คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangเชียงใหม่ · เปลี่ยน

ชาวคลอง 8 ผวาน้ำทะลัก หลังชลประทานเปิดประตูคลอง 12 ด้าน “บิ๊กแจ๊ส” ลุยสั่งรื้อคันดิน

ที่มา: ไทยรัฐ

ชาวบ้านคลอง 8 ธัญบุรี หวั่นมวลน้ำจากคลอง 12 ไหลทะลักสมทบท่วมพื้นที่รังสิต หลังชลประทานฯ พิจารณาเปิดประตูระบายน้ำขึ้น 10 ซม. นาน 2 ชั่วโมง ขณะที่ชาวนาสุดช้ำ นาข้าว 80 ไร่จมน้ำเสียหายเกือบ 1 ล้านบาท ทั้งที่อีก 20 วันจะเก็บเกี่ยวได้ ด้าน “บิ๊กแจ๊ส” ลุยสั่งรื้อคันดินเปิดคลอง 8 ผันน้ำลงเจ้าพระยา

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 สืบเนื่องจากกรณีชาวบ้านในเขตอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก กว่า 500 คน เดินทางมารวมตัวเพื่อเรียกร้องให้กรมชลประทานเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 ถนนรังสิต-นครนายก ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมขังนานเกือบ 20 วัน โดยมี นายวัชรินทร์ บรรจงทรัพย์ รองนายก อบต.คลองใหญ่ จังหวัดนครนายก และ นายสมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองสนั่นรักษ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชลประทาน ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ต่อมา กรมชลประทานได้พิจารณาเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 ขึ้น 10 เซนติเมตร เป็นเวลา 2 ชั่วโมง โดยมีเจ้าหน้าที่และชาวบ้านจากทั้งฝั่งจังหวัดนครนายกและปทุมธานีเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด ทันทีที่ทราบข่าวการเปิดประตูระบายน้ำ ชาวบ้านในพื้นที่คลอง 8 ตำบลลำผักกูด อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ได้พากันออกมาติดตามสถานการณ์ที่ประตูระบายน้ำคลอง 8 ด้วยความวิตกกังวลว่ามวลน้ำดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ของตนมากน้อยเพียงใด

จากการสอบถาม นายสมยศ สำเภาแก้ว ชาวบ้านหมู่ที่ 3 ตำบลลำผักกูด เปิดเผยว่า ตนได้สร้างคันดินบล็อกน้ำไว้ทางด้านหน้า แต่น้ำกลับทะลักเข้าท่วมจากทางด้านหลัง ทำให้นาข้าวจำนวน 80 ไร่ ที่เหลือเวลาอีกเพียง 20 วันก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้ ถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเกือบ 1 ล้านบาท สภาพนาข้าวในขณะนี้กลายเป็นทะเลไปแล้ว หากมีการเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 ชาวบ้านย่อมได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากน้ำจะไหลเข้าสู่คลองซอยทั้งหมด การที่ชาวบ้านออกมารวมตัวกันครั้งนี้เป็นเพราะเกรงว่าหากประตูระบายน้ำคลอง 8 ถูกเปิดอีก มวลน้ำจะไหลทะลักไปถึงรังสิตอย่างแน่นอน

ทางด้าน นางยุพาเยาว์ หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี (บุคคลสาธารณะและผู้บริหารส่วนท้องถิ่น) กล่าวว่า ทราบข่าวเรื่องการเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 ขึ้น 10 เซนติเมตร เป็นเวลา 2 ชั่วโมงแล้ว ซึ่งปัจจุบันในเขตเทศบาลตำบลธัญบุรีก็ยังมีปัญหาน้ำท่วมขังอยู่ การปล่อยน้ำย่อมส่งผลกระทบถึงกันทั้งหมด แต่ทุกฝ่ายจำเป็นต้องมาพูดคุยและหาทางออกร่วมกัน ขณะนี้ต้องรอดูสถานการณ์จากทางกรมชลประทานก่อน นอกจากนี้ ตนได้ประสานงานเบื้องต้นไปยัง นายกโบว์ลิ่ง (ผู้บริหารส่วนท้องถิ่น) ซึ่งดูแลรับผิดชอบครอบคลุมไปถึงพื้นที่ตำบลคูคตและอำเภอลำลูกกาแล้ว เพื่อเตรียมหารือแนวทางการบริหารจัดการน้ำร่วมกันต่อไป

ต่อมา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบประตูระบายน้ำคลอง 12 และประตูระบายน้ำคลอง 8 ภายหลังกรมชลประทานทดลองเปิดบานประตูระบายน้ำคลอง 12 ขึ้น 10 เซนติเมตร เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ล่าสุดประตูระบายน้ำคลอง 12 ได้ปิดลงแล้วตามข้อตกลงร่วมกันระหว่างชาวบ้านจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดนครนายก โดยมี ว่าที่ ร.ต.ธีระพล โชคนำชัย ปลัดจังหวัดปทุมธานี มาร่วมติดตามสถานการณ์และรับฟังข้อมูลตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ตนได้เดินทางไปตรวจสอบการเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 ขึ้น 10 เซนติเมตร เป็นเวลา 2 ชั่วโมงมาแล้ว โดยมี นายสมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองสนั่นรักษ์ คอยประสานงานอย่างใกล้ชิด ทุกฝ่ายต่างมีเหตุผลและความจำเป็น ซึ่งในส่วนของประตูระบายน้ำคลอง 8 นั้น จำเป็นต้องรื้อคันดินออกเพื่อรับมวลน้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ที่ถูกปล่อยมาจากคลอง 12 จากนั้นจะทำการเปิดประตูระบายน้ำคลอง 8 ทั้งสองบานขึ้น 10 เซนติเมตร เพื่อเร่งระบายน้ำผ่านเทศบาลนครรังสิตลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาให้เร็วที่สุด

ทั้งนี้ ปัจจุบันระดับน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์อยู่ที่ 1.7 เมตร ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ การเปิดประตูระบายน้ำคลอง 8 ขึ้น 10 เซนติเมตร ถือเป็นการช่วยแบ่งเบาความทุกข์ของประชาชน อย่างไรก็ตาม จะต้องรักษาระดับน้ำไม่ให้เกิน 1.9 เมตร หากระดับน้ำสูงเกินกว่านี้จะต้องปิดประตูระบายน้ำทันที เพื่อป้องกันมวลน้ำทะลักเข้าท่วมชุมชน

สำหรับสถานีสูบน้ำเชียงราก บริเวณตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 20 ตัว ปัจจุบันได้เปิดใช้งาน 15 ตัว โดยต้องสลับสับเปลี่ยนการทำงานและพักเครื่องเป็นระยะ เพื่อป้องกันเครื่องสูบน้ำชำรุดหรือเกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจร

ความคิดเห็น