยู่ได้จะช่วยแก้ปัญหาความยากจนลดความเหลื่อมล้ำ ส่วนกลางน้ำคือเทศบาลนครเชียงรายเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการ โดยมีการสุ่มตรวจสารตกค้างในพืชผักและอาหาร และจัดหาตลาด ขณะที่ปลายน้ำผู้บริโภคจะได้อาหารที่ปลอดภัย และมีคุณค่า ซึงปลายน้ำขณะนี้ในเบื้องต้นมีนร.จากโรงเรียนเทศบาลจำนวน 8,000 คน 8 แห่งในจังหวัดที่จะได้รับอาหารปลอดภัยจากกลุ่มเกษตกรโดยตรง ด้วยความหวังว่าในอนาคตกลุ่มนร.เหล่านี้จะเป็นผู้เกษตกรผู้ผลิตอาหารปลอดภัยต่อไป ซึ่งในโรงเรียนมีแปลงปลูกพืชผักปลอดภัยเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้นร.ด้วย

“เราหวังว่าเมื่อขับเคลื่อนกระบวนการ 3 มิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสังคมควบคู่กันไปเราหวังว่าเชียงรายจะเติบโตอย่างมีทิศทาง ซึ่งมีบทบาทของสถาบันการศึกษาเข้ามาอยู่กลางน้ำสร้างกระบวนการตรวจสอบ โดยสสส.เข้ามาสร้างการเรียนรู้ และสร้างภาคีเครือข่ายทั้งเกษตรและสาธารณสุข”

‘ดร.นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ’ กรรมการกองทุน สสส. และประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 3 ระบุว่าอาหารเป็นวิถีชีวิตประจำวันของทุกคนและมีผลโดยตรงต่อสุขภาพในลักษณะอาหารเป็นยา”สสส.จึงเน้นการขับเคลื่อนเรื่อง อาหารปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ต้นทางเลือกดำเนินงานที่จังหวัดเชียงราย เนื่องจากเป็นเมืองเกษตรกรรมที่เป็นแหล่งผลิต มีความพร้อมด้านชุมชนที่เข้มแข็ง และได้รับความร่วมมืออย่างดีจากสถาบันวิชาการในการตรวจประเมินมาตรฐานอาหารปลอดภัยเป็นระยะก่อนออกสู่ตลาด รวมทั้งมีการผลิตพืชผักปลอดภัยเพื่อป้อนให้แก่โรงพยาบาลสำหรับเป็นอาหารผู้ป่วย

นอกจากนี้ ยังมีเทศบาลนครเชียงรายเป็นพื้นที่ต้นแบบที่ดำเนินงานได้เป็นอย่างดี จน สสส. สามารถขยายผลการสนับสนุนกระจายไปยังทั้ง18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย นอกจากชาวบ้านมีรายได้ที่มั่นคง นักท่องเที่ยวยังได้รับประทานอาหารที่ปลอดภัยด้วย

“การขับเคลื่อนอาหารปลอดภัยยังเชื่อมโยงโดยตรงกับการแก้ไขปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกสัดส่วน  โครงการจึงมุ่งรณรงค์ให้ประชาชนรับประทานพืชผักและเส้นใยอาหารเพิ่มขึ้น โดยใช้เกษตรอินทรีย์ที่ปราศจากสิ่งปนเปื้อนเป็นฐาน ประกอบกับอาหารพื้นบ้านภาคเหนือมีความหลากหลายของเมนู จึงได้มีการรณรงค์เรื่องการรับประทานอาหารประจำฤดูกาล”

ดร.นพ.พิศิษฐ์ กล่าวว่า ในด้านรูปแบบการสนับสนุน สสส. มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งจากฐานชุมชนผ่านความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และสถาบันวิชาการ มีการสนับสนุนพื้นที่ส่วนกลางหรือ “ข่วง”เพื่อให้แต่ละชุมชนนำผลผลิตและเมนูอาหารมาวางจำหน่ายแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

สำหรับสินค้าเกษตรมาตรฐานที่สำคัญคือ GAP (เกษตรปลอดภัย) และ PGS (ระบบการรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมต้องยอมรับว่าเกษตกรรายย่อยในประเทศไทยกว่าจะเข้าถึงเครื่องหมายการันตีได้มีความยุ่งยากซับซ้อน

