คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangเชียงใหม่ · เปลี่ยน

จังหวัดเชียงใหม่ รับมอบนโยบายจาก นายกฯ เปิดปฏิบัติการกวาดล้างนอมินี

ที่มา: www.chiangmainews.co.th

จังหวัดเชียงใหม่ รับมอบนโยบายจาก นายกฯ เปิดปฏิบัติการกวาดล้างนอมินีถือครองที่ดินกลุ่มเสี่ยงทั่วประเทศ ป้องกันทุนสีเทา ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ วันนี้ (19 ต.ค. 69) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม POC ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าวและรับมอบนโยบายในพิธี Kick Off ปฏิบัติการปราบปรามนอมินี บังคับจำหน่ายที่ดิน และตรวจสอบการถือครองที่ดินกลุ่มเสี่ยง ปกป้องผลประโยชน์ชาติ ผ่านระบบประชุมทางไกล (Zoom Cloud Meetings) โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการฯ ในการนี้ นายสมชาย ลีหล้าน้อย อธิบดีกรมที่ดิน ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์และผลการดำเนินงานขับเคลื่อนปฏิบัติการ โดยสั่งการให้สำนักงานที่ดินทั้ง 462 แห่งทั่วประเทศ ร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบนอมินีระดับจังหวัด ตรวจสอบนิติบุคคลถือครองที่ดินทั่วประเทศ 157,659 ราย พบกลุ่มเสี่ยงเบื้องต้น 14,151 ราย เมื่อคัดแยกกลุ่ม BOI ออก คงเหลือกลุ่มต้องตรวจสอบ 13,088 ราย ซึ่งจะสามารถทำให้ตรวจสอบได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยผลการตรวจสอบนี้ถือเป็นฐานสำคัญ ในการให้ทุกจังหวัด ร่วมบูรณาการกับทุกภาคส่วนในการดำเนินการตามกฏหมาย พร้อมกันนี้ กรมที่ดินยังได้วางมาตรการตรวจสอบอย่างเข้มข้นก่อนการจดทะเบียน โดยกรณีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ซื้อที่ดินด้วยเงินสดเกิน 2 ล้านบาท หรือราคาประเมินเกิน 5 ล้านบาท จะต้องถูกตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินทุน อาชีพ และรายชื่อผู้ถือหุ้นอย่างละเอียด รวมถึงกรณีคนไทยมีคู่สมรสต่างด้าวจะต้องบันทึกถ้อยคำรับรองว่าเป็นเงินส่วนตัวตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 74 นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำเจตนารมณ์ในการปราบปรามนอมินีอย่างจริงจัง เพื่อคืนความเป็นธรรมและปกป้องความมั่นคง แต่ยังคงยินดีต้อนรับนักลงทุนต่างชาติที่สุจริตและเคารพกฎหมายไทย พร้อมมอบข้อสั่งการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1.เร่งรัดตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงให้แล้วเสร็จเป็นรายกรณี โดยกรมที่ดิน และผู้ว่าราชการจังหวัดต้องจัดลำดับความสำคัญและกำหนดกรอบเวลาให้เสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคม 2569 หากพบเครือข่ายความผิดให้ส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปสู่การเพิกถอนสิทธิ์ การเนรเทศ หรือเพิกถอนสัญชาติต่อไป 2.ดำเนินการบังคับจำหน่ายที่ดินและติดตามผลจริง ตรวจสอบการรับโอนหลังการบังคับขาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสลับเปลี่ยนตัวนอมินีรายใหม่ 3.ปิดช่องโอกาสนอมินีรายใหม่และสร้างระบบป้องกันระยะยาว โดยนำข้อค้นพบมาปรับปรุงระบบเฝ้าระวังทั้งก่อนและหลังจดทะเบียน เปิดรับเบาะแสจากประชาชน และเผยแพร่ผลการดำเนินงานต่อสาธารณะอย่างสม่ำเสมอ เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าพนักงานที่ดินนำแนวทางไปปฏิบัติอย่างเด็ดขาด โปร่งใส ซึ่งผู้กระทำผิดส่วนใหญ่อาจเป็นผู้มีอิทธิพล แต่ไม่มีอิทธิพลใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าอิทธิพลของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำหน้าที่ภายใต้กฎหมาย พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมปกป้องคุ้มครองเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วยความสุจริตอย่างเต็มที่ และคืนความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน

ความคิดเห็น