ชาวสวนทุเรียนเช็กด่วน! น้ำท่วมจันทบุรี เยียวยาต้นตายไร่ละ 6,800 บาท
เกษตรจันทบุรีลงพื้นที่สแกนสวนทุเรียน อ.ท่าใหม่ ชี้แจงหลักเกณฑ์เงินเยียวยาภัยพิบัติฉุกเฉินปี 2569 เผยทุเรียนตายจ่ายไร่ละ 6,800 บาท ส่วนต้นไม่ตายช่วยไร่ละ 3,400 บาท เตือนชาวสวนเร่งอัปเดตทะเบียนเกษตรกรก่อนหมดสิทธิ์
วันที่ 7 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.จันทบุรี โดย น.ส.จารุวรรณ ทองใบ เกษตรจันทบุรี พร้อมด้วย นายพุฒิพงษ์ โพธิ์พานิช หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต, และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ชุมชนหนองบัว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเกษตรกรและสำรวจเบื้องต้นสวนทุเรียนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
จากการลงพื้นที่พบว่า สวนทุเรียนหลายแปลงได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะต้นทุเรียนอายุราว 5 ปี ซึ่งเป็นวัยที่เกษตรกรเฝ้าฟูมฟักและเตรียมจะเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างเต็มที่ในปีหน้า แต่กลับต้องมาถูกน้ำทะลักเข้าท่วมขัง โดยการพิจารณาประเมินว่าเป็นความเสียหายสิ้นเชิงหรือยังสามารถฟื้นฟูได้นั้น จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและรับรองความเสียหายตามหลักเกณฑ์ของทางราชการอย่างละเอียดอีกครั้ง
น.ส.จารุวรรณ เปิดเผยเน้นย้ำเรื่องการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่สุดในการรับเงินเยียวยา โดยหลักเกณฑ์กำหนดให้เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลการเพาะปลูกกับกรมส่งเสริมการเกษตรไว้ "ก่อนเกิดภัย" และอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน หากเกษตรกรรายใดเพิ่งมายื่นขึ้นทะเบียนหลังเกิดเหตุจะไม่เข้าเงื่อนไข จึงขอให้เร่งตรวจสอบและอัปเดตข้อมูลกับสำนักงานเกษตรอำเภอให้เป็นปัจจุบันเสมอ
สำหรับ หลักเกณฑ์การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 (ใช้บังคับตั้งแต่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป) มีอัตราจ่ายเงินบรรเทาความเดือดร้อน ดังนี้:
กรณีไม้ยืนต้น/ไม้ผล (ทุเรียน) ตายสิ้นเชิง: ไม่สามารถฟื้นฟูได้ ช่วยเหลือไร่ละ 6,800 บาท (ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่)กรณีไม้ผลชะงักการเจริญเติบโต: ต้นไม่ตาย ยังฟื้นฟูได้แต่ผลผลิตเสียหาย ช่วยเหลือไร่ละ 3,400 บาท (เมื่อรวมกับกรณีแรกต้องไม่เกิน 30 ไร่) กรณีโคลน/ซากวัสดุทับถมหน้าดิน: จนไม่สามารถใช้เพาะปลูกได้ มีค่าใช้จ่ายขุดลอกขนย้ายไร่ละ 16,000 บาท (ไม่เกินครัวเรือนละ 5 ไร่)
เกษตรจันทบุรี ย้ำอีกว่า เงินเยียวยานี้เป็นการช่วย "บรรเทาความเดือดร้อน" เพื่อเป็นทุนซื้อพันธุ์พืชกลับมาปลูกใหม่ ไม่ใช่การชดเชยมูลค่าความเสียหายทั้งหมด ส่วนขั้นตอนการขอรับเงิน ให้เกษตรกรยื่นแบบ กษ 01 ให้ผู้นำชุมชน (ผู้ใหญ่บ้าน/กำนัน/นายก อบต./นายกเทศมนตรี) ตรวจสอบและรับรอง ก่อนให้คณะอนุกรรมการระดับหมู่บ้านลงพื้นที่ตรวจจริง และนำรายชื่อไปปิดประกาศคัดค้านไม่น้อยกว่า 3 วัน เมื่ออนุมัติแล้ว ธ.ก.ส. จะโอนเงินตรงเข้าบัญชีเกษตรกรทันที