น้ำลดแต่แผลหนัก! จันทบุรีสวนผลไม้เสียหายกว่า 2 หมื่นไร่ ทุเรียนตายนับหมื่นต้น
น้ำลดแต่ความเจ็บปวดพุ่งสูง! เกษตรกรจันทบุรีสิ้นเนื้อประดาตัว สวนผลไม้เสียหายกว่า 2 หมื่นไร่ ทุเรียนขาดอากาศใบเหี่ยวร่วงนับหมื่นต้น หวั่นยืดระยะเวลาฟื้นฟูกระทบยอดส่งออกทุเรียนไทย เกษตรจังหวัดเร่งลงพื้นที่เยียวยา
วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามบาดแผลหลังอุทกภัยในพื้นที่ จ.จันทบุรี หลังสถานการณ์มวลน้ำคลี่คลายลงระดับน้ำแห้งสนิท แต่ทิ้งความเสียหายอย่างหนัก ไว้กับเกษตรกร เมื่อต้องเผชิญกับสภาพ "วิกฤตสวนจมดับ" โดยเฉพาะสวนทุเรียน พืชเศรษฐกิจหลักที่ถูกน้ำท่วมขังยาวนาน จนรากขาดอากาศหายใจ ใบเหี่ยวหงิกงอ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแห้งกรอบและทยอยร่วงหล่นเต็มโคนต้น
นายสุพจน์ นิ่มเพลา เจ้าของสวนทุเรียน หมู่ 1 ต.สามพี่น้อง อ.แก่งหางแมว เปิดใจว่า มวลน้ำเริ่มเอ่อทะลักเข้าท่วมสวนตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. และท่วมขังยาวนานถึง 6 วัน ระดับน้ำสูงราว 4–5 เมตร เมื่อน้ำลดลงมาเห็นสภาพต้นทุเรียน ต้องมายืนต้นแห้งเฉาตายต่อหน้าต่อตา รู้สึกหมดสิ้นทุกอย่าง คนในครอบครัวต่างตกอยู่ในภาวะความเครียดสะสมอย่างหนัก เพราะการปลูกใหม่ต้องใช้ทั้งเวลาและเงินทุนมหาศาล ขณะที่รายได้ที่เคยคาดหวังว่าจะนำมาเลี้ยงครอบครัวกลับ "หายวับไปกับสายน้ำ"
ด้าน นางสาวจารุวรรณ ทองใบ เกษตรจังหวัดจันทบุรี นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเพื่อประเมินสถานการณ์ โดยเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นพบว่า มีเกษตรกรได้รับผลกระทบ มากกว่า 4,000 ราย พื้นที่สวนผลไม้เสียหายรวมแล้วกว่า 20,000 ไร่ ขณะนี้ได้สั่งการให้เกษตรอำเภอและเจ้าหน้าที่เร่งเอ็กซเรย์ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอย่างละเอียดรายแปลง เพื่อรวบรวมข้อมูลเสนอขอรับเงินชดเชยเยียวยาตามระเบียบกระทรวงการคลังเป็นการด่วน
พร้อมกันนี้ เกษตรจังหวัดจันทบุรี ได้ให้คำแนะนำทางวิชาการในการเร่งฟื้นฟูสวนหลังน้ำลด เช่น การเร่งระบายน้ำขังออกจากแปลง ตัดแต่งกิ่งที่แห้งเสียหาย ฟื้นฟูระบบรากและดิน พร้อมเฝ้าระวังการระบาดของโรครากเน่าโคนเน่า นอกจากนี้ ยังได้ประสานสถานีพัฒนาที่ดินจันทบุรี ขอรับการสนับสนุน ปูนโดโลไมต์ เพื่อนำมาแจกจ่ายปรับสภาพดินกรดแฉะ และประสาน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รวมถึงสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ เพื่อพิจารณาออกมาตรการพักชำระหนี้ และสนับสนุนสินเชื่อฟื้นฟูอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร
ส่วนผลกระทบในมิติเศรษฐกิจภาคการเกษตรและห่วงโซ่การส่งออก จากการประเมินของสภาเกษตรกรและภาคเอกชนผู้ส่งออกผลไม้ พบว่า ทุเรียนเป็นพืชที่ไม่ทนต่อภาวะน้ำท่วมขัง หากรากฝอยเน่าเสียหาย การกู้ต้นให้กลับมาให้ผลผลิตได้ตามปกติต้องใช้เวลาฟื้นฟูไม่น้อยกว่า 1–2 ปี หรือหากต้องขุดต้นตายทิ้งแล้วปลูกใหม่ ต้องใช้เวลานานถึง 5–6 ปี จึงจะเริ่มให้ผลผลิตได้อีกครั้ง
ซึ่งเหตุการณ์อุทกภัยใหญ่วงกว้างกว่า 2 หมื่นไร่ในครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตทุเรียนคุณภาพ ของจันทบุรีในฤดูกาลผลิตปีหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งยังส่งผลสะเทือนต่อตัวเลขออร์เดอร์ส่งออกทุเรียนสด ไปยังตลาดหลักอย่างประเทศจีน ที่อาจปรับลดลงตามปริมาณผลผลิตที่หายไปจากระบบ