เชียงรายเมืองต้นน้ำ

‘ดร.ทัศนีย์ ธรรมติน’ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ในฐานะรองผู้อำนวยการสถาบันถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ผู้มีส่วนสนับสนุนให้เกษตกรบ้านหนองอ้อ อ.แม่สาย รวมกลุ่มPGS ขึ้น โดยในปี 2567 ได้มีโอกาสร่วมมือกับเทศบาลนครเชียงรายในการทำงานฝั่งต้นน้ำ โมเดลสำเร็จของเทศบาลขยายผลออกไปครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอ สิ่งสำคัญในกระบวนการแรกคือ การสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับมาตรฐานอาหารปลอดภัยโดยเฉพาะมาตรฐาน GAP และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ให้แก่ส่วนราชการและเกษตรกร

“คำถามว่าเหตุใดจึงต้องเน้นเรื่องเกษตรปลอดภัยที่จังหวัดเชียงราย คำตอบคือเชียงรายเป็นเมืองยุทธศาสตร์และเป็นเมืองเหนือต้นน้ำ อีกทั้งในอดีตเชียงรายเคยเป็นเมืองที่มีอากาศดี โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 20 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี หากไม่นับรวมปัญหามลพิษฝุ่น PM2.5 อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเกิดวิกฤตสิ่งแวดล้อม และส่งผลกระทบต่อการทำเกษตร เช่น มีการบุกรุกพื้นที่เกษตรและการเผาแปลงข้าวโพดจนเกิดมลพิษ จังหวัดเชียงรายจึงประกาศให้การขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัยเป็นวาระจังหวัด โดยมีหน่วยงานต่างๆ เช่น เทศบาลนครเชียงราย นำไปขับเคลื่อนในพื้นที่อำเภอเมือง และขยายต่อไปยังทั้ง 18 อำเภอ พร้อมทั้งจัดให้มีการทำ MOU ร่วมกัน” ดร.ทัศนีย์ กล่าว

อาหารปลอดภัยตลอดห่วงโซ่

เมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์ ทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิตติดอยู่ใน ณ อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ในครั้งนั้น กลุ่มชาวนา 19 รายแห่งบ้านหนองอ้อ หมู่ 2 ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย นำโดย นายสมบูรณ์ เนมหาวรรณ์ ผู้ใหญ่บ้านหนองอ้อ ได้ร่วมมือกับภาครัฐในการรับน้ำที่สูบออกจากถ้ำหลวงให้ไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวของตนเองจนเสียหายทั้งหมด

จากความเสียหายในครั้งนั้น เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรเคมีแบบเดิม หันมาปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ และเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปเป็น “ข้าวบดผง” พร้อมทั้งรวมกลุ่มจัดตั้ง “วิสาหกิจชุมชนข้าวไรซ์เบอร์รี่บดผงปฏิมาแม่สาย” ในปี พ.ศ. 2566 ซึ่งนอกจากจะเชื่อมโยงวัตถุดิบจากต่างพื้นที่ เช่น อำเภอแม่ฟ้าหลวง และอำเภอแม่สรวย เพื่อนำมาผสมผสานกับชาและกาแฟตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพแล้ว ยังสามารถสร้างงานและรายได้ที่มั่นคงให้กับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง

ในปี พ.ศ. 2568 ชาวหนองอ้อ ได้เข้าร่วม “โครงการขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัยเมืองเชียงราย สู่สุขที่สมดุล” ได้เกิดการตื่นตัวในเรื่องการผลิตและบริโภคอาหารปลอดภัยจากกว้างขวาง มีครัวเรือนเข้าร่วมมากกว่า 400 คน จนนำไปสู่การขยายผลจัดตั้ง “วิสาหกิจชุมชนหนองอ้ออินทรีย์สุขภาพดีโป่งผา” เพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุทางการเกษตรจำหน่ายแก่สมาชิกและชุมชน

เทศบาลนครเชียงรายเป็นตัวอย่างของการบริหาร ใช้ “สุขภาวะของประชาชนและการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน” เป็นเป้าหมายหลัก โดยร้อยเรื่อง อาหารปลอดภัย – การศึกษา/การเรียนรู้ – สุขภาพผู้สูงอายุและคนเมือง – การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เข้าด้วยกัน

ความคิดเห็น