คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangเชียงใหม่ · เปลี่ยน

แพทย์ มช.ชวนทุกคนตระหนักถึงการป้องกัน วินิจฉัยและการรักษาโรคกระดูกพรุน เพราะโรคนี้อาจเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว

ที่มา: www.chiangmainews.co.th

ยังไม่แก่…ก็ต้องแคร์กระดูก! เพราะมวลกระดูก เริ่มสะสมตั้งแต่วัยเรา 20 ตุลาคม “วันกระดูกพรุนโลก” วันสำคัญที่ชวนทุกคนตระหนักถึงการ ป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรคกระดูกพรุน เพราะโรคนี้อาจเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว ในประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนมากกว่า 1.5 ล้านคน โดยส่วนหนึ่งเป็นผู้สูงอายุที่อาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าตนเองมีภาวะกระดูกพรุน จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดการ หกล้มและกระดูกหัก จึงพบว่าเป็นโรคกระดูกพรุน นี่จึงเป็นเหตุผลที่โรคกระดูกพรุนถูกมองว่าเป็น “ภัยเงียบ” อย่างแท้จริง โรคกระดูกพรุนคืออะไร? องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้คำจำกัดความในปี ค.ศ. 1992 ว่า “โรคกระดูกพรุน” เป็นโรคที่มีลักษณะสำคัญ คือมีมวลกระดูกต่ำ โครงสร้างกระดูกเสื่อมลง ทำให้กระดูกอ่อนแอและหักง่าย กระดูกที่พบการหักบ่อย ได้แก่ กระดูกสันหลัง → กระดูกสะโพก → กระดูกข้อมือ รู้หรือไม่? กระดูกเราไม่ได้แข็งแรงเท่ากันตลอดชีวิต ตั้งแต่เกิด ร่างกายจะค่อย ๆ สะสมมวลกระดูกเพิ่มขึ้น โดยช่วงอายุประมาณ 30–40 ปี จะมีมวลกระดูกสูงสุดในช่วงชีวิต หลังจากนั้น มวลกระดูกจะค่อย ๆ ลดลง โดยทั่วไปผู้ชายสะสมมวลกระดูกได้มากกว่าผู้หญิง ขณะที่ผู้หญิงมีการสูญเสียมวลกระดูกได้เร็วกว่า โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน เนื่องจากระดับฮอร์โมนเพศหญิง โดยเฉพาะ เอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ลดลง แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคกระดูกพรุน? จุดที่น่ากังวลคือ ระยะแรกของโรคกระดูกพรุนมักไม่มีอาการปวด หลายคนจึงไม่รู้ว่ากระดูกกำลังบางลง จนกระทั่งเกิดกระดูกหัก การตรวจที่ใช้ประเมิน คือ การวัดความหนาแน่นของกระดูก โดยวัดบริเวณ สะโพกและกระดูกสันหลัง เป็นหลัก ผลตรวจค่า T-Score แบ่งได้ดังนี้ - มากกว่า -1 ขึ้นไป = กระดูกหนาแน่นปกติ (Normal bone) - -1 ถึง -2.5 = มวลกระดูกน้อยหรือกระดูกบาง (Osteopenia) - ต่ำกว่า -2.5 = โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) กระดูกของเรา “สร้างและทำลาย” อยู่ตลอดเวลา กระดูกไม่ได้อยู่นิ่ง ๆ แต่มีการสร้างและทำลายตลอดเวลา 🔹 Osteoblast = เซลล์สร้างกระดูก 🔹 Osteoclast = เซลล์ทำลายกระดูก ในช่วงที่อายุมากขึ้น โดยรวมแล้วการสร้างกระดูกจะน้อยกว่าการทำลายกระดูก การทำลายกระดูกอาจเพิ่มขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น อายุที่มากขึ้น โรคประจำตัวบางชนิด หรือการใช้ยาบางชนิด โดยทั่วไปกระดูกทั่วร่างกายจะมีการผลัดเปลี่ยนเป็นกระดูกใหม่ภายในประมาณ 10 ปี ทำไมถึงเป็นโรคกระดูกพรุน? - สะสมมวลกระดูกได้น้อยตั้งแต่วัยเด็กและวัยรุ่น การสร้าง “ต้นทุนกระดูก” ตั้งแต่เด็กจึงมีความสำคัญ โดยควรดูแลให้เหมาะสมทั้ง 🥛 โภชนาการ (Nutrition) ดื่มนม รับประทานแคลเซียมและโปรตีนอย่างเหมาะสม และรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ 🏃 กิจกรรมทางกาย (Physical activity) การเล่นกีฬาและการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น เตะฟุตบอล เล่นบาสเกตบอล เมื่อกระดูกได้รับแรงกระทำ จะช่วยกระตุ้นการสร้างกระดูก ☀️ รับแสงแดด เพื่อให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามิน D จากผิวหนัง - สูญเสียมวลกระดูกมากเกินไปเมื่อเป็นผู้ใหญ่ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ - วัยหมดประจำเดือน - อายุที่มากขึ้น - การใช้ยาสเตียรอยด์ - การดื่มแอลกอฮอล์ - การสูบบุหรี่จัด - โรคบางชนิด เช่น รูมาตอยด์ คอพอกเป็นพิษ และเบาหวาน หากมีข้อสงสัยให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญใกล้ตัวท่าน อย่ารอให้ “กระดูกหัก” แล้วค่อยรู้ว่ากระดูกพรุน เพราะโรคกระดูกพรุนอาจค่อย ๆ เกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน วันนี้จึงเป็นวันที่เราควรเริ่มใส่ใจกระดูกของตัวเอง เพราะการดูแลกระดูกตั้งแต่วันนี้ อาจช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงในวันที่อายุมากขึ้น 20 ตุลาคม วันกระดูกพรุนโลก รู้ทัน ป้องกัน และดูแลกระดูก ก่อนจะสายเกินไป ขอขอบคุณข้อมูลจาก อ.นพ.สุทธิภาศ พงศ์มณี อาจารย์ประจำหน่วยกระดูกสันหลัง ภาควิชาออร์โทปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรียบเรียง : นางสาวนันทพร ระบิน ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โรคกระดูกพรุน #วันกระดูกพรุนโลก MedCMU #MedCMUในมือคุณ คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สื่อสารองค์กรMedCMU #สุขภาพดีกับหมอสวนดอก

ความคิดเห็น