เห็ดขี้ควายระบาดหนักที่ปาย นักท่องเที่ยวต่างชาติติดงอมแงมเผยแหล่งอบายมุขซุกใต้พรมเพียบ วอน ตร.ตม.ตรวจต่างด้าวครอบครองกิจการค้าขายแย่งอาชีพคนไทย เมื่อเวลา 16.00 วันที่ 5 ตุลาคม 2569 โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.ศักดิ์ศรี ยะปาละ ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน พ.ต.อ.ภาสวินท์ แก้วต่าย ผกก.สภ.ปาย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.นพคุณ อรรถธรรมกุล รอง ผกก.สส.สภ.ปาย, พ.ต.ต.ชุมพล กาวีเปิ้บ สว.สส.ฯ , ร.ต.อ.อดิเรก จันทร์แว่น รอง สว.สส.ฯ, ร.ต.อ.หญิง วรพรรณ มงคล รอง สว.สส.ฯ พร้อม ชุดสืบสวน สภ.ปาย จับกุม นายวชิราภรณ์ อายุ 46 ปี ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ จำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2,5 ( โคเคน,เห็ดขี้ควาย ) โดยไม่ได้รับอนุญาต,จำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ( ยาอี) โดยไม่ได้รับอนุญาต ” จับกุมได้ที่ หอพัก ม.1 ต.แม่ฮี้ อ.ปาย จว.แม่ฮ่องสอน ของกลาง -1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (ผงเห็ดขี้ควาย) จำนวน 9 ซอง น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มทั้งหมดรวม 552.9 กรัม -2.ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (ผงเห็ดขี้ควาย) จำนวน 6 ซอง น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มทั้งหมดรวม 412.24 กรัม -3.ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ( โคเคนแท่ง ) น้ำหนักสุทธิ 7.08 กรัม -4.ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ( โคเคน ) จำนวน 4 ซอง น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม ซองละ 0.9 กรัม น้ำหนักรวม 3.6 กรัม -5.ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ( พิ้งค์โคเคน ) จำนวน 1 ซอง น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 3.12 กรัม -6.ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ( โคเคน ) จำนวน 1 ซอง น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 9.37 กรัม -7.ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ( ผงเห็ดขี้ควาย ) จำนวน 1 ซองใหญ่ น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มรวม 11.26 กรัม ภายในบรรจุ 2 ซองเล็กแยกเป็น 10.21 กรัมและ1.05 กรัม -8.ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ( ผงเห็ดขี้ควาย ) จำนวน 1 ซองใหญ่ น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มรวม 3.88 กรัม ภายในบรรจุ 4 ซอง -9.ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ( โคเคน ) จำนวน 1 ซองใหญ่ น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มรวม 5.53 กรัม ภายในบรรจุ 2 ซองเล็กแยกเป็น 3.55 กรัมและ1.98 กรัม -10.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) จำนวน 1 เม็ด -11.สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 4 เล่ม -12.สมุดบัญชีรายการขายของหน้าร้าน จำนวน 3 เล่ม -13.บิลเงินสด จำนวน 1 ชุด -14.เครื่องคิดเงิน (Pos) จำนวน 1 เครื่อง -15.เครื่องรูดบัตรเครดิตหรือเครื่องชำระเงิน ของธนาคารกสิกรไทย จำนวน 2เครื่อง ทางด้าน พ.ต.ท.นพคุณ อรรถธรรมกุล รอง ผกก.สภ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2569 เวลาประมาณ 22.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 ราย ซึ่งเป็นพนักงานของทางร้านในพื้นที่ ม.1 ต.แม่ฮี้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายและจำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2,5 ( เคตามีน,เห็ดขี้ควาย ) อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในชุมชน,ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ( ยาอี) โดยไม่ได้รับอนุญาต, และร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (โคเคน) โดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมด้วยของกลาง พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน 8 ซอง น้ำหนักสุทธิซองละ 0.5 กรัม,ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (ผงเห็ดขี้ควาย) จำนวน 26 ซอง น้ำหนักสุทธิซองละ 1 กรัม, ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) จำนวน 2 ซอง น้ำหนักสุทธิซองละ 0.5 กรัม, ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) จำนวน 4 เม็ด,น้ำเห็ดขี้ควาย จำนวน 2 ขวด,ธนบัตรที่ใช้ในการล่อซื้อ รวมเป็นจำนวน 2,200 บาท,เมนูรายการขาย เห็ดขี้ควาย จำนวน 1 แผ่นและสำเนาภาพถ่ายใบเสร็จรับเงินในการจำหน่ายยาเสพติด จำนวน 1 ฉบับ จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การว่า ของกลางยาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการล่อซื้อและจับกุมนั้น เป็นของ น.