คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangเชียงใหม่ · เปลี่ยน

‘หมอชูชัย’ หนุน ‘แพทยสภา’ ร่วมพิจารณาการแก้ไขกม. 4 กองทุน เหมือนเคส ‘ชั้น 14 รพ.ตำรวจ’

ที่มา: www.chiangmainews.co.th

‘หมอชูชัย’ สนับสนุน ‘แพทยสภา’ ให้ร่วมพิจารณาการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกองทุน 4 แห่ง ดังเช่นบทบาทแพทย์สภากรณี ‘ชั้น14รพ.ตร.’ เพราะกระทบกับการสร้างเสริมสุขภาพ WHO ยกย่องไทยเป็นแบบอย่าง ชู ‘Earmarked Tax’ สร้างสุขภาพ ยันไม่กระทบวินัยการเงินการคลัง

9 ต.ค. 2569 – นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ ประธานกรรมการมูลนิธิแพทย์ชนบท เจ้าของรางวัล ผู้นำด้านสาธารณสุข ฮาร์วาร์ด สนับสนุน ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ กรรมการแพทยสภา ที่ได้เผยแพร่ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกองทุน 4 แห่ง ได้แก่ ไทยพีบีเอส สสส. กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ว่าไม่เห็นด้วย กับการต้องแก้ไขกฎหมายดังกล่าว และตั้งคำถามว่า ทำไปทำไม เพราะผลประโยชน์ตกกับบริษัทบุหรี่และเหล้าชัดเจน ไม่ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนต่าง ๆ ปีละหมื่นล้านเพราะการเก็บภาษี หรือ sin tax แบบนี้ ก็มีวิจัยมาแล้วว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ทำให้คนเจ็บป่วยและตายลดลง กรณีไม่เห็นด้วยกับระบบการใช้จ่ายของแต่ละกองทุน ก็ให้แก้ไขวิธีการจัดการ ไม่ใช่ตัดการรับภาษีแบบนี้ออกไปจากระบบในประเทศไทยเลย

นพ.ชูชัย กล่าวยืนยันว่า WHO ให้การยกย่องไทย ชู ‘Earmarked Tax’ สร้างสุขภาพ เรียกร้องให้ ธุรกิจที่สร้างผลกระทบมาร่วมรับผิดชอบ อีกทั้งมีหลายประเทศต้องการสร้าง สสส.ในประเทศของเขา แต่ทำไม่ได้เพราะ ธุรกิจเสียผลประโยชน์ไร้ความรับผิดชอบคัดค้านผ่านนักเลือกตั้งสีเทา

“ในฐานะที่เคยเป็น รองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมา สองฉบับ ยืนยันว่า ไม่ขัดกับหลักวินัยทางการเงินการคลัง และรัฐธรรมนูญ เนื่องจากในมาตรา 82 ของรัฐธรรมนูญได้เขียนยกเว้นไว้ว่า กฎหมายที่มีการกำหนดไว้แล้วถือว่าทำได้ แสดงว่าคนร่างกฎหมายขณะนั้นมองว่า Earmarked Tax ทั้งกองทุน สสส. กองทุนกีฬา กองทุนผู้สูงอายุ และไทยพีบีเอส มีความสมเหตุสมผล”

“ผมในฐานะอดีตเลขาธิการแพทยสภา จึงขอเรียกร้องให้แพทยสภาทำหน้าที่ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 7 ซึ่งกำหนดให้แพทยสภาสามารถให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหาการแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศ ดังเช่นบทบาทของแพทยสภาในกรณีชั้น 14 ที่เกี่ยวข้องกับการรักษานายทักษิณ ชินวัตร ณ โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญขององค์กรวิชาชีพที่ทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระ ตรงไปตรงมา และยึดมั่นในหลักวิชาชีพ อันมีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สังคม และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อหลักนิติธรรมและกระบวนการยุติธรรมของประเทศ” นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ กล่าวทิ้งท้าย

ความคิดเห็น