คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangเชียงใหม่ · เปลี่ยน

สว.พบประชาชน ภาคเหนือ (ตอนบน) เดินหน้าติดตามปัญหาประชาชน 82 เรื่อง

ที่มา: www.chiangmainews.co.th

สว.พบประชาชน ภาคเหนือ (ตอนบน) เดินหน้าติดตามปัญหาประชาชน 82 เรื่อง เตรียมลงพื้นที่ “ลำพูน–เชียงใหม่” เชื่อมเสียงประชาชนสู่การแก้ไข พร้อมติดตามผลและสื่อสารความคืบหน้ากลับสู่พื้นที่ วันที่ 19 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 327 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting) นายพละวัต ตันศิริ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคเหนือ (ตอนบน) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 22/2569 เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนผ่านกลไกวุฒิสภา พร้อมพิจารณาเตรียมความพร้อมการลงพื้นที่จังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 11–14 พฤศจิกายน 2569 ตามแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมุ่งยกระดับการพบประชาชนให้เป็นกลไกเชื่อมโยงความต้องการจากพื้นที่ไปสู่การประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและการดำเนินงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ตลอดจนติดตามผลและนำความคืบหน้ากลับไปสื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่องติดตามการขับเคลื่อนปัญหาประชาชน 82 เรื่อง พร้อมความคืบหน้าเพิ่มเติมอีก 20 เรื่อง ที่ประชุมติดตามความคืบหน้าการนำปัญหาและข้อเสนอจากการลงพื้นที่พบประชาชนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของวุฒิสภา ผ่านกลไกการตั้งกระทู้ถามและการปรึกษาหารือในที่ประชุมวุฒิสภา โดยมีประเด็นปัญหาที่ได้รับการขับเคลื่อนรวม 82 เรื่อง แบ่งเป็นการตั้งกระทู้ถาม 5 เรื่อง และการปรึกษาหารือ 77 เรื่อง ประเด็นที่ได้รับการหยิบยกมากที่สุด ได้แก่ ปัญหาน้ำ อุทกภัย และชลประทาน จำนวน 24 เรื่อง ขณะที่จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ที่มีการนำประเด็นปัญหาเข้าสู่กลไกดังกล่าวมากที่สุด จำนวน 40 เรื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการนำเสียงสะท้อนและความเดือดร้อนของประชาชนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อผลักดันให้เกิดการดำเนินงานและการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการรับเรื่องร้องทุกข์ ติดตามและประเมินผลโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ซึ่งมีความคืบหน้าเพิ่มเติมอีก 20 เรื่อง โดยมุ่งเน้นการประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบ ติดตามสถานะการดำเนินงาน ตลอดจนรวบรวมผลการแก้ไขปัญหาและข้อจำกัดที่ยังต้องได้รับการแก้ไข เพื่อให้สามารถรายงานความคืบหน้าแก่ประชาชนได้อย่างชัดเจน กลไกดังกล่าวมีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และฝ่ายนิติบัญญัติ โดยทำหน้าที่เป็นช่องทางนำเสนอปัญหาและข้อเสนอจากประชาชนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการใช้กลไกของวุฒิสภาในการติดตาม ตรวจสอบ และผลักดันการดำเนินงาน เพื่อให้ข้อเสนอจากพื้นที่ไม่สิ้นสุดเพียงการรับฟัง แต่ได้รับการส่งต่อ ติดตามความคืบหน้า และนำผลกลับไปแจ้งให้ประชาชนรับทราบอย่างเป็นรูปธรรม เตรียมลงพื้นที่ลำพูน–เชียงใหม่ รับฟังปัญหาเชิงลึก เชื่อมข้อเสนอเข้าสู่กลไกแก้ไข สำหรับการลงพื้นที่ตามแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ที่ประชุมได้พิจารณาร่างกำหนดการลงพื้นที่จังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 11–14 พฤศจิกายน 2569 โดยมุ่งรับฟังข้อเท็จจริงและความคิดเห็นจากประชาชน ผู้นำชุมชน ภาคประชาสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อมูลรอบด้านเกี่ยวกับสภาพปัญหา สาเหตุ ผลกระทบ และข้อเสนอในการแก้ไขปัญหา ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการประสานงานและขับเคลื่อนผ่านกลไกที่เหมาะสม ดังนี้ จังหวัดลำพูน: ส่งเสริม Soft Power และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างโอกาสให้ชุมชน มุ่งรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการขับเคลื่อน Soft Power และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยเฉพาะการนำทุนทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว การสร้างรายได้ และการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ เพื่อให้การพัฒนาต่อยอดจากต้นทุนที่มีอยู่ในชุมชน สามารถสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและกระจายประโยชน์สู่ประชาชนได้อย่างยั่งยืน การรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่จะช่วยสะท้อนทั้งศักยภาพ ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอของผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถนำไปประกอบการประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบและพิจารณาแนวทางสนับสนุนที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน จังหวัดเชียงใหม่: เจาะปัญหาฝาง–เวียงแหง ครอบคลุมคุณภาพชีวิต ทรัพยากร และสิทธิของประชาชนชายแดน กำหนดลงพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอฝางและอำเภอเวียงแหง โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้ อำเภอฝาง มุ่งรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและภาคประชาสังคม ทั้งความเหลื่อมล้ำและการเข้าถึงบริการภาครัฐ สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การคมนาคม การขาดแคลนน้ำ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ตลอดจนปัญหาที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและข้อเสนอจากผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมพิจารณาแนวทางประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงกับสภาพพื้นที่ อำเภอเวียงแหง เน้นรับฟังปัญหาเฉพาะของพื้นที่ชายแดน ทั้งสิทธิและการคุ้มครองวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ สถานะบุคคลและสัญชาติ ความมั่นคงและเศรษฐกิจการค้าชายแดน ข้อเสนอการเปิดจุดผ่อนปรนชั่วคราวหลักแต่ง ตลอดจนปัญหาป่าชุมชน พื้นที่ป่าสงวน สิทธิในที่ดิน และความคืบหน้าการจัดที่ดินตามนโยบายคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและมีความเชื่อมโยงทั้งด้านสิทธิของประชาชน การดำรงชีวิต เศรษฐกิจชุมชน และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การลงพื้นที่ทั้งสองอำเภอจะช่วยให้คณะกรรมการฯ ได้รับทราบข้อเท็จจริงจากประชาชนและผู้เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อนำข้อมูลมาจำแนกประเด็นตามลักษณะปัญหา หน่วยงานผู้รับผิดชอบ และกลไกที่สามารถใช้ขับเคลื่อนได้ พร้อมติดตามว่าประเด็นใดอยู่ระหว่างดำเนินการ ประเด็นใดมีข้อจำกัด และประเด็นใดจำเป็นต้องยกระดับสู่การพิจารณาในระดับนโยบาย เดินหน้ากระบวนการ “รับฟัง–ประสาน–ผลักดัน–ติดตาม–รายงานผล” ให้ประชาชนเห็นความคืบหน้า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการต่อยอดการทำงานเชิงรุกจากการรับฟังปัญหาไปสู่การขับเคลื่อนและติดตามผลอย่างเป็นระบบ โดยคณะกรรมการฯ จะนำข้อเท็จจริงและข้อเสนอจากประชาชนมาวิเคราะห์ จัดลำดับความสำคัญ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับทราบและพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ พร้อมใช้กลไกของวุฒิสภา ทั้งการตั้งกระทู้ถาม การปรึกษาหารือ และการดำเนินงานผ่านคณะกรรมาธิการ เพื่อผลักดันประเด็นที่สามารถแก้ไขได้ในระดับพื้นที่ และยกระดับปัญหาที่มีลักษณะเชิงโครงสร้างเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในระดับนโยบาย ขณะเดียวกัน การติดตามผลจะให้ความสำคัญกับการประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การตรวจสอบความคืบหน้าของแต่ละประเด็น และการรวบรวมผลการดำเนินงานเพื่อสื่อสารกลับไปยังประชาชนในพื้นที่ ให้รับทราบว่าปัญหาได้รับการส่งต่อไปยังหน่วยงานใด อยู่ในขั้นตอนใด มีความคืบหน้าอย่างไร และยังมีประเด็นใดที่ต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้การพบประชาชนเป็นมากกว่าการรับฟังความคิดเห็น แต่เป็นกระบวนการทำงานที่เชื่อมโยงเสียงของประชาชนกับการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและฝ่ายนิติบัญญัติได้อย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการฯ ยังคงมุ่งขับเคลื่อนแนวทาง “รับฟังปัญหา–วิเคราะห์–ส่งต่อ–ผลักดัน–ติดตามผล–สื่อสารกลับสู่ประชาชน” เพื่อให้เสียงสะท้อนจากประชาชนได้รับการพิจารณาอย่างต่อเนื่อง มีช่องทางติดตามความคืบหน้า และสามารถนำผลการดำเนินงานกลับไปสร้างการรับรู้แก่ประชาชนได้อย่างชัดเจน โดยความคืบหน้าเพิ่มเติม 20 เรื่อง และการเตรียมลงพื้นที่จังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนให้เป็นกลไกเชื่อมโยงประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โปร่งใส ติดตามตรวจสอบได้ และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ความคิดเห็น