เปิด 4 ปัจจัย ทำคนอายุน้อย เสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง เพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่แค่คนสูงอายุอีกต่อไป ย้ำ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว อย่าประมาทเด็ดขาด
โรคหลอดเลือดสมองแตก เป็นโรคที่มักเกิดจากความเสื่อมของหลอดเลือดนำไปสู่ภาวะการตีบ ตัน และแตกได้ในที่สุด
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า “โรคหลอดเลือดสมอง” จะพบกับคนมีอายุมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงวัย แต่ความจริงนั้นในปัจจุบัน เรากลับพบว่า คนอายุน้อยเป็นโรคหลอดเลือดสมองกันมากขึ้นจนน่าตกใจ
จริงๆ แล้วความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองจะเพิ่มขึ้นเท่าตัว ถ้าอายุมากกว่า 45 ปี และมากกว่า 70% ของโรคหลอดเลือดสมองทั้งหมด มักจะพบในกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 65 ปี
แต่ทว่าตอนนี้กลับพบว่า โรคหลอดเลือดสมอง ไม่ได้เป็นโรคของผู้สูงอายุเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่คนอายุน้อยเป็นโรคหลอดเลือดสมองกันมากขึ้น คือ กลุ่มช่วงอายุตั้งแต่ 18 – 55 ปี
ปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้เป็น 4 ลำดับแรกๆ ที่ทำให้คนอายุน้อยๆ เป็นโรคหลอดเลือดสมองได้มากกว่าคนทั่วไป
1.ภาวะอ้วนลงพุง (Abdominal Obesity) เป็นปัจจัยเสี่ยงที่พบมากที่สุดเป็นอันดับแรกโดยสัมพันธ์กับโอกาสการเกิดโรคหลอดเลือดสมองถึง 66% ทั้งนี้ คำนวณมากจาก Waist-to-Hip Ratio (WHR) โดยมีวิธีการวัด คือ เอาเส้นรอบเอวที่วัดตรงระดับสะดือ หน่วยเป็น นิ้ว มาหารกับ เส้นรอบสะโพก ที่วัดตรงระดับปุ่มกระดูกต้นขาโดยนำค่าที่ได้มาเทียบกับสัดส่วนแยกตามเพศ หากเป็นเพศชาย ได้ค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 0.93 เพศหญิง ได้ค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 0.86 จะถือว่ามีภาวะอ้วนลงพุง
2. การสูบบุหรี่ เนื่องจากการสูบบุหรี่ทำให้เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ เพิ่มความดันโลหิตสูง ดังนั้น การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจตามมาได้
3.การไม่ออกกำลังกาย การออกกำลังกายที่เหมาะสม คือ การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องมากกว่า 30 นาทีต่อครั้ง เป็นจำนวนมากกว่า 5 ครั้งภายใน 1 สัปดาห์ แต่ก็อาจจะไม่ใช่ทุกคนที่สามารถหาเวลาออกกำลังกายได้อย่างสม่ำเสมอ หากสามารถหาเวลาออกกำลังกายเพียง 20-30 นาที จำนวน 3 ครั้ง/สัปดาห์ ก็ทำให้มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ออกกำลังกายเลย หรือกลุ่มคนที่เดินน้อยกว่า 1 ไมล์ต่อวัน (ประมาณ 1.6 กม. หรือประมาณ 2,000 ก้าว/วัน) เพราะมีงานวิจัยที่พบว่า การที่ร่างกายของเราขยับน้อยในแต่ละวันนั้น มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ถึง 48% โดยพบมากขึ้นในเพศหญิงถึง 50% และ 47%ในเพศชาย
4.ความดันโลหิตสูง ภาวะความดันโลหิตสูงเป็นเหมือนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจาก 3 สาเหตุแรก ไม่ว่าจะเป็น ภาวะอ้วนลงพุง การสูบบุหรี่ การไม่ออกกำลังกาย ปัจจัยเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับต้นๆ ของสาเหตุการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ไม่ว่าจะเป็น เส้นเลือดสมองตีบหรือแตก
โดยมีวิจัยที่พบว่า โรคความดันโลหิตสูง มีความสัมพันธ์กับภาวะโรคหลอดเลือดสมองสูงถึงประมาณ 47% ในปัจจุบันพบว่า คนไทยเป็นโรคความดันโลหิตสูงกันเร็วขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่อายุยังน้อย คือ ช่วงวัย 30-45 ปี การรักษาด้วยยา เพื่อช่วยลดความดันโลหิตจะสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ถึง 30% และสามารถลดอัตราการเสียชีวิตได้ถึง 21% ถึงอย่างนั้นสิ่งที่น่ากังวลมากกว่า คือ คนส่วนมากไม่ค่อยทราบว่าตนเองเป็นโรคความดันโลหิตสูง และมีส่วนน้อยประมาณ 1 ใน 3 ของจำนวนผู้ป่วยเท่านั้น ที่สามารถควบคุมความดันโลหิตสูงของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้
จะเห็นได้ว่า ทั้ง 4 ปัจจัยนี้ เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองที่สำคัญมาก และสามารถเกิดได้กับทุกคน ไม่จำเป็นต้องเป็นคนอายุมาก ดังนั้น โรคหลอดเลือดสมอง จึงไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัว และอย่าประมาท เพราะคิดว่าโรคนี้เป็นโรคของผู้สูงอายุเท่านั้น
ที่มาข้อมูล : paolohospital / synphaet