มีคำถามมาว่า การไปอเมริกาของนายกอนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อเข้าร่วมประชุมใหญ่สหประชาชาติครั้งที่ 81 ระหว่างวันที่ 21-27 2569 ที่นิวยอรค์ และจะมีการพบกับผู้นำประเทศต่างๆ รวมทั้งประธานาธิบทรั๊มป์ และภาคธุรกิจ ทำให้เกิดความกังวลว่า จะมีใครวิ่งเต้นให้ท่านนายก หรือผู้ที่ร่วมเดินทางไปกับท่านนายก ให้ยกเลิกการห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยหรือไม่ มีข่าวว่า ภาคธุรกิจในอเมริการซึ่งมีบริษัทบุหรี่ร่วมอยู่ด้วย จะขอเข้าพบผู้นำไทยด้วย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 ที่นายกพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ไปพบประธานาธิบดี บุช ซีเนียร์ที่อเมริกา เราก็กลัวว่า นายบุช จะกดดันให้ประเทศไทยยกเลิกการห้ามนำเข้าบุหรี่ต่างประเทศ ซึ่งขณะนั้นเรื่องกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจา ของสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกากับรัฐบาลไทย เป็นเรื่องที่คาดเดายากว่า ประธานาธิบดีทรั๊มป์ จะขอให้นายกอนุทินยกเลิกกฏหมายห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าหรือไม่ เพราะบริษัทฟิลิป มอร์ริส อเมริกา ที่ขายทั้งบุหรี่ธรรมดาและบุหรีไฟฟ้า เคยบริจาคเงิน 500,000 ดอลล่าร์ในการจัดงานพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีทรั๊มป์ และบริจาคเงิน 10 ล้านดอลล่าร์เพื่อสนับสนุนการเลือกตั้งปี 2018 ขณะที่นายทรั๊มป์เคยพูดผ่านสื่อว่า “ ผมไม่เคยบอกอะไรกับลูกชายอายุ 13 ปีของผม นอกจากว่า อย่าสูบบุหรี่ไฟฟ้า” ทรั๊มป์แอนตี้การดื่มสุราและไม่สูบบุหรี่ แต่นายทรั๊มป์เป็นคนที่เอาแน่ไม่ได้ พูดอะไรกลับไปกลับมา แต่ภาคธุรกิจที่ขอพบผู้นำไทย มีบริษัทบุหรี่ฟิลิป มอร์ริสร่วมอยู่ด้วย คาดการณ์ได้เลยว่า จะต้องมีการขอให้รัฐบาลไทย ยกเลิกกฏหมายห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า จึงต้องคอยติดตามข่าว หลังจากท่านนายกกลับจากอเมริกา ว่าท่าทีเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าของรัฐบาลไทย จะยังคงยึดนโยบายห้ามขายตามเดิมหรือจะมีการเปลี่ยนแปลง ส่วนตัวผมยังเชื่อว่า นายกอนุทินจะยืนนโยบายเดิม เพราะท่านแสดงจุดยืนสนับสนุนกฏหมายห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้ามาโดยตลอด 7 -8 ปีที่ผ่านมา ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 22 กันยายน 2569 อ้างอิง