คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangชัยภูมิ · เปลี่ยน

โตโยต้า ชูแนวคิด ‘Dual Hero’ หนุนนักกีฬาเป็นฮีโร่ในสนาม ส่งต่อพลังสร้างสรรค์สู่สังคม

ที่มา: ไทยรัฐ

โตโยต้า เปิดแนวทางสนับสนุนนักกีฬา มองความมุ่งมั่นและการก้าวข้ามอุปสรรค ควบคู่หัวใจตอบแทนชุมชน ผ่านแนวคิด "Dual Hero" พร้อมขับเคลื่อน "Mobility for All" ลดข้อจำกัดด้านการเดินทางและการฝึกซ้อม เปิดโอกาสให้นักกีฬาก้าวสู่ความฝัน โดยให้การสนับสนุนแล้ว 20 คน นับตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2018

เบื้องหลังการก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬาแต่ละคน มีทั้งความมุ่งมั่น ความพยายาม และอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟัน บางคนเผชิญข้อจำกัดด้านการเงิน บางคนต้องเอาชนะข้อจำกัดด้านร่างกาย ขณะที่อีกหลายคนยังขาดโอกาสเข้าถึงการเดินทางและอุปกรณ์ฝึกซ้อมที่เหมาะสม

เรื่องราวเหล่านี้เป็นสิ่งที่โตโยต้าให้ความสำคัญในการพิจารณาสนับสนุนนักกีฬา เช่นเดียวกับความตั้งใจที่จะนำประสบการณ์และความสามารถของตัวเองกลับไปสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคม

นายฮาว ก๊วก เตียน (Hao Quoc Tien) ประธานบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (สิงคโปร์) เปิดเผยถึงแนวทางการคัดเลือกนักกีฬาที่จะได้รับการสนับสนุนว่า ท่ามกลางนักกีฬาที่มีอยู่มากมาย สิ่งแรกที่มองหาคือความมุ่งมั่นและความตั้งใจอย่างแรงกล้า โดยเฉพาะเส้นทางชีวิตและความพยายามกว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬา ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและมีความหมายอย่างมากสำหรับโตโยต้า

มองเส้นทางสู้ชีวิต ก่อนโอกาสคว้าเหรียญรางวัล

นายฮาว กล่าวว่า นักกีฬาบางคนต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดด้านการเงินหรือด้านร่างกาย สิ่งแรกที่เขาให้ความสำคัญจึงเป็นการเอาชนะอุปสรรคและความยากลำบากของตัวเอง เพื่อก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬา

"สิ่งแรกที่ผมให้ความสำคัญจึงไม่ใช่การที่พวกเขาจะสามารถคว้าเหรียญรางวัลได้หรือไม่ แต่เป็นเรื่องของการเอาชนะอุปสรรคและความยากลำบากของตัวเอง เพื่อก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬา"

อีกประการหนึ่งคือ ทัศนคติของนักกีฬาที่มีต่อสังคมและชุมชน โดยเฉพาะความตั้งใจและความปรารถนาที่จะตอบแทน หรือสร้างประโยชน์กลับคืนสู่สังคม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพิจารณาสนับสนุนนักกีฬาเช่นเดียวกัน

แนวทางดังกล่าวนำมาสู่แนวคิด "Dual Hero" หรือการเป็นฮีโร่ในสองบทบาท หมายถึงการเป็นทั้งฮีโร่ในสนามกีฬา และฮีโร่ของชุมชนและสังคม ผ่านการนำความสามารถ ประสบการณ์ และคุณค่าที่ได้รับจากกีฬาไปส่งต่อให้กับผู้อื่น

จากความสามารถในสนาม สู่การส่งต่อโอกาสให้เยาวชน

นายฮาว ยกตัวอย่าง คุณวิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักกีฬาแบดมินตันจากประเทศไทย ซึ่งมีส่วนร่วมในการสอนแบดมินตันให้กับเยาวชน ถือเป็นการถ่ายทอดทักษะและส่งต่อจิตวิญญาณแห่งกีฬาไปยังคนรุ่นใหม่

เขามองว่า กิจกรรมลักษณะนี้มีคุณค่าอย่างมาก เพราะทุกวันนี้เยาวชนมีทางเลือกในการใช้เวลาว่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมคอมพิวเตอร์หรือกิจกรรมอื่น ๆ ขณะที่กีฬาสามารถสอนให้พวกเขาเข้าใจถึงความหมายของความท้าทาย การทำงานเป็นทีม และการก้าวข้ามอุปสรรค

หากพบนักกีฬาที่มีความตั้งใจจะถ่ายทอดคุณค่าเหล่านี้ให้กับสังคม โตโยต้าก็ยินดีให้การสนับสนุน เพื่อให้สิ่งที่นักกีฬาได้เรียนรู้จากสนามแข่งขันสามารถส่งต่อไปสร้างประโยชน์ให้กับคนอื่นได้ด้วย

