วันที่ 3 ก.ย. 69 ตำรวจเชียงแสนผนึกกำลังชุดสืบสวน บก.สส.ภ.5 ตั้งจุดสกัดสกัดขบวนการลำเลียงยาเสพติด ก่อนพบรถต้องสงสัยขับผ่านบริเวณหน้าวัดพระธาตุจอมกิตติ คนร้ายไหวตัวทันเร่งเครื่องหลบหนี ทิ้งรถวิ่งเข้าป่า เจ้าหน้าที่ใช้โดรนติดตามทางอากาศ ก่อนเข้าจับกุมตัวได้สำเร็จ ตรวจค้นรถพบยาบ้า 15 กระสอบ รวมประมาณ 3 ล้านเม็ด ขณะที่รถนำขบวนอีกคันถูกตำรวจแม่จันสกัดจับไว้ได้ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.ธวัชวงศ์ ชุกิจคุณ ผกก.3 บก.สส.ภ.5, และ พ.ต.อ.อนุพันธ์ กันถารัตน์ ผกก.สภ.เชียงแสน โดยสั่งการให้ พ.ต.ท.กิตติภูมิ กันจินะ รอง ผกก.สภ.เชียงแสน และ พ.ต.ท.สำเริง สิทธิวรปัญญา สว.สืบสวนสอบสวน บก.3 สส.ภ.5 วางแผนและดำเนินการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.อุดม ผอนวล รอง สวป. หน.สายตรวจ สภ.เชียงแสน นำกำลังตั้งจุดสกัดบริเวณด้านหน้าวัดพระธาตุจอมกิตติ กระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัย โตโยต้า อินโนวา สีเทา ทะเบียนgชียงใหม่ ซึ่งคาดว่าใช้เป็นรถลำเลียงยาเสพติด จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม คนขับพยายามหลบหนี ก่อนทิ้งรถและวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า เจ้าหน้าที่จึงประสานกำลังติดตาม โดย พ.ต.ท.กฤติกรณ์ กันจินะ สว.สส.สภ.เกาะช้าง อ.แม่สาย นำโดรนขึ้นบินค้นหาจากทางอากาศ กระทั่งพบความเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัยและสามารถติดตามเข้าควบคุมตัวไว้ได้ จากการตรวจค้นรถยนต์โตโยต้า อินโนวา พบ ยาบ้าจำนวน 15 กระสอบ รวมประมาณ 3,000,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในบริเวณท้ายรถ จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถสกัดจับ รถยนต์โตโยต้า ยาริส สีขาว ซึ่งทำหน้าที่เป็นรถนำขบวนและพยายามหลบหนี โดยตำรวจในพื้นที่แม่จันติดตามสกัดจับไว้ได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ นายอนุชา อายุ 30 ปี อยู่บ้านหมู่ 6 ต.สำนักตะค้อ อ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา และ นายถาวร อายุ 38 ปี อยู่บ้านหมู่ 4 ต.โนนเมือง อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลถึงเครือข่ายและเส้นทางลำเลียงยาเสพติด รวมทั้งตรวจสอบความเชื่อมโยงของรถทั้งสองคัน เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป