บุกทลายโกดังยักษ์ บางเสาธง ยึดสินค้าไร้ มอก. 5 หมื่นชิ้น มูลค่าเกือบ 20 ล้านบาท อึ้งมีทั้งหมวกกันน็อก จุกนมยาง ของเล่นเด็ก เครื่องม้วนผม เตือนเช็กให้ดีก่อนซื้อ หวั่นเกิดอันตราย
วันที่ 30 ต.ค. 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รมต.อุตสาหกรรม มอบหมาย นายนนธนัตถ์ บุนนาค โฆษกชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายอาทิตย์ พัฒนพงศ์ชัย ผู้อำนวยการกองตรวจการมาตรฐาน 3 (ผอ.กต.3) สังกัดสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)
ร่วมนำกำลังเจ้าหน้าที่ สมอ. เข้าตรวจสอบโกดังสินค้าแห่งหนึ่ง ริมถนนบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 26 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนและสืบขยายผลพบข้อมูลว่า เป็นสถานที่จัดเก็บสินค้าที่ไม่มีเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก.
สถานที่ดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 28 ไร่ ประกอบด้วยโกดังขนาดใหญ่ 3 หลัง ภายในพบสินค้าหลากหลายประเภทจัดเก็บอยู่เป็นจำนวนมาก ลักษณะเป็นคลังสินค้าแบบฟูลฟิลเมนต์ ให้บริการรับฝากสินค้า บรรจุหีบห่อ และจัดส่งถึงลูกค้าให้กับผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์
จากการตรวจสอบ
เจ้าหน้าที่พบสินค้าที่อยู่ในกลุ่มมาตรฐานบังคับ แต่ไม่มีเครื่องหมาย มอก. หลายรายการ อาทิ หมวกกันน็อก จุกนมยาง ภาชนะพลาสติกสำหรับบรรจุอาหาร ของเล่นเด็ก และเครื่องม้วนผมไฟฟ้า รวมถึงสินค้าอื่นๆ โดยยอดตรวจนับเบื้องต้นมีมากกว่า 50,000 ชิ้น ประเมินมูลค่าประมาณ 15–20 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดและอายัดสินค้าที่เข้าข่ายความผิดไว้ดำเนินการตามกฎหมาย
นายนนธนัตถ์ บุนนาค เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มต้นจากข้อร้องเรียน ก่อนเจ้าหน้าที่ สมอ. จะสืบสวนขยายผลจนพบโกดังดังกล่าว และนำกำลังเข้าตรวจสอบตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่กำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายอย่างถูกต้องและครบถ้วน เพื่อป้องกันสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและอาจเป็นอันตรายต่อประชาชนเข้าสู่ท้องตลาด
นายนนธนัตถ์ กล่าวต่อว่า โกดังแห่งนี้เป็นคลังสินค้าขนาดใหญ่ มีสินค้าหลากหลายชนิด รองรับการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก โดยผู้ประกอบการสามารถนำสินค้ามาฝากเก็บ และให้ทางโกดังดำเนินการแพ็กพร้อมจัดส่งถึงลูกค้าได้อย่างครบวงจร เจ้าของสินค้าจึงไม่จำเป็นต้องเข้ามาดำเนินการด้วยตนเอง
ส่วนเจ้าของสินค้าเป็นผู้ประกอบการชาวไทยหรือชาวต่างชาตินั้น นายนนทนัท ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ ต้องตรวจสอบข้อมูลของผู้เกี่ยวข้องและเจ้าของสินค้าแต่ละราย เนื่องจากธุรกิจลักษณะนี้แยกระหว่างผู้ให้บริการคลังสินค้ากับผู้เป็นเจ้าของสินค้า อย่างไรก็ตาม จากการปฏิบัติงานในช่วงที่ผ่านมา มักพบผู้ประกอบการจีนใช้บริการจัดเก็บและกระจายสินค้าในรูปแบบดังกล่าว แต่สำหรับการตรวจพบครั้งนี้ยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
สำหรับการดำเนินคดี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในส่วนของการจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน แต่ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐาน ตามมาตรา 36 ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 55 จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยจะรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบความเกี่ยวข้องของแต่ละรายเพื่อดำเนินคดีต่อไป
นายนนธนัตถ์ ยืนยันว่า สินค้าที่ตรวจพบความผิดจะถูกอายัดทั้งหมด และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดในทุกช่องทางที่กฎหมายให้อำนาจ พร้อมตอบข้อกังวลว่าสินค้าที่ถูกอายัดอาจหลุดกลับไปจำหน่ายในท้องตลาดว่า จะไม่ปล่อยให้สินค้าผิดกฎหมายกลับไปถึงมือผู้บริโภค โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายชัดเจนให้ดำเนินคดีและนำสินค้าผิดกฎหมายไปทำลายตามขั้นตอน เพื่อป้องกันความเสียหายและอันตรายต่อประชาชน
นายนนธนัตถ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายของการตรวจยึดและอายัดสินค้าคือการกำจัดสินค้าที่สร้างความเสียหายหรือเป็นอันตรายต่อประชาชนอย่างจริงจัง แม้ไม่สามารถปราบปรามให้หมดได้ภายในครั้งเดียว แต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังร่วมกันดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สินค้าเหล่านี้ลดน้อยลงและหมดไปในที่สุด
นายนนทนัท ฝากเตือนผู้บริโภคให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนเลือกซื้อสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่อยู่ในกลุ่ม มอก. ภาคบังคับ ควรตรวจดูเครื่องหมายและรายละเอียดบนฉลาก รวมถึงสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พร้อมพิจารณาราคาประกอบการตัดสินใจ หากสินค้ามีราคาต่ำกว่าท้องตลาดมากผิดปกติ ควรตั้งข้อสังเกตและตรวจสอบให้รอบคอบ
พร้อมยกตัวอย่างว่า หากสินค้าที่จำหน่ายทั่วไปมีราคาประมาณ 100 บาท แต่กลับเสนอขายเพียง 10 บาท ผู้บริโภคควรตรวจสอบที่มาและมาตรฐานให้ชัดเจนก่อนซื้อ โดยย้ำว่า นอกจากการตรวจสอบและปราบปรามของหน่วยงานรัฐแล้ว การศึกษาข้อมูลสินค้าที่ซื้อใช้ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ยังเป็นส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน