คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangจันทบุรี · เปลี่ยน

แคสเปอร์สกี้ เตือนนักท่องเที่ยวไทย ระวังภัยคุกคามไซเบอร์ในญี่ปุ่น

ที่มา: มติชน

แคสเปอร์สกี้ เตือนนักท่องเที่ยวไทย ระวังภัยคุกคามไซเบอร์ในญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยเสมอ ผู้เชี่ยวชาญจากแคสเปอร์สกี้ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยทางดิจิทัลระหว่างการเดินทาง ข้อมูลจากแคสเปอร์สกี้ระบุว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปญี่ปุ่นอาจเผชิญกับความเสี่ยงทางไซเบอร์ในรูปแบบต่างๆ รวมถึงภัยคุกคามที่มุ่งเป้าไปยังกิจกรรมออนไลน์ของผู้ใช้งาน

แคสเปอร์สกี้นำเสนอโครงการที่รวบรวมข้อมูลเชิงลึกด้านการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย (Kaspersky’s insights on safe travel) เพื่อให้ทุกคนเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น โดยเป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของบริษัทเข้ากับความรู้เชิงลึกในท้องถิ่นจากทีมงานนานาชาติ โครงการนี้ให้คำแนะนำเรื่องการใช้งานออนไลน์อย่างปลอดภัยที่เป็นประโยชน์สำหรับการเดินทาง พร้อมด้วยเคล็ดลับจากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับประเทศจุดหมายปลายทาง ประสบการณ์ที่น่าสนใจ และสถานที่ที่ควรเยี่ยมชมในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก

ข้อมูลจากแคสเปอร์สกี้ระบุว่า ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 ถึงไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ผู้ใช้งานในประเทศญี่ปุ่นต้องเผชิญกับภัยคุกคามทางไซเบอร์หลากหลายรูปแบบที่อาจส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว ได้แก่

- ภัยคุกคามบนเว็บทั่วไป 32,851,462 รายการ ซึ่งรวมถึงเว็บไซต์อันตรายและความเสี่ยงออนไลน์อื่นๆ ที่ผู้ใช้อาจพบเจอระหว่างการค้นหาข้อมูลการเดินทาง จองบริการต่างๆ หรือใช้งานเครือข่ายสาธารณะ

- การตรวจพบพาสเวิร์ดสตีลเลอร์ 201,517 รายการ ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่ออกแบบมาเพื่อเก็บข้อมูลชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านจากบราวเซอร์ แอพพลิเคชั่น และบัญชีผู้ใช้ต่างๆ

- การตรวจพบสปายแวร์ 209,226 รายการ ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์อันตรายที่สามารถติดตามกิจกรรมของผู้ใช้และเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้

- การตรวจพบช่องทางแบ็กดอร์ 294,394 รายการ ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่อาจเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ที่ติดไวรัสได้โดยไม่ได้รับอนุญาต

แม้ว่าญี่ปุ่นจะยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลก แต่นักท่องเที่ยวต้องตระหนักถึงความเสี่ยงด้านไซเบอร์และการหลอกลวงทางดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น ทีมวิจัยและวิเคราะห์ระดับโลกของแคสเปอร์สกี้ (GReAT) ได้ระบุถึงกลยุทธ์ทั่วไปมากมายที่มุ่งเป้าไปที่นักท่องเที่ยวในญี่ปุ่น เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในการรับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้ ซึ่ง

รวมถึงจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะปลอมที่ออกแบบมาเพื่อรวบรวมข้อมูลการเข้าสู่ระบบ ไปจนถึงการหลอกลวงบัตรเครดิตผ่านอีเมลและข้อความ SMS ปลอม นอกจากนี้ มิจฉาชีพยังใช้ประโยชน์จากระบบการชำระเงินแบบไร้เงินสดที่กำลังเติบโตของญี่ปุ่นโดยการวางคิวอาร์โค้ด (QR code) ปลอมไว้ในจุดชำระเงินของร้านค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีบริษัทท่องเที่ยวที่ฉ้อโกงโดยใช้โซเชียลมีเดียเพื่อเสนอส่วนลดตั๋วรถไฟ ทัวร์ และการจองโรงแรมปลอม

นอกเหนือจากความเสี่ยงทางดิจิทัลแล้ว นักท่องเที่ยวควรระวังกลยุทธ์ทางสังคมต่าง ๆ เช่น การหลอกลวงแอบอ้างเป็นตำรวจ ซึ่งมิจฉาชีพจะกดดันเหยื่อให้โอนเงินโดยแอบอ้างว่าเป็นการสอบสวนทางกฎหมายปลอม

นักท่องเที่ยวควรสังเกตสัญญาณเตือนภัยเหล่านี้และเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อทำธุรกรรมทางการเงิน ตรวจสอบแพลตฟอร์มการจอง ตรวจสอบปลายทางการชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ดอีกครั้ง และหลีกเลี่ยงเครือข่าย Wi-Fi สาธารณะที่ไม่ปลอดภัย

นูชิน ชาบับ หัวหน้านักวิจัยด้านความปลอดภัยของทีมวิจัยและวิเคราะห์ระดับโลก (GReAT) แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า “การเดินทางท่องเที่ยวเป็นช่วงเวลาที่เรามักมุ่งเน้นไปที่การค้นพบสถานที่ใหม่ๆ มากกว่าความปลอดภัยทางไซเบอร์ จึงทำให้นักท่องเที่ยวเป็นเป้าหมายที่น่าดึงดูดใจ เพราะนักท่องเที่ยวต่างใช้บริการดิจิทัลที่ไม่คุ้นเคย เชื่อมต่อจากสถานที่ใหม่ๆ และมักตัดสินใจอย่างรวดเร็ว งานวิจัยของแคสเปอร์สกี้แสดงให้เห็นว่า อาชญากรไซเบอร์ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์เหล่านี้อย่างแข็งขัน ดังนั้น การทำความเข้าใจภัยคุกคามที่สำคัญที่สุดในแต่ละจุดหมายปลายทาง และการปฏิบัติตามขั้นตอนง่ายๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อปกป้องข้อมูลของตนเองและเพลิดเพลินกับการเดินทางได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น”

แคสเปอร์สกี้ขอแนะนำการปฏิบัติตนเพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง ดังนี้

- จองบริการโดยตรงผ่านเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นอย่างเป็นทางการเท่านั้น หลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์ที่อ้างว่าเป็นการจองหรือการยืนยันการจองที่ส่งมาทางอีเมล ข้อความ หรือสื่อสังคมออนไลน์ แต่ให้เข้าสู่เว็บไซต์ของสายการบิน ผู้ให้บริการเรียกรถ หรือแพลตฟอร์มการจองโดยตรงแทน

- ตรวจสอบ URL ให้แน่ใจก่อนกรอกข้อมูลการชำระเงิน เว็บไซต์ปลอมหรือฟิชชิงที่แอบอ้างเป็นสายการบิน ผู้ให้บริการขนส่ง หรือแพลตฟอร์มการจอง มักใช้ชื่อโดเมนที่คล้ายคลึงกับของจริงจนอาจสังเกตเห็นได้ยากหากมองผ่านๆ

- ระวังข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง โดยเฉพาะข้อเสนอที่เร่งเร้าให้รีบตัดสินใจ หรือกำหนดให้ชำระเงินด้วยวิธีที่ไม่ปกติ เช่น การโอนเงินผ่านธนาคาร หรือการใช้บัตรของขวัญ

- ใช้พาสเวิร์ดที่คาดเดายากและไม่ซ้ำกันสำหรับบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการขนส่ง พร้อมทั้งเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication หรือ MFA) ในทุกบริการที่รองรับ

- ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการขนส่งจากร้านค้าแอพพ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบสิทธิการเข้าถึงและรีวิวต่างๆ ก่อนทำการติดตั้ง

- หมั่นตรวจสอบรายการเดินบัญชีธนาคารหรือยอดการใช้บัตรเครดิตหลังจากการจองบริการต่างๆ หากพบรายการที่ไม่คุ้นเคย ให้รีบแจ้งธนาคารทันที

- สแกนคิวอาร์โค้ดจากแหล่งที่เชื่อถือได้และตรวจสอบได้เท่านั้น ก่อนดำเนินการต่อ ควรตรวจสอบที่อยู่เว็บไซต์และรายละเอียดการชำระเงินให้รอบคอบ และหลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันหรือไฟล์ผ่านลิงก์จากคิวอาร์โค้ด เว้นแต่จะมั่นใจได้ว่าเป็นแหล่งที่ปลอดภัย ทั้งนี้ ใน Kaspersky Premium ผู้ใช้สามารถใช้ฟีเจอร์ Secure QR Scanner ซึ่งจะช่วยตรวจสอบลิงก์เว็บไซต์ที่ฝังอยู่ในคิวอาร์โค้ด และแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทราบหากพบลิงก์ที่นำไปสู่เว็บไซต์อันตรายหรือเว็บไซต์ปลอม Kaspersky Premium มาพร้อมระบบป้องกันการฉ้อโกงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งสามารถตรวจจับเว็บไซต์ปลอมและหน้าชำระเงินที่เป็นการฉ้อโกงได้ก่อนที่คุณจะกรอกข้อมูลสำคัญ โดยอาศัยแมชชีนเลิร์นนิ่ง การตรวจสอบแบบเรียลไทม์ และการตรวจสอบการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล หากจำเป็นต้องใช้งานเครือข่าย Wi-Fi สาธารณะ ฟีเจอร์ VPN ที่มาพร้อมกับ Kaspersky Premium จะช่วยเข้ารหัสการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในขณะเข้าใช้บริการด้านการเดินทาง อีเมล หรือบัญชีออนไลน์ต่างๆ

ความคิดเห็น