ส.วริษา หรือกระถิน และนายวชิรากรณ์ ซึ่งทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากันและเป็นเจ้าของร้าน จึงน่าเชื่อว่าจะมียาเสพติดเหลืออยู่ที่หอพัก ม.1 ต.แม่ฮี้ อ.ปาย จว.แม่ฮ่องสอน ซึ่งมี น.ส.วริษา หรือกระถิน และนายวชิรากรณ์ เช่าและพักอาศัยอยู่ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขออนุมัติหมายศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน สาขาปาย และศาลได้อนุมัติหมายค้นที่ ค.26 /2569 ลงวันที่ 5 ต.ค. 2569 เพื่อค้นร้าน และหอพัก ม.1 ต.แม่ฮี้ อ.ปาย จว.แม่ฮ่องสอน ต่อมา วันนี้ ( 5 ต.ค. 2569 ) เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตามรายชื่อข้างต้น จึงได้นำกำลังไปทำการตรวจค้น เมื่อไปถึงหน้าหอพัก ม.1 ต.แม่ฮี้ อ.ปาย จว.แม่ฮ่องสอน พบนายวชิรากรณ์ อายุ 46 ปี ที่อยู่ หมู่ที่ 1 ต.เวียงใต้ อ.ปาย จว.แม่ฮ่องสอน แสดงตัวเป็นผู้ครอบครองหอพัก ดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่และได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน สาขา ปาย ที่ ค.26/2569 ลงวันที่ 5 ต.ค. 2569 แสดงให้ นายวชิรากรณ์ ฯ ดู และแจ้งความประสงค์เพื่อขอทำการตรวจค้นให้ นายวชิรากรณ์ ฯ ทราบ ซึ่ง นายวชิรากรณ์ ฯ ทราบและด้วยความยินยอมสมัครใจให้ทำการตรวจค้นแต่โดยดี ก่อนทำการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้นายวชิรากรณ์ ฯ เป็นผู้นำในการตรวจค้น จากการตรวจค้นพบยาเสพติดตามรายการของกลางลำดับที่ 1-10 และพบบัตรประจำตัวประชาชนของ น.ส.วริษา อินต๊ะหา วางอยู่ในตะกร้า บนโต๊ะอยู่ห้องดังกล่าว สอบถาม นายวชิรากรณ์ ฯ ให้การปฏิเสธว่าของกลางรายการดังกล่าวไม่ใช่ของตนและห้องหมายเลข 5 ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันของหอพัก ม.1 ต.เวียงใต้ อ.ปาย จว.แม่ฮ่องสอน จริงแต่ห้องดังกล่าวตนเปิดให้แขกพักเป็นครั้งคราว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงขอทำการตรวจปัสสาวะด้วยชุดน้ำยาทดสอบเบื้องต้น ซึ่ง นายวชิรากรณ์ ฯ ยินยอมให้ตรวจ ผลการตรวจปัสสาวะเบื้องต้นเป็นลบ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ นายวชิรากรณ์ ฯ ทราบว่า “ จำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2,5 ( โคเคน,เห็ดขี้ควาย ) โดยไม่ได้รับอนุญาต,จำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ( ยาอี) โดยไม่ได้รับอนุญาต ” พร้อมทั้งแจ้งสิทธิ์ให้ผู้ต้องหาทราบและผู้ต้องหารับทราบข้อกล่าวหาและสิทธิของผู้ถูกจับดังกล่าวข้างต้นแล้วพร้อมกับได้มอบสำเนาบันทึกการจับกุมแก่ผู้ต้องหา จากนนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ต่อไป แหล่งข่าวระบุว่าพื้นที่ สภ.ปาย นอกจากมียาเสพติดประเภทเห็ดขี้ควายแล้วยังมียาเสพติดประเภทกัญชาสูบกันแบบเสรี บางวันยังมีการปาร์ตี้ยาเสพติดและสิ่งของมืนเมา โดยมีทั้งชาวต่างชาติอิสราเอลและชาติอื่น มีคนไทยเป็นผู้จัดให้มีปาร์ตี้ และเมื่อก้าวเข้าสู่หน้าร้อนจะมีการปาร์ตี้ล่องแพห่วงยางระหว่างล่องแพมีการจำหน่ายยาเสพติดและเครื่องดื่มมืนเมา ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้ผู้จัดวันละกว่า 1 ล้านบาท งานเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าถึงช่วงเย็น 18.00 น. ขณะที่ความขัดแย้งบางอย่างระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองยังมีปัญหาไม่ลงตัวในขณะนี้อีกด้วย ส่วนปัญหาอื่นๆที่มีการลักลอบกระทำความผิดยังมีอีกหลายเรื่อง และปัญหาใหญ่ที่กำลังมีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า มีบุคคลต่างด้าวที่มีใบอนุญาตให้อาศัยอยู่ราชอาณาจักรไทย แต่ห้ามมีการขายของประกอบธุรกิจของตัวเองรวมทั้งเปิดร้านค้าขายตามพื้นที่ต่างๆขณะนี้สร้างปัญหาให้ชาวไทยเจ้าของพื้นที่มากเนื่องจากถูกแย่งอาชีพการทำมาหากินซึ่งกฎหมายไทยยังไม่อนุญาต วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม) ตรวจสอบปัญหาดังกล่าวด้วย