หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ จัดงาน Chiang Mai Longevity Summit 2026 เปลี่ยนเชียงใหม่ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมูลค่าสูง
วันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2569 ณ โรงแรม Shangri – La Chiang Mai หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยพันธมิตรและทุกภาคส่วน ร่วมจัดงาน Chiang Mai Longevity Summit 2026 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมสร้างขีดความสามารถและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำระดับโลกด้านสุขภาวะแบบครบวงจร
โดยในงานนี้ ดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานกรรมการคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน จากนั้น นายบุญลือ ธรรมานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานในครั้งนี้
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดแล้ว ได้มีการบรรยายพิเศษ โดย อ.วีระศํกดิ์ โควสุรัตน์ ประธานที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะทำงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในหัวข้อ “Longevity Wellness Hub Thailand : The Land Of Life” ตามมาด้วย การเสวนาหัวข้อ “เชียงใหม่จุดหมายปลายทางของ Longevity และ Wellness – ระดับโลก” วิทยากรประกอบด้วย คุณเอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คุณศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) นพ.ประชา กัญญาประสิทธิ์ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ และศัลยแพทย์ระบบประสาท โรงพยาบาลวิลเลี่ยม คุณชวลิต สินธุเขียว ประธานสมาพันธ์สมาคมสปาแอนด์เวลเนสไทย และนายกสมาคมส่งเสริมบริการสุขภาพเชียงใหม่
ในช่วงบ่าย เป็นการการบรรยายยุทธศาสตร์อายุวัฒน์เชียงใหม่และแผนงาน 5 ปี 5 Pillars ของ คลัสเตอร์ Chiang Mai Longevity และ Wellness โดย ผศ.ดร.เกษมศักดิ์ อุทัยชนะ รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMU STeP) ปิดท้ายด้วยการบรรยายหัวข้อ Chiang Mai Wellness Playbook 2026 โดย อาจารย์ ดร.รติมา ศรีสมวงศ์ และอาจารย์ ดร.อธิชา แขวงโสภา คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม
จากนั้นจึงเป็นกิจกรรม Networking-Workshop อนาคตยุทธศาสตร์อายุรวัฒน์เชียงใหม่ ทศวรรษหน้า 2035โดย คุณชวนัสถ์ สินธุเขียว ประธานสมาพันธ์สมาคมสปาแอนด์เวลเนสไทย และนายกสมาคมส่งเสริมบริการสุขภาพเชียงใหม่ การจับคู่ธุรกิจ Business Matching และบูธจัดแสดงสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการและพันธมิตรด้าน Longevity Economy กว่า 20 กิจการ
สำหรับ งาน Chiang Mai Longevity Summit 2026 : World Class Wellness Destination เป็นโครงการสำคัญที่จะเปลี่ยนเชียงใหม่ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมูลค่าสูง ผ่านแผนยุทธศาสตร์ด้านอายุรวัฒน์ของเชียงใหม่ 5 คลัสเตอร์หลัก โดยตั้งเป้าในปี 2574 หรือ 5 ปีข้างหน้าจะผลักดันรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติของจังหวัดเชียงใหม่ให้บรรลุเป้าหมาย 1.5 แสนล้านบาท
โดยกลยุทธ์ที่วางไว้ในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2570-2574) คือ การขยายฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากเดิม 3 ล้านคน สู่ 7.5 ล้านคน โดยเพิ่มค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของต่างชาติทั่วไปจาก 12,485 บาท เป็น 20,000 บาท/ครั้ง และดึงดูดกลุ่ม Wellness Tourist ต่างชาติ ที่มีการใช้จ่ายสูงถึง 45,000 – 80,000 บาท/ครั้ง โดยวางเป้าให้สัดส่วนเศรษฐกิจ Longevity Wellness เป็นร้อยละ 35 ของ GPP ให้มีมูลค่า 52,500 ล้านบาท ผ่านคลัสเตอร์ด้านอายุรวัฒน์ ที่เชียงใหม่ได้กำหนดไว้ได้แก่
1.) ด้านการแพทย์และสุขภาพ
2.) ด้านอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารปลอดภัยและอาหารสุขภาพเฉพาะบุคคล
3.) ด้านเวชสำอาง สมุนไพร และผลิตภัณฑ์สุขภาพมูลค่าสูง
4.) ด้านกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจิตใจและวิถีชีวิต มุ่งเน้นการบำบัดจิตใจ ธรรมชาติบำบัด และ Lifestyle Wellness และ
5.) ด้าน การตลาดเชิงรุกเพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวคุณภาพโดยเฉพาะด้านวัตกรรมและดิจิตัล
ทั้งนี้แผนการลงทุนระยะ 5 ปี ที่ทางหอการค้าฯ ได้ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ร่วมวางยุทธศาสตร์ไว้เพื่อขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่การเป็น Longevity Hub ใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 1,141 ล้านบาท ผ่าน 5 เสาหลักยุทธศาสตร์ รวม 14 โครงการเรือธง (Flagship Projects) เช่น ด้านเวชสำอาง สมุนไพร และผลิตภัณฑ์สุขภาพ
เนื่องจากเชียงใหม่เป็นมหานครแห่งสมุนไพรจังหวัดที่ 17 จำเป็นที่จะต้องดำเนินยกระดับมาตรฐานเวชสำอางและสมุนไพรสู่ตลาดมูลค่าสูงมาตรฐานสากล ด้านการแพทย์ได้แก่ ส่งเสริมพื้นที่นวัตกรรมและการบริการสุขภาพพิเศษ (Wellness Sandbox) โครงการระบบนิเวศเกษตรปลอดการเผา (Zero Burn) และยกระดับแบรนด์สุขภาวะล้านนา โครงการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจิตและจิตวิญญาณล้านนา (Lanna Mindfulness) เป็นต้น