คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangฉะเชิงเทรา · เปลี่ยน

“สก.เอลฟ์” จี้ กทม.เร่งสะสางสถานีดับเพลิงพระโขนง สร้างยืดเยื้อเกือบ 5 ปี

ที่มา: ไทยรัฐ

“สก.เอลฟ์” จี้ กทม.เร่งสะสางสถานีดับเพลิงพระโขนง สร้างยืดเยื้อเกือบ 5 ปี สัญญาขยาย 3 ครั้ง งานเสร็จเหลือ 74% เจ้าหน้าที่แบกค่าเช่าที่พักเอง กระทบขวัญกำลังใจ-ประสิทธิภาพระงับเหตุ

วันที่ 3 พ.ย.2569 น.ส.ภัคญดา อำนวยเดชกร หรือ “สก.เอลฟ์” สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตวัฒนา ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพระโขนง พร้อมหารือร่วมกับ 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ผู้รับจ้าง ฝ่ายโยธา ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการ และนายสถานีดับเพลิง เพื่อติดตามปัญหาและเร่งรัดการก่อสร้าง หลังโครงการเริ่มสัญญาตั้งแต่ปี 2565 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ โดยเดือนมีนาคมปีหน้าจะครบ 5 ปี

น.ส.ภัคญดา กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีการปรับแก้สัญญามาแล้ว 3 ฉบับ ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ทั้งปัญหาน้ำรั่วซึม วัสดุอุปกรณ์จัดส่งล่าช้าจากสถานการณ์สงครามในต่างประเทศ รวมถึงปัญหาแรงงานไม่สามารถเข้าทำงานได้ตามกำหนด แต่จากการหารือพบว่าปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไขไปหมดแล้ว ขณะที่ปัจจุบันยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะขยายสัญญาเพิ่มเติม และระยะเวลาตามสัญญาฉบับสุดท้ายได้ล่วงเลยมาเกือบ 1,000 วันแล้ว

ทั้งนี้ มูลค่าโครงการก่อสร้างอยู่ที่กว่า 149 ล้านบาท โดยยังมีงานที่ไม่แล้วเสร็จคิดเป็นมูลค่าประมาณ 60 กว่าล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงานระบบภายในอาคาร ที่น่ากังวลคือความคืบหน้าของโครงการซึ่งเดิมเคยได้รับข้อมูลว่าดำเนินการแล้วกว่า 80% แต่จากการติดตามล่าสุดกลับพบว่าตัวเลขความคืบหน้าอยู่ที่ประมาณ 74%

น.ส.ภัคญดา ยังระบุว่า จากการติดตามโครงการที่ผ่านมา พบว่าตนเองเคยได้พบกับผู้รับเหมาเพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นก็ไม่มีความคืบหน้าจากผู้รับจ้าง ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการทำให้งานก่อสร้างแล้วเสร็จ จึงมีความกังวลว่าโครงการอาจมีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ตามที่ควรจะเป็น

นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงโดยตรง ทั้งเรื่องสวัสดิการและขวัญกำลังใจ เนื่องจากเมื่อสถานีดับเพลิงแห่งใหม่ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องย้ายออกจากที่พักภายในสถานีตามกำหนดเดิมที่ให้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองเป็นเวลา 1 ปี แต่ปัจจุบันกลับล่วงเลยมาเกือบ 5 ปีแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องแบกรับภาระค่าเช่าที่พักด้วยตนเองมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่มีครอบครัวต้องรับภาระค่าใช้จ่ายมากกว่าคนอื่น ทั้งที่ที่พักดังกล่าวควรเป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการสำหรับผู้ปฏิบัติงาน

อีกประเด็นคือระหว่างที่สถานีดับเพลิงพระโขนงต้องย้ายไปปฏิบัติงานชั่วคราวในพื้นที่สถานีอนามัย เขตสวนหลวง บริเวณอ่อนนุช 38 ซึ่งเดิมออกแบบมาเพื่อให้บริการด้านสาธารณสุข ไม่ได้ออกแบบรองรับภารกิจของสถานีดับเพลิงโดยเฉพาะ ทำให้มีข้อจำกัดด้านพื้นที่จัดเก็บอุปกรณ์ เมื่อมีพื้นที่ไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่ต้องนำอุปกรณ์มากองรวมกัน ส่งผลให้อุปกรณ์บางส่วนเสื่อมสภาพเร็วจากความชื้น ทั้งที่อุปกรณ์ดับเพลิงจำเป็นต้องได้รับการจัดเก็บอย่างเหมาะสมและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อการปฏิบัติงานตามเกณฑ์ KPI 8 นาที ซึ่งเป็นกรอบเวลาที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ โดยระยะทางจากสถานีชั่วคราวบริเวณอ่อนนุช 38 ไปยังพื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงพระโขนงค่อนข้างห่าง อีกทั้งข้อจำกัดด้านพื้นที่ยังทำให้การนำรถดับเพลิงออกจากสถานีต้องใช้เวลาหลายนาที ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียเวลาไปตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมรถและออกปฏิบัติการ จนอาจกระทบต่อการทำเวลา KPI ทั้งที่สภาพสถานที่ปฏิบัติงานไม่ได้มีความพร้อมเท่าที่ควร ปัญหาเหล่านี้จึงส่งผลต่อทั้งประสิทธิภาพการทำงานและขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่

สก.เอลฟ์ กล่าวด้วยว่า ในวันพรุ่งนี้เตรียมตั้งกระทู้ถามผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ถึงแนวทางดำเนินการต่อไป โดยเฉพาะกรณีการยกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างรายเดิม หรือการจัดทำสัญญาใหม่ ว่าจะสามารถดำเนินการในรูปแบบใดได้บ้าง เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อและแล้วเสร็จโดยเร็ว

พร้อมฝากถึงหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องว่า การบรรเทาสาธารณภัย ไม่ว่าจะเป็นการดับเพลิงหรือภารกิจด้านอื่น ๆ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ เพราะทุกวินาทีและทุกนาทีมีความหมาย แต่โครงการสถานีดับเพลิงแห่งนี้กลับล่าช้ามาเป็นเวลาหลายปี นอกจากประชาชนจะได้รับผลกระทบแล้ว เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานยังต้องแบกรับภาระทั้งด้านที่พักและข้อจำกัดในการทำงาน จึงอยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเห็นใจประชาชนชาววัฒนาและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เร่งแก้ไขปัญหาให้สถานีสามารถกลับมาใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยเร็ว

ความคิดเห็น