"นี่คือเหตุผลที่คุณอาจเห็นว่า เราให้การสนับสนุนนักกีฬาพาราเป็นจำนวนมาก เพราะเส้นทางในการก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬาของผู้พิการนั้น โดยทั่วไปต้องเผชิญกับอุปสรรคและความยากลำบากมากกว่านักกีฬาที่ไม่มีความพิการ"

ย้อนจุดเริ่มต้น รับฟังปัญหานักกีฬาพาราในเอเชีย

สำหรับจุดเริ่มต้นของโครงการ นายฮาว เล่าว่า ในช่วงที่กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก โตเกียว 2020 เมื่อมองมายังภูมิภาคเอเชีย เขาพบว่าในขณะนั้นกระแสความสนใจและการรับรู้เกี่ยวกับกีฬาโอลิมปิกยังไม่ได้แพร่หลายมากนัก

ในมุมมองของเขา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีนักกีฬาจากเอเชียเข้าร่วมการแข่งขันไม่มากนัก โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอาเซียน เมื่อเทียบกับประเทศขนาดใหญ่อย่างญี่ปุ่น จีน หรืออินเดีย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาพบในการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกกลับแตกต่างออกไป เพราะมีนักกีฬาพาราจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชียเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก แต่สิ่งที่นักกีฬาเหล่านี้มีเหมือนกันคือ การต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคหลายประการ

ในช่วงเริ่มต้นของโครงการ ทีมงานยังไม่แน่ใจว่าควรดำเนินการอย่างไร นายฮาวจึงเดินทางไปพบปะและพูดคุยกับคณะกรรมการพาราลิมปิกและสมาคมกีฬาคนพิการในประเทศต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจปัญหาและความยากลำบากที่นักกีฬาต้องเผชิญโดยตรง

งบประมาณ การเดินทาง และอุปกรณ์ฝึกซ้อม ยังเป็นข้อจำกัด

สิ่งที่ได้รับฟังจากการพูดคุยคือ นักกีฬาเหล่านี้มีข้อจำกัดอยู่หลายด้าน ตั้งแต่งบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐที่มีจำนวนจำกัด และไม่เพียงพอต่อการฝึกซ้อมและพัฒนาศักยภาพของนักกีฬา

บางคนประสบปัญหาแม้กระทั่งการเดินทางไปยังศูนย์ฝึกซ้อม เนื่องจากสภาพถนนและระบบการเดินทางไม่เอื้ออำนวย โดยเฉพาะนักกีฬาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท ขณะที่นักกีฬาอีกจำนวนหนึ่งยังขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการฝึกซ้อม

นายฮาว ยกตัวอย่างเรื่องราวของ คุณเล วัน กง (Lê Văn Công) นักกีฬาพารายกน้ำหนักจากประเทศเวียดนาม ซึ่งได้เล่าบนเวทีในวันสัมภาษณ์ถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงอุปกรณ์กีฬา

การฝึกซ้อมกีฬาพารายกน้ำหนักจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์พิเศษที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของนักกีฬา แต่ในความเป็นจริง นักกีฬากลับไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์เหล่านั้นได้อย่างเพียงพอ

เมื่อได้รับฟังเรื่องราวเหล่านี้ นายฮาวจึงเริ่มคิดว่า หากสามารถเข้าไปช่วยเหลือและสนับสนุนในเรื่องดังกล่าวได้ ก็จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายอย่างมากให้กับนักกีฬา

"Mobility for All" เปิดทางเข้าถึงโอกาสและความฝัน

ปัญหาที่ได้รับฟังเชื่อมโยงกับหัวใจสำคัญของแนวคิด ‘Mobility for All’ หรือการสร้างอิสระในการเดินทางและการเคลื่อนไหวสำหรับทุกคน ซึ่งครอบคลุมถึงการขจัดอุปสรรคที่ขัดขวางโอกาสของนักกีฬา

เป้าหมายคือการทำให้นักกีฬาสามารถเข้าถึงการฝึกซ้อม พัฒนาศักยภาพ เข้าร่วมการแข่งขัน และก้าวไปสู่ความฝันของตัวเองได้ โดยมีการสนับสนุนช่วยลดข้อจำกัดที่ต้องเผชิญระหว่างทาง

"เราไม่ได้มองเพียงเรื่องของการเดินทางเท่านั้น แต่ต้องการขจัดอุปสรรคที่ขัดขวางโอกาสของนักกีฬา เพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าถึงการฝึกซ้อม พัฒนาศักยภาพ เข้าร่วมการแข่งขัน และก้าวไปสู่ความฝันของตนเองได้"

หลังจากได้เห็นและรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น นายฮาวจึงตัดสินใจว่า "นี่แหละคือสิ่งที่เราควรทำ" และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินโครงการสนับสนุนนักกีฬาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 จนถึงปัจจุบัน โตโยต้าได้ให้การสนับสนุนนักกีฬาไปแล้ว 20 คน โดยมีทั้งความมุ่งมั่นในการก้าวข้ามอุปสรรค และความตั้งใจส่งต่อคุณค่ากลับคืนสู่สังคม เป็นหัวใจสำคัญของการสนับสนุน

ความคิดเห็น