คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangชัยภูมิ · เปลี่ยน

สรุปดราม่า แก้มกี้ อินฟลูฯดัง ปะทะ จนท.สนามบิน ปมน้ำดื่ม ล่าสุดต้นสังกัดสั่งพักงาน

ที่มา: The Thaiger

สรุปดราม่า แก้มกี้ อินฟลูฯดัง ปะทะ จนท.สนามบิน ปมน้ำดื่ม ล่าสุดต้นสังกัดสั่งพักงาน

เปิดคลิปวงจรปิด นาที แก้มกี้ อินฟลูฯ ชื่อดัง ปะทะคารมเดือด จนท.สนามบิน ปมน้ำดื่ม ล่าสุดโดนต้นสังกัดสั่งพักงาน

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ชาวเน็ตให้ความสนใจไม่แพ้ข่าวใหญ่ในช่วงที่ผ่านมาเลย หลังจาก แก้มกี้ อินฟลูเอนเซอร์สาว เจ้าของเพจ Gamgy makeup ได้ออกมาโพสต์คลิปเล่าเหตุการณ์ที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองมาก่อน ถึงขั้นกลัวจนมือไม้สั่นเลยทีเดียว

แก้มกี้ เล่าว่า ขณะที่เดินพร้อมครอบครัวกำลังจะเดินทางไปธุระโดยเลือกใช้บริการสายการบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทุกอย่างเธอดำเนินการตามขั้นตอนของผู้ใช้สนามบิน กระทั่งมาถึงจุดตรวจสัมภาระก่อนเข้าเกต เธอและทุกคนในครอบครัวที่ร่วมเดินทางในวันนั้นก็นำสัมภาระต่าง ๆ เข้าเครื่องแสกนตรวจตามปกติ เหมือนผู้โดยสารท่านอื่น ๆ

ทว่าจุดเริ่มต้นของดราม่าร้อนครั้งนี้คือ เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจรายหนึ่ง ซึ่งเป็นคู่กรณีกับ แก้มกี้ ในดราม่า ได้ตรวจพบว่า ในกระเป๋า 1 ใบของอินฟลูฯ สาวนั้นพกน้ำดื่ม 2 ขวด แต่เธอก็ให้เหตุผลว่า ตนมีลูกเล็กถึง 2 คน จึงต้องมีน้ำดื่มสะอาดเอาไว้สำหรับชงนม หรือให้ลูกดื่มกิน ซึ่งปกติเวลาจะเดินทางขึ้นเครื่องบินไปไหน ตนก็จะพกแบบนี้ตั้งแต่มีลูกคนแรกแล้ว

ทางด้านเจ้าหน้าหญิงคนดังกล่าว อนุโลมให้แค่ 1 ขวดตามกฎระเบียบที่จะยกเว้นให้ผู้โดยสารที่มีเด็กเล็กสามารถพกน้ำดื่มขึ้นเครื่องบินได้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่คนเดียวกันนี้จะหยิบน้ำออกจากกระเป๋าแก้มกี้ไป 1 ขวด แล้วทิ้งถังขยะตรงจุดตรวจทันที ทั้ง ๆ ที่ตัวอินฟลูฯ เองจะขอดื่มน้ำขวดดังกล่าวให้หมดก่อนให้ทิ้ง เพราะเสียดายที่ซื้อน้ำในสนามบินด้วยราคาที่แพงกว่าท้องตลาด แต่เจ้าหน้าที่กลับไม่ฟังและโยนทิ้งไป

แก้มกี้ เล่าว่า กิริยาท่าทางและการแสดงสีหน้าของเจ้าหน้าที่หญิงรายนี้ไม่โอเคเอามาก ๆ เธอจึงเริ่มโมโหที่ถูกเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวประพฤติตัวไม่ดีใส่ จึงสบถออกมาว่า ‘สงสัยครอบครัวมีปัญหา’ หลังจากจบประโยคนี้เจ้าหน้าที่หญิงคู่กรณีก็ปรี๊ดแตก พุ่งตัวจะเข้ามาหาแก้มกี้ แต่ดีที่เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ณ จุดนั้นเข้ามาดึงตัวห้ามเอาไว้ทัน และมีการ์ดมาช่วยพาตัวเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเข้าไปพูดคุย

แก้มกี้ ไม่ยอมกับเหตุการณ์ที่เกิด เธอได้ขอชื่อนามสกุลของเจ้าหน้าที่คู่กรณี พร้อมขอคลิปกล้องวงจรปิด ณ จุดนั้นเพื่อไปแจ้งความดำเนินคดี เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นกับผู้โดยสารคนอื่น ๆ

ต่อมา (29 ต.ค. 69) เพจเฟซบุ๊ก AOT AVSEC ซึ่งเป็นบริษัทต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่หญิงคู่กรณี แก้มกี้ อินฟลูเอนเซอร์สาว ก็ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยที่ ทอท.และรัฐกำหนด พร้อมให้บริการอย่างสุภาพด้วยหลักการให้บริการที่ดี

