อนุทินสั่งด่วน เลขากสทช.ชี้แจงหลังนัดประชุมตามหมอสรณ ทั้งที่ขาดคุณสมบัติไปแล้ว
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการ กสทช. เรื่องขอให้ชี้แจงการดำเนินงาน ตามที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาระหว่างนายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ผู้ฟ้องคดี กับคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (คณะกรรมการสรรหา)ผู้ถูกฟ้องคดี กรณีคณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยว่า ผู้ฟ้องคดีขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการเป็กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กรรมการ กสทช.) ตามมาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 และถือว่าเป็นผู้สละสิทธิใน การเข้ารับตําแหน่ง ตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยพิพากษาว่าคําวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาเป็นคําสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงพิพากษายกฟ้อง แต่ปรากฏข่าวตามสื่อมวลชนต่าง ๆ ว่าสํานักงาน กสทช. ได้มีหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการ กสทช. ในวันที่ 1 และ 2 ตุลาคม 2569 ตามคําสั่งประธาน กสทช. นั้น
โดยที่การฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนกฎหรือคําสั่งทางปกครองนั้นไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามกฎหรือคําสั่งทางปกครองนั้น เว้นแต่ศาลจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น ตามข้อ 69 วรรคหนึ่ง ของระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543
การที่ผู้ฟ้องคดีได้ฟ้องคดีเพื่อให้เพิกถอนคําสั่งทางปกครองของคณะกรรมการสรรหาที่วินิจฉัยว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้สละสิทธิในการเข้ารับตําแหน่งตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงไม่เป็นการทุเลาการบังคับตาม คําวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กล่าวคือ ต้องถือว่าผู้ฟ้องคดีได้สละสิทธิในการเข้ารับตําแหน่งมาแต่แรก และไม่ได้เป็นกรรมการ กสทช. มาแต่แรก ประกอบกับต่อมาปรากฏว่าศาลปกครองกลางมีคําพิพากษายกฟ้อง ในคดีดังกล่าว
ดังนั้น คําสั่งทางปกครองของคณะกรรมการสรรหาจึงยังคงมีผลตามกฎหมายโดยชอบ กล่าวคือต้องถือว่าผู้ฟ้องคดีได้สละสิทธิในการเข้ารับตําแหน่งมาแต่แรก และไม่ได้เป็นกรรมการ กสทช. มาแต่แรก เช่นเดิม การที่ปรากฏข่าวตามสื่อมวลชนต่าง ๆ ว่าสํานักงาน กสทช. อันเป็นหน่วยงานของรัฐยังคงมีหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการ กสทช. ในวันที่ 1 และ 2 ตุลาคม 2569 ตามคําสั่งประธาน กสทช. จึงเป็นการดําเนินการที่อาจไม่สอดคล้องกับคําพิพากษาของศาล อาศัยอํานาจตามมาตรา 76 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 นายกรัฐมนตรีจึงมีบัญชาให้เลขาธิการ กสทช. ชี้แจงเหตุผล ในการดําเนินการในเรื่องดังกล่าว
จึงเรียนมาเพื่อโปรดดําเนินการต่อไป