คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangเชียงใหม่ · เปลี่ยน

ชาวบ้านนางแลในยื่นพิสูจน์สิทธิที่ดิน 156 แปลง ยันตั้งถิ่นฐานก่อนประกาศเขตป่ารัฐ

ที่มา: www.chiangmainews.co.th

ชาวบ้านนางแลในยื่นพิสูจน์สิทธิที่ดิน 156 แปลง งัดหลักฐานชุมชน–ภาพถ่ายทางอากาศปี 2497 ยันตั้งถิ่นฐานก่อนประกาศเขตป่ารัฐ จ.เชียงราย – ชาวบ้านนางแลใน ต.นางแล อ.เมืองเชียงราย เดินหน้าทวงสิทธิในที่ดินทำกิน ยื่นหนังสือขอพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินจำนวน 156 แปลง หลังประสบปัญหาที่ดินถูกประกาศทับซ้อนเป็นพื้นที่ของรัฐ พร้อมนำหลักฐานทางประวัติศาสตร์และภาพถ่ายทางอากาศยืนยันการตั้งถิ่นฐานและทำประโยชน์ในพื้นที่มาก่อนการประกาศเขตป่า เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 นางเตียนทอง เรือนคำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.นางแล พร้อมคณะกรรมการหมู่บ้านและตัวแทนราษฎรบ้านนางแลใน เดินทางยื่นหนังสือร้องเรียนและคำขอพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินต่อ นายอุทัย กันทะวิน ปลัดอำเภอเมืองเชียงราย เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและพิสูจน์สิทธิที่ดินของชาวบ้านเป็นรายแปลงอย่างเป็นธรรม ชาวบ้านระบุว่า ปัญหาเกิดจากการประกาศกฎหมายและมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับพื้นที่ป่าหลายฉบับในอดีต ทั้งการจำแนกพื้นที่ป่าดอยนางแลเป็นป่าไม้ถาวรเมื่อปี 2513 การประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติเมื่อปี 2521 และการกำหนดเขตปฏิรูปที่ดินในเวลาต่อมา ส่งผลให้พื้นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของชาวบ้านซึ่งสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ถูกจัดอยู่ในเขตที่ดินของรัฐ ชาวบ้านยืนยันว่า การตั้งถิ่นฐานของชุมชนมีมาก่อนการประกาศเขตป่าของรัฐ โดยที่ผ่านมาไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการรับรองสิทธิได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากพื้นที่อยู่ห่างไกล การเดินทางในอดีตมีความยากลำบาก และการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเอกสารสิทธิไม่ทั่วถึง ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนปฏิเสธการรับเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 เนื่องจากต้องการให้มีการพิสูจน์สิทธิการครอบครองตามข้อเท็จจริงก่อน ในการยื่นเรื่องครั้งนี้ ชาวบ้านได้นำหลักฐานประกอบการพิสูจน์สิทธิหลายด้าน ทั้งทะเบียนราษฎร์และเอกสารชุมชนเก่า เช่น ทะเบียนบ้าน พ.ศ. 2458 สัญญาสมรส พ.ศ. 2501 รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับผู้นำชุมชนและเจ้าอาวาสวัดนางแลในตั้งแต่อดีต ตลอดจนหลักฐานทางโบราณสถาน “เวียงฮ่อ” ซึ่งปรากฏแนวคูเมืองและกำแพงเมืองโบราณ นอกจากนี้ ยังมี ภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนที่ทหาร ชุดปี พ.ศ. 2497, 2513 และ 2519 ซึ่งชาวบ้านเห็นว่าเป็นหลักฐานสำคัญในการแสดงร่องรอยการใช้ประโยชน์ในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่พื้นที่จะถูกประกาศเป็นเขตที่ดินของรัฐ ตัวแทนชาวบ้านยังอ้างถึงแนวทางของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ที่เปิดช่องให้ราษฎรซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิของทางราชการ สามารถนำพยานบุคคล พยานวัตถุ และหลักฐานอื่นมาประกอบการพิสูจน์สิทธิได้ รวมถึงการส่งภาพถ่ายทางอากาศให้คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องอ่าน แปล และตีความ เพื่อพิจารณาว่ามีร่องรอยการทำประโยชน์ก่อนการเป็นที่ดินของรัฐหรือไม่ ข้อเรียกร้องสำคัญของชาวบ้าน คือ ขอให้หน่วยงานรัฐรับเรื่องและตรวจสอบหลักฐานทั้งหมดอย่างรอบด้าน พร้อมดำเนินกระบวนการพิสูจน์สิทธิ ทั้ง 156 แปลงเป็นรายแปลง โดยอาศัยข้อเท็จจริงในพื้นที่ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ และภาพถ่ายทางอากาศ ไม่ใช่พิจารณาจากสถานะพื้นที่ตามประกาศเขตป่าเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ผู้ที่มีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์จริงได้รับความเป็นธรรม และสามารถเข้าสู่กระบวนการออกเอกสารสิทธิอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ด้าน นายอุทัย กันทะวิน ปลัดอำเภอเมืองเชียงราย รับเรื่องจากกลุ่มชาวบ้าน พร้อมระบุว่าตนจะดำเนินการช่วยเหลือชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ โดยจะส่งเอกสารรายงานชี้แจงและหลักฐานต่างๆไปยัง สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

ความคิดเห็น