น้องชายเล่าสุดช็อก นาทีรู้ข่าว เมตตา รุ่งรัตน์ เสียชีวิต เคยบ่นตัดพ้อให้ฟังบ่อยๆ เผยเรื่องปืนที่เก็บไว้ตั้งแต่สาวๆ
เมื่อเวลา 16.40 น.วันที่ 3 พ.ย.69 พ.ต.ต.(หญิง) วรดา ชูหน้า สว.(สอบสวน) สน.ฉลองกรุง รับแจ้งเหตุหญิงใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต ภายในบ้านพัก ซอยคุ้มเกล้า 4/1 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ธนากร งามเย็น ผกก.สน.ฉลองกรุง ตำรวจสายตรวจ ตำรวจฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และอาสาฯมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว ยกพื้นสูง จากการตรวจสอบในห้องนอนพบศพ นางดาราวดี กิจสุวรรณ อายุ 84 ปี หรือ เมตตา รุ่งงงรัตน์ อดีตดาราชื่อดัง นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่บนเตียง มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่ขมับขวา 1 นัด ใกล้กันพบอาวุธปืนสั้นตกอยู่ 1 กระบอก ภายในห้องไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือรื้อค้น
จากการสอบสวน น.ส.รมย์ชรี อายุ 65 ปี พี่เลี้ยง ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเวลา 16.00 น. ตนออกไปส่งเพื่อนที่สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ลาดกระบัง กลับมาถึงบ้านช่วงเวลาประมาณ 16.30 น. ไม่เห็น นางดาราวดี อยู่ใต้ถุนบ้าน จึงขึ้นไปดูในห้องนอนก็พบกับสภาพดังกล่าว จึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ สำหรับ นางดาราวดี มีโรคประจำตัว โรคอัลไซเมอร์, ความดัน, เบาหวาน, ไทรอยด์ ต้องไปหาหมออยู่บ่อยครั้ง อาจเกิดอาการเครียดก่อเหตุดังกล่าว
ต่อมา นายสุเมธ 65 ปี น้องชายของ นางดาราวดี เปิดเผยว่า ปกติพี่สาวจะเป็นอารมณ์ดี แต่ก็จะมีบ่นเรื่องสุขภาพบ้างเวลาที่แวะมาเยี่ยม เคยพูดเปรยว่าถ้ามันไม่ไหวก็จะฆ่าตัวตาย แต่ก็ไม่คิดว่าพี่สาวจะทำจริง คิดว่าเป็นการพูดด้วยอารมณ์ตัดพ้อ เนื่องจากมีโรคประจำตัว เป็นโรคอัลไซเมอร์, ความดัน,เบาหวาน
โดยวันนี้พี่สาวได้ไปหาหมอหลังจากกลับมาจาก รพ. แม่บ้านซึ่งเป็นผู้ดูแลชื่อน้อยได้โทรมาแจ้งกับตนว่าพี่สาวของตนยิงตัวเองเสียชีวิต ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนลูกโม่ขนาด .38 ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยสาวๆ แต่ไม่คิดพี่สาวยังเก็บไว้อยู่ มาทราบจากคนดูแลว่าพี่สาวจะวางไว้ใต้หมอนที่หัวนอนอยู่เป็นประจำ ส่วนตัวไม่ติดใจการเสียชีวิตในครั้งนี้ เนื่องจากแม่บ้านที่ดูแลอยู่กันมานานนับ 10 ปีและดูแลพี่สาวตนเป็นอย่างดีมาตลอด ส่วนพิธีทางศาสนาจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดทองสัมฤทธิ์
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบที่เกิดเหตุเก็บรวบรวมพยานหลักฐานนำร่างของผู้เสียชีวิตส่งนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป