คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangฉะเชิงเทรา · เปลี่ยน

สุดสลดกลางสวนยางพารา ช้างป่า เหยียบร่างหญิงวัย 57 ปี นอนเสียชีวิต

ที่มา: ข่าวสด

สุดสลดกลางสวนยางพารา ช้างป่า เขาสิบห้าชั้น เหยียบร่างหญิงวัย 57 ปี นอนเสียชีวิต อุปกรณ์ทำมาหากินกระจายเกลื่อน เผย ปีนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ราย

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 9 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเหตุชาวบ้านถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิต ภายในสวนยางพารา ใกล้เคียงกับวัดวังแจง ม.14 ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แก่งหางแมว เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอ และอาสากู้ภัยสว่างกตัญญู จันทบุรี

ที่เกิดเหตุภายในแปลงปลูกยางพารา พบร่างผู้เสียชีวิตชื่อ นางตุ๊กตา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี สภาพศพนอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นดินริมโคนต้นยางพารา มีบาดแผลฉกรรจ์จากการถูกช้างป่าขนาดใหญ่ทำร้ายและเหยียบซ้ำจนเสียชีวิต นอกจากนี้ ยังพบอุปกรณ์ทำมาหากินของผู้ตาย ทั้งไฟฉายคาดหัว มีดกรีดยาง หมวก และรองเท้า ตกกระจายเกลื่อนพื้น

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายได้ออกมากรีดยางตามปกติ ตั้งแต่ช่วงเวลา 05.30 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ท้องฟ้าเริ่มสว่างแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าจะมีช้างป่าซุ่มหลบซ่อนตัวอยู่ในบริเวณสวนยางพารา จนเกิดเผชิญหน้าในระยะกระชั้นชิดและถูกทำร้ายจนเสียชีวิตดังกล่าว

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแก่งหางแมว ได้ประสานพนักงานสอบสวน สภ.แก่งหางแมว และแพทย์เวร ร่วมทำการชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอน พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกเขาสิบห้าชั้น และชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังผลักดันช้างป่า เร่งจัดกำลังลงพื้นที่ติดตามและสแกนพฤติกรรมช้างป่าตัวก่อเหตุอย่างกระชั้นชิด

เนื่องจากมีรายงานว่า เวลาประมาณ 06.22 น. ช้างป่าตัวดังกล่าวยังคงกบดานอยู่บนเนินเขาด้านหลังวัดวังแจง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ พร้อมสั่งการให้ผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชนประกาศหอกระจายข่าวแจ้งเตือนชาวบ้านในพื้นที่ให้เพิ่มความระมัดระวัง งดเว้นการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงหรือสวนผลไม้ตามแนวชายป่าอย่างเด็ดขาด

สำหรับสถานการณ์ภัยช้างป่าในพื้นที่ จ.จันทบุรี นับเป็นวิกฤตความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากสถิติเหตุการณ์ช้างป่าทำร้ายประชาชนในพื้นที่ จ.จันทบุรี ตลอดช่วงปี 2569 มีชาวบ้านและเกษตรกรถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิตแล้วรวม 5 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกมากกว่า 6 ราย

ซึ่งผู้ประสบเหตุส่วนใหญ่เป็นชาวสวนผลไม้และชาวนาตลับยางพาราที่ออกปฏิบัติงานในช่วงเวลาเช้าตรู่หรือพลบค่ำในพื้นที่แนวชายป่า เช่น อ.แก่งหางแมว, อ.เขาคิชฌกูฏ และ อ.สอยดาว สะท้อนให้เห็นว่าช้างป่ามีพฤติกรรมออกมาหากินนอกเขตป่าอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ต่างเรียกร้องให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งทบทวนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์อย่างยั่งยืน ทั้งการเร่งสร้างแนวคูกันช้าง การติดตั้งระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า (Smart Early Warning)

ตลอดจนการบังคับใช้มาตรการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตจากสัตว์ป่าอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม เพื่อไม่ให้ชาวบ้านตามแนวชายป่าต้องสังเวยชีวิตให้กับภัยช้างป่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ความคิดเห็น