“พริษฐ์” เชื่อ ครม. ยังจัดสรรเวลารับอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ใน พ.ย. แม้ตารางงานแน่น ยัน ยินดีปรับการอภิปรายแต่ไม่ลดทอนสาระสำคัญ ดักทางรัฐมนตรีเข้าสภาฯ ตอบกระทู้ฝ่ายค้านด้วย
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา ถึงการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (วิป) 3 ฝ่าย เพื่อกำหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ว่า ยังไม่ได้มีการนัดหมายใดๆ แต่เท่าที่ได้ยินจากประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็บอกว่ายินดีทำตามข้อเสนอของฝ่ายค้านที่จะทำหนังสืออย่างเป็นทางการไปที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อสอบถามช่วงวันเวลาที่ ครม. สามารถจัดสรรให้เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นได้ในสมัยประชุมนี้ หวังว่าจะได้รับความชัดเจนจาก ครม. โดยเร็ว และจะสามารถหาช่วงเวลาได้เร็วที่สุดภายในเดือนพฤศจิกายน
ทางด้านคำถามว่า สัญญาณจากรัฐบาลอาจจะเป็นช่วงต้นธันวาคม นายพริษฐ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่าอาจจะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนธันวาคม แต่เรามองว่าเดือนพฤศจิกายนน่าจะมีเวลาอยู่ และเข้าใจว่าในบางกรณี เช่น การประชุมเอเปก การประชุมเวทีสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่มีการกำหนดการไว้ล่วงหน้าสำหรับหลายประเทศ แต่หากตัดช่วงเวลาดังกล่าวออกไป ตนคิดว่ายังเหลือช่วงวันอีกพอสมควรที่หวังว่า ครม. จะบริหารจัดการได้ เช่น วันที่ 7-11 พฤศจิกายน หรือวันที่ 9-13 พฤศจิกายน ก็เป็นช่วงเวลาที่พรรคฝ่ายค้านพร้อมทำหน้าที่อยู่แล้ว ดังนั้น หวังว่าจะสามารถหาข้อสรุปเรื่องสัปดาห์และช่วงวันที่จะอภิปรายได้โดยเร็ว และเราต้องรอความชัดเจนจากทาง ครม. แต่ส่วนของพรรคฝ่ายค้าน เราจะมีการประชุมร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการในช่วงสัปดาห์นี้เพื่อจัดสรรเรื่องเวลาในการอภิปราย เพื่อรองรับกับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น
เมื่อถามว่าข้อมูลการอภิปรายจะต้องมีการปรับลดหรือไม่ หากรัฐบาลให้เวลาเพียงแค่ 4 วัน นายพริษฐ์ ระบุว่า สิ่งที่เราต้องทำคือการปรับลดเนื้อหาสาระสำคัญ ที่ผ่านมาพรรคฝ่ายค้านเตรียมเนื้อหาบนกรอบเวลาอภิปราย 5 วัน 60 ชั่วโมง ซึ่งเวลาดังกล่าวถูกอิงจากมาตรฐานที่เคยใช้ในอดีต เมื่อรัฐมนตรีเพิ่มขึ้นมาเป็น 18 คน ก็ควรจะมีตัวเลขที่สมเหตุสมผล เราวางแผนเนื้อหาบนกรอบเวลาดังกล่าวมาโดยตลอด แต่เมื่อมีการพูดคุยกันล่าสุด หากต้องมีการทบทวนหรือเจอกันครึ่งทาง เราก็ยินดีพูดคุยหาทางออก แต่ก็ต้องขอเวลาเพื่อปรับเนื้อหาเพื่อทำให้ภายใต้กรอบเวลาใหม่ ไม่ลดทอนเนื้อหาสาระสำคัญที่จะอภิปราย
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า เพราะเมื่ออภิปรายเสร็จแล้ว สส.ทุกคนต้องลงมติรัฐมนตรีทั้ง 18 คนแยกกัน ซึ่งเนื้อหาที่เราเตรียมไว้และหลักฐานต่างๆ ที่มีต้องเพียงพอที่จะทำให้ สส.ทั้ง 500 คน สามารถใช้ประกอบการตัดสินใจ ย้ำว่าสัปดาห์นี้พรรคฝ่ายค้านจะหารือเรื่องกรอบเวลาเป้าหมายคือจะทำอย่างไร ให้เราบริหารจัดการได้ แต่ต้องไม่ลดสาระสำคัญของข้อมูลหลักฐานที่จะนำเสนอ
ดักทาง รมต. ไหนๆ เคลียร์ตารางสำหรับซักฟอกแล้ว ก็เข้าสภาฯ ตอบกระทู้ฝ่ายค้านด้วย
นอกจากนี้ นายพริษฐ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงวาระการประชุมในสัปดาห์นี้ ว่า เป็นวาระทั่วไป โดยในวันที่ 28 ตุลาคม จะเป็นการพิจารณากฎหมาย ทั้งกฎหมายที่ส่งกลับมายังคณะกรรมาธิการ และที่ ครม. เสนอเข้ามาใหม่ ส่วนวันที่ 29 ตุลาคม จะเป็นเรื่องของกระทู้และรายงาน ซึ่งตนหวังว่าในส่วนของกระทู้เวลาฝ่ายค้านมีปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาซักถามรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง จะสามารถทำหน้าที่ในการมาตอบในสภาฯ ได้ ยิ่งสัปดาห์นี้นายกรัฐมนตรีและ ครม. บอกว่าเคลียร์เวลาไว้สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในตอนแรก หวังว่าแบบนี้คงไม่มีเหตุผลอะไรที่หากเราถามใครไปแล้วจะไม่มีใครไม่สะดวกมาตอบกระทู้สด
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าขณะนี้มีเหตุการณ์น้ำท่วมในจังหวัดภูเก็ต มองการบริหารจัดการของรัฐบาลอย่างไร นายพริษฐ์ ตอบว่า ปัญหาเฉพาะพื้นที่รอให้ทาง สส. ที่อยู่หน้างานมาสะท้อนจะแม่นยำกว่า แต่ภาพรวมในการบริหารจัดการภัยพิบัติ เราก็อยากเห็นประสิทธิภาพทั้ง 3 ช่วงเวลา คือ 1. การแจ้งเตือนอย่างทันท่วงที เพื่อให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่สามารถรับรู้ถึงข้อมูลและความเสี่ยงได้ 2. การเผชิญเหตุเมื่อภัยมาแล้วทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และ 3. เรื่องการเยียวยาที่ต้องมีความรวดเร็วลดภาระเรื่องเอกสาร ซึ่งเป็น 3 สาระสำคัญหลักที่เราพยายามนำเสนอต่อรัฐบาลมาโดยตลอดในวิกฤตน้ำท่วมที่เกิดมา.