คำพูดของรัฐมนตรีสาธารณสุข ในฐานะรองประธานคณะกรรมการกองทุนสสส.คนที่ 1 กับคำพูดของนายแพทย์พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสสส ในการให้เหตุผลที่ห้ามบุหรี่ไฟฟ้า ฉายให้เห็นภาพว่า ทั้งสองท่าน อธิบายตรรกะในการห้ามบุหรี่ไฟฟ้าที่เหมือนกัน นั่นคือ มีบุหรี่มวนที่ทำร้ายเด็กและเยาวชนไทยอยู่แล้ว เราไม่ควรจะให้มีบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาทำร้ายเด็กและเยาวชนอีก โดยรมว.พัฒนา เปรียบเปรยว่า มีปีศาจ(บุหรี่มวน) อยู่ แล้ว ต้องไม่ให้มีปีศาจ(บุหรี่ไฟฟ้า) เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งตัว ขณะที่นายแพทย์พงศ์เทพ ผู้จัดการสสส.เปรียบเปรยว่า มีเสือ(บุหรี่มวน)อยู่หนึ่งตัวแล้ว ต้องไม่ปล่อยให้มีสิงโต(บุหรี่ไฟฟ้า)เข้ามาอีกหนึ่งตัว ซึ่งทั้งบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้า วายร้ายที่ทำให้เยาวชนเสพติดคือ นิโคตินตัวเดียวกัน ตั้งแต่ปี 2562 นายกอนุทิน ชาญวีรกูล ขณะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ได้พูดถึงเหตุผลที่สนับสนุนการห้ามบุหรี่ไฟฟ้าว่า “ผมไม่เพิ่มทางเลือกอีกทางที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ“ ในการบรรยายของผมเองในหลายๆโอกาส คำพูดที่ผมเปรียบเปรยไว้ว่า ไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า คือ “ความวัวไม่ทันหาย (อย่าให้)ความควายเข้ามาแทรก” พุธโธ่ แค่บุหรี่มวนตัวเดียว เราก็ต่อสู้ไม่ให้เด็กไทยและเยาวชนไทยกลายเป็น“นักสูบทดแทน” ของบริษัทบุหรี่มามากว่า 40 ปี เราก็ยังจัดการ“ปีศาจ” หรือ “เสือ” บุหรี่มวนไม่ได้ โดยอุปสรรคหลักคือบริษัทบุหรีที่ผลิตสินค้า“ปีศาจ” ขัดขวางความพยายามของรัฐบาลที่จะควบคุมยาสูบทุกชนิดมาโดยตลอด แล้วเราจะยอมให้ธุรกิจเดียวกันนี้ ส่ง”ปีศาจ“ ตัวใหม่ เข้ามาในบ้านเราอีกหรือ ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 2 กันยายน 2569 อ้างอิง