สศอ. เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ก.ย. 2569 ขยายตัว 2.05% ขณะที่ไตรมาส 3 โต 3.40% รับแรงหนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ความต้องการสินค้า AI และ Data Center รวมถึงอาหารสัตว์เลี้ยงส่งออกโตต่อเนื่อง แต่เตือนภาคอุตสาหกรรมยังเผชิญความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงาน-ขนส่ง สินค้านำเข้าราคาถูก และความไม่แน่นอนภาษีสหรัฐฯ
วันที่ 30 ต.ค. 2569 นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือน ก.ย. 2569 อยู่ที่ 101.37 ขยายตัว 2.05% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 60.58% ส่วนไตรมาส 3 อยู่ที่ 100.30 ขยายตัว 3.40% และมีอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ย 59.98%
การขยายตัวได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นกำลังซื้อ โดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทยพลัส ส่งผลดีต่อการผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการลดค่าไฟฟ้างวด ก.ย.-ธ.ค. 2569 จาก 3.95 บาท เหลือ 3.89 บาทต่อหน่วย ช่วยบรรเทาต้นทุนภาคธุรกิจ
นอกจากนี้ความต้องการสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Data Center ในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ยังสนับสนุนการผลิตและส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ทั้งนี้อีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่น่าจับตามองคือ อาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งได้รับอานิสงส์จากกระแสการเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัว (Pet Humanization) ส่งผลให้ความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
“ตั้งแต่ปี 2567 ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2 ของโลก ปี 2568 มีมูลค่าส่งออก 2,899 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครองส่วนแบ่งตลาดโลก 10.3% ขณะที่ครึ่งแรกปี 2569 การส่งออกยังขยายตัว 7.57%”
อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมยังเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบความผันผวนของราคาพลังงานและค่าขนส่ง เพิ่มต้นทุนการผลิต โดยผู้ประกอบการอาจไม่สามารถปรับขึ้นราคาสินค้า เพื่อส่งผ่านต้นทุนได้ทั้งหมด ทำให้เสี่ยงต่ออัตรากำไรและความสามารถในการแข่งขัน ทั้งยังต้องรับมือสินค้านำเข้าราคาถูกที่เข้ามาแข่งขันในตลาดไทย โดยเฉพาะเสื้อผ้าสำเร็จรูป เหล็กแผ่น และผลิตภัณฑ์พลาสติก
นายศุภกิจ กล่าวว่าสำหรับระบบเตือนภัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเดือนต.ค.2569 ภาพรวมส่งสัญญาณปกติเบื้องต้น โดยปัจจัยในประเทศยังมีแรงสนับสนุนจากการส่งออก การลงทุน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แต่มีความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง ปัญหาอุทกภัยที่กระทบเส้นทางขนส่งวัตถุดิบและสินค้า รวมถึงความเชื่อมั่นด้านคำสั่งซื้อที่ลดลง
ส่วนปัจจัยต่างประเทศส่งสัญญาณเฝ้าระวัง จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ การประท้วงและเศรษฐกิจสหภาพยุโรปที่ชะลอตัว ตลอดจนความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