คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangเชียงใหม่ · เปลี่ยน

‘ศธ.’ เผยตัวเลขขอจัดโฮมสคูลพุ่ง กระจุกตัว ‘กทม.’ 1.3 พันครอบครัว ชูต้นแบบดิจิทัล-ติดตามเรียลไทม์

ที่มา: มติชน

‘ศธ.’ เผยตัวเลขขอจัดโฮมสคูลพุ่ง กระจุกตัว ‘กทม.’ 1.3 พันครอบครัว ชูต้นแบบดิจิทัล-ติดตามเรียลไทม์

นายประวิต เอราวรรณ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลพบว่าการจัดการศึกษาโดยครอบครัว หรือโฮมสคูล มีการกระจุกตัวในพื้นที่กรุงเทพฯ มากที่สุด สอดคล้องกับความต้องการจัดการศึกษาทางเลือกในพื้นที่เมืองที่เพิ่มขึ้นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กรุงเทพฯ จึงได้พัฒนาระบบเว็บไซต์เพื่อทดลองใช้งานจริง รองรับการยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งโฮมสคูล พร้อมติดตามสถานะและขั้นตอนการพิจารณาแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดกระบวนการ โดยผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องเดินทางมาติดตามเอกสารที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ถือเป็นต้นแบบการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการให้บริการด้านการศึกษา

“ศธ.ยังคงยึดมั่นในการส่งเสริมสิทธิของครอบครัวในการจัดการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการรับรองไว้ตั้งแต่ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 รวมถึงมีการปรับปรุงเพิ่มเติมในร่างกฎหมายการศึกษาฉบับใหม่ ปัญหาที่พบที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการประสานงานระหว่างครอบครัวกับเขตพื้นที่ฯ โดยเฉพาะการจัดทำแผนการเรียนรู้ การอนุมัติหลักสูตร และการวัดและประเมินผล ซึ่งขณะนี้มีการปรับปรุงกระบวนการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง” นายประวิต กล่าว

นายประวิต กล่าวต่อว่า ผู้เรียนโฮมสคูลยังได้รับเงินอุดหนุนการศึกษาจากรัฐบาลตามสิทธิอย่างเท่าเทียมกับเด็กในระบบโรงเรียน และหากครอบครัวประสงค์ให้เด็กกลับเข้าสู่ระบบโรงเรียน สามารถดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนตามเกณฑ์มาตรฐานได้ ไม่ได้มีขั้นตอนยุ่งยากแตกต่างจากการย้ายสถานศึกษาตามปกติ

ด้าน นางดารุณี ดงทอง ศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า จากการสำรวจข้อมูลการจัดการศึกษาทางเลือกในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า มีครอบครัวที่ยื่นขออนุญาตและจัดการศึกษาแบบโฮมสคูล จำนวน 1,335 ราย ขณะที่รูปแบบศูนย์การเรียนมี 75 ศูนย์ ผู้เรียน 1,871 ราย แบ่งเป็นศูนย์การเรียนโดยเอกชน 43 ศูนย์ ผู้เรียน 352 ราย ศูนย์การเรียนโดยสถานประกอบการ 24 ศูนย์ ผู้เรียน 1,492 ราย และศูนย์การเรียนโดยบุคคล 11 ศูนย์ ผู้เรียน 27 ราย

นางดารุณี กล่าวต่อว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทของสถานประกอบการและภาคเอกชนในการจัดการศึกษาและพัฒนากำลังคนเฉพาะทาง ขณะที่สถาบันครอบครัวยังคงเป็นฐานสำคัญของการจัดการศึกษาแบบโฮมสคูลสำหรับเด็กวัยเรียน ทั้งนี้ สพป.กทม.ได้นำร่องพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในรูปแบบเว็บไซต์การจัดการศึกษาทางเลือก เพื่อใช้เป็นช่องทางหลักในการยื่นคำขออนุญาตจัดการศึกษา ติดตามผลการพิจารณาแผนการเรียนรู้ รวมถึงขอเอกสารหลักฐานทางการศึกษาและหนังสือรับรองจากทางราชการ โดยเริ่มนำร่องในระดับประถมศึกษา เนื่องจากมีจำนวนผู้เรียนโฮมสคูลสูงกว่าระดับมัธยมศึกษาอย่างชัดเจน หากระบบมีความสมบูรณ์และมีเสถียรภาพ จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นในกรุงเทพฯต่อไป

“แม้แนวโน้มการจัดโฮมสคูลจะเพิ่มขึ้น แต่ยังมีข้อจำกัดด้านการบริหารจัดการ โดยผู้ปกครองบางส่วนจัดโฮมสคูลไปได้ระยะหนึ่งแล้วต้องยื่นขอยกเลิก เพื่อนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบโรงเรียน เนื่องจากไม่พร้อมด้านเวลา ทรัพยากร และศักยภาพในการจัดการเรียนการสอนตามแผนที่กำหนด ส่วนการนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบโรงเรียนปกติไม่ได้มีขั้นตอนซับซ้อน ผู้ปกครองเพียงยื่นเรื่องขอยกเลิกการจัดการศึกษาที่เขตพื้นที่ฯ จากนั้นจะประสานกับโรงเรียนและออกหนังสือรับรองผลการเรียนให้ เนื่องจากเขตพื้นที่ฯ มีการประเมินผลการเรียนรู้ของเด็กโฮมสคูลปีละ 1-2 ครั้งอยู่แล้ว จึงมีฐานข้อมูลด้านพัฒนาการและผลการเรียนรองรับอย่างต่อเนื่อง” นางดารุณี กล่าว

ความคิดเห็น