ล่าสุดทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้มีการโพสต์คลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบันทึกได้จากกล้องวงจรปิด ณ จุดเกิดเหตุ ซึ่งเผยให้เห็นพฤติกรรมตั้งแต่ต้น ก่อนจะสั่งพักงานเจ้าหน้าที่หญิงคนดังกล่าวเป็นการชั่วคราว เพื่อรอผลการสอบสวนจาก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยืนยันหากมีการกระทำผิดจริงจะดำเนินการลงโทษขั้นเด็ดขาด

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิชี้แจงกรณีเจ้าหน้าที่ตรวจค้นของ บริษัท รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานไทย จำกัด (บรท.) แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พร้อมประสาน บรท. ดำเนินการลงโทษขั้นเด็ดขาด หากพบมีความผิดจริง

ตามที่ผู้ใช้ Facebook ชื่อ Gamgy Makeup เผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ระบุว่าเจ้าหน้าที่ตรวจค้น ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) มีกิริยาท่าทางที่ไม่เหมาะสมระหว่างการปฏิบัติหน้าที่นั้น ทสภ. มิได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว โดยได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พร้อมทั้งประสานบริษัท รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานไทย จำกัด (บรท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ตรวจค้น เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบเหตุการณ์อย่างรอบด้าน

จากการตรวจสอบพบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 เวลา 15.16 น. ณ จุดตรวจค้นผู้โดยสารภายในประเทศ อาคารเทียบเครื่องบิน B ขณะผู้โดยสารเดินทางพร้อมครอบครัวและเด็ก โดยมีประเด็นเกี่ยวข้องกับการนำของเหลวผ่านจุดตรวจค้นเพื่อนำขึ้นห้องโดยสาร และการสื่อสารระหว่างผู้โดยสารกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ทสภ. ขอชี้แจงว่า การตรวจค้นผู้โดยสารและสัมภาระก่อนขึ้นอากาศยานเป็นการดำเนินการตามข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการรักษาความปลอดภัยด้านการบิน เพื่อป้องกันการนำวัตถุหรือสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายขึ้นบนอากาศยาน โดยเฉพาะของเหลว เจล และสเปรย์ ซึ่งมีข้อกำหนดเกี่ยวกับปริมาณและเงื่อนไขในการนำผ่านจุดตรวจค้น ทั้งนี้ กรณีอาหาร นม และน้ำสำหรับเด็กเล็ก เจ้าหน้าที่สามารถพิจารณาตามความจำเป็นในการเดินทางภายใต้หลักเกณฑ์และขั้นตอนการตรวจสอบด้านความปลอดภัยที่กำหนด

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้โดยสารได้นำน้ำดื่มบรรจุขวดจำนวน 2 ขวด และน้ำในกระบอกน้ำสำหรับเด็กจำนวน 1 กระบอก เข้ารับการตรวจค้น โดยเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงข้อจำกัดในการนำของเหลวผ่านจุดตรวจค้น และพิจารณาความจำเป็นในการใช้น้ำสำหรับเด็ก ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้น เจ้าหน้าที่อนุญาตให้นำน้ำดื่มผ่านได้ 1 ขวด พร้อมน้ำในกระบอกน้ำสำหรับเด็กอีก 1 กระบอก ส่วนขวดน้ำที่เหลืออีก 1 ขวด ไม่ได้รับอนุญาตให้นำผ่านจุดตรวจค้น

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดประกอบกับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พบว่าภายหลังการชี้แจงเกี่ยวกับการนำขวดน้ำผ่านจุดตรวจค้น ได้เกิดการโต้ตอบระหว่างผู้โดยสารกับเจ้าหน้าที่ โดยมีการใช้ถ้อยคำและแสดงอารมณ์ระหว่างการสื่อสาร ซึ่งคำพูดของผู้โดยสารใช้ถ้อยคำกับเจ้าหน้าที่ว่า “สงสัยมีปัญหาครอบครัว” ส่งผลให้สถานการณ์เกิดความตึงเครียด ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะแสดงกิริยาท่าทางที่ไม่เหมาะสมต่อผู้โดยสาร ซึ่ง ทสภ. เห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่สอดคล้องกับมาตรฐานการให้บริการที่กำหนด แม้จะเกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่มีความตึงเครียดก็ตาม เจ้าหน้าที่ทุกคนยังคงมีหน้าที่ต้องควบคุมอารมณ์และปฏิบัติต่อผู้โดยสารด้วยความสุภาพและเหมาะสม

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 บรท. ได้สั่งให้พนักงานรายดังกล่าวพักการปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวระหว่างรอผลการสอบสวน ทสภ. ขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการบริการให้ความสำคัญเรื่องการควบคุมอารมณ์ ความอดทนอดกลั้น และการสื่อสารอย่างมืออาชีพ รวมถึงหลีกเลี่ยงการโต้เถียงหรือเผชิญหน้ากับผู้โดยสาร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันอีก

ทสภ. ยืนยันให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในการเดินทางควบคู่กับการให้บริการที่มีคุณภาพ โดยยึดมั่นในการปฏิบัติต่อผู้โดยสารทุกคนอย่างสุภาพ เหมาะสม และเป็นธรรม พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้โดยสารและประชาชน เพื่อนำมาพัฒนามาตรฐานการให้บริการอย่างต่อเนื่อง

อ้างอิงจาก : FB Gamgy makeup, AOT AVSEC, Suvarnabhumi Airport

ความคิดเห็น