คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangเชียงใหม่ · เปลี่ยน

เชียงใหม่ยกระดับรับมือ “น้ำป่า–ดินถล่ม” จับตาฝนหนัก 5 ก.ย. สั่ง ...

ที่มา: เชียงใหม่นิวส์

เชียงใหม่ยกระดับรับมือ “น้ำป่า–ดินถล่ม” จับตาฝนหนัก 5 ก.ย. สั่งทุกหน่วยพร้อมรับสถานการณ์ เผยเตรียมเครื่องสูบน้ำ 165 เครื่อง ศูนย์พักพิง 222 แห่ง พร้อมสั่งทุกอำเภอตรวจสอบระบบสื่อสารโดยเฉพาะจุดที่สัญญานไม่ชัดเจน

วันที่ 3 ก.ย. 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมน้ำอัจฉริยะ (SWOC1) สำนักงานชลประทานที่ 1 นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเชียงใหม่ กรณีอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ปี 2569 ครั้งที่ 4/2569 เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมนำส่วนราชการในจังหวัดเชียงใหม่ร่วมการประชุมเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ พร้อมกับประชุมผ่านระบบ Zoom Meeting ร่วมกับอำเภอทั้ง 25 อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

ในที่ประชุมทางศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ได้รายงานถึงสถานการณ์ฝนสะสมในห้วงระหว่าง วันที่ 4 – 5 ก.ย. 69 พบว่า จังหวัดเชียงใหม่ยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 4 ก.ย. 69 ฝนจะเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ตอนเหนือของจังหวัด และมีฝนตกหนักเพิ่มมากขึ้น ในวันที่ 5 ก.ย. 69 ซึ่งพื้นที่ที่ต้องระวังคือ ตอนกลางของจังหวัดเ จากนั้นในวันที่ 6 – 8 ก.ย. 69 ร่องมรสุมก็จะเคลื่อนตัวไปทางด้านทิศใต้ เข้าสู่ภาคเหนือตอนล่าง-ภาคกลางบนของประเทศไทย จะส่งผลต่อพื้นที่อำเภอโซตใต้ของจังหวัด ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ ยังคงต้องเฝ้าระวังเรื่องสถานการณ์พายุฝนที่ตกหนักในห้วงระยะนี้

ขณะที่สำนักงานชลประทานที่ 1 ได้รายงานถึงสถานการณ์น้ำท่า โดยเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ มีปริมาณน้ำเก็บกัก 210.215 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 79.33 ส่วนเขื่อนแม่กวงอุดมธารา อ.ดอยสะเก็ด มีปริมาณน้ำเก็บกัก 180.851 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 68.76 ซึ่งปริมาณน้ำท่าในเขื่อนขนาดใหญ่ ยังมีช่องว่างที่สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนและน้ำที่จะไหลเข้ามาในเขื่อนได้อยู่ ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 13 แห่ง มีปริมาณน้ำรวม 79.460 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 77.09 และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก 116 แห่ง มีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 44.110 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 65.44 ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ปัจจุบันมีการตรวจสอบอาคารควบคุม ประตูระบายน้ำ ฝาย อ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอยู่ในความมั่นคง แข็งแรง และพร้อมใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมทั้งได้มีการจัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ อุปกรณ์ เครื่องสูบน้ำ และกำลังเจ้าหน้าที่ไว้แล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์ก็สามารถเข้าสนับสนุนและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนได้ทันที

ด้าน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่า การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการฝึกซ้อมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 69 มีผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมมากกว่า 500 คน จากทุกอำเภอ อปท. และอาสาสมัครในพื้นที่ มีการเฝ้าระวังและขับเคลื่อนเชิงรุกผ่านศูนย์ประชาสัมพันธ์ร่วม (Joint Information Center : JIC) เพื่อให้เป็นแหล่งข้อมูลป้องกันข่าวบิดเบือน ขณะเดียวกันได้มีการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยทาง อปท. จำนวน 59 แห่ง ใน 23 อำเภอ ได้ดำเนินการแล้ว รวม 134 จุด ระยะทางรวม 183 กิโลเมตร จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 165 เครื่อง เป็นเครื่องสูบน้ำถาวร และเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ จากหน่วยงานต่างๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันมีการติดตั้งแล้ว 9 จุด มีการนำแผนที่ ONE MAP มาใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่ เพื่อป้องกันอุทกภัย และได้จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว จำนวน 222 แห่ง สามารถรองรับผู้ประสบภัยได้ 69,652 คน สถานที่จอดรถทั้งหมด 11 แห่ง รองรับรถได้ทั้งสิ้น 14,970 คัน เป็นรถยนต์ 6,930 คัน และรถจักรยานยนต์ 8,040 คัน อีกทั้งยังมีระบบเฝ้าระวังและเทคโนโลยีแจ้งเตือน FloodBoy จำนวน 216 สถานี สถานีโทรมาตร 17 สถานี และกล้อง CCTV จำนวน 9 ตัว รวมทั้งหมด 242 สถานี

นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์ฝนที่ตกสะสมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ยังต้องมีการเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด และได้เน้นย้ำเรื่องของการสื่อสาร ต้องมีการติดต่อประสานงานกันได้ พื้นที่ใดที่มีสัญญาณอ่อน ให้แจ้งมายังจังหวัดเพื่อประสานเจ้าของเครือข่ายทำการปรับปรุง ส่วนพื้นที่ที่ไม่สามารถใช้สัญญาณโทรศัพท์ติดต่อได้ ต้องมีเครื่องมือสื่อสารอื่น เช่น วิทยุสื่อสาร ที่สามารถใช้งานและติดต่อกับในพื้นที่ได้ นอกจากนี้เรื่องการรายงานพื้นที่ที่ประสบภัย การลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ต้องมีความชัดเจน แม่นยำ เรื่องบ้านเลขที่ที่มีการอาศัยอยู่ถาวร ไม่ใช่กระท่อมในพื้นที่สวน พื้นที่การเกษตร หากเป็นหอพักก็ต้องมีการระบุให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดการจ่ายเงินชดเชยหรือการเยียวยาที่ซ้ำซ้อนในด้านงบประมาณ และขอให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และพร้อมช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น

ความคิดเห็น