คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangฉะเชิงเทรา · เปลี่ยน

อดีตประธาน กมธ.เศรษฐกิจฯ คาดจีดีพีไทยโต 2.5-3% สูงกว่า IMF ประเมิน ชี้ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์หนุน ชู AI เพิ่มขีดแข่งขันอุตสาหกรรมไทย

ที่มา: มติชน

อดีตประธาน กมธ.เศรษฐกิจฯ คาดจีดีพีไทยโต 2.5-3% สูงกว่า IMF ประเมิน ชี้ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์หนุน ชู AI เพิ่มขีดแข่งขันอุตสาหกรรมไทย

นายสมชาย หาญหิรัญ อดีตประธานกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยกรณีกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569-2570 จะขยายตัวเพียง 2.1% ว่า เศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวได้สูงกว่าที่ IMF ประเมินไว้ โดยน่าจะเติบโตประมาณ 2.5-3.0% จากปัจจัยสนับสนุนด้านการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับประโยชน์จากการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเพิ่มมูลค่า ทำให้สินค้ามีมูลค่าต่อหน่วยสูงขึ้นและสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ดี อย่างไรก็ตาม หากมองลงลึกไปอีกก็จะเห็นว่า เป็นการขยายตัวแบบกระจุก โดยที่อุตสาหกรรมบางสาขาที่เกี่ยวกับการส่งออก จะมีอัตราการขยายตัวที่สูง ในขณะเดียวกันอุตสาหกรรมหรือสาขาที่เกี่ยวข้องการบริโภคในประเทศ จะมีการขยายตัวที่ต่ำมาก โดยมีสาเหตุมาจากกําลังซื้อของคนในประเทศ และรายได้ที่มีข้อจํากัดจากหนี้ครัวเรือนที่สูง

นายสมชาย กล่าวว่า การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้เต็มศักยภาพ จำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการพูดถึงมาเป็นเวลานาน แต่การดำเนินการให้เกิดผลจริงต้องอาศัยความกล้าหาญและความมุ่งมั่นทางการเมืองเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและมีข้อจำกัดด้านการประสานงาน สำหรับมาตรการระยะสั้น ควรออกแบบนโยบายเพื่อเชื่อมโยงอุตสาหกรรมไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันมีการส่งออกในระดับสูง รวมถึงอุตสาหกรรมอื่นที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการส่งเสริมการลงทุนของไทยจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมไฟฟ้า และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกัยดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center)

นายสมชาย กล่าวว่า นอกจากนี้ เทคโนโลยี AI ยังสามารถช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยได้ 2 มิติสำคัญ ได้แก่ การนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและการทำงาน และการนำ AI เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือผลผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าให้สูงขึ้น หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI (AI-Related Products) โดยไทยควรออกแบบนโยบายและมาตรการในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับภาคเกษตรกรรมตามแนวคิดเกษตรอุตสาหกรรมที่มีการวางนโยบายพัฒนาตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ภาคเกษตร การบริหารจัดการโลจิสติกส์ การแปรรูป และการเพิ่มมูลค่าสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งในภาพรวมคาดว่าน่าจะช่วยทําให้ระบบการการดูแลภาคเกษตรกรได้ดีมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะมีการวางแผนการเพาะปลูกที่ดี ปลูกพืชชนิด คุณภาพและ ปริมาณตามความต้องการของผู้ซื้อ

นายสมชาย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม แม้แนวคิดการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมจะพยายามผลักดันมาเป็นเวลานาน แต่ยังติดขัดเรื่องการประสานงานของหลายหน่วยงานที่ดูแลแต่ละเรื่องในห่วงโซ่ แม้จะประชุมกันแล้วก็ยังติดกับอำนาจหน้าที่ที่จำกัดขอบเขตของแต่ละส่วน ทำให้ไม่มีเจ้าภาพหลัก ที่สามารถกําหนดนโยบายตลอดห่วงโซ่ได้ จึงจำเป็นต้องปรับรูปแบบการทำงานให้เกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การพัฒนาอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับภาคเกษตรเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยอุตสาหกรรมที่มีโอกาสพัฒนาตามแนวทางดังกล่าว ได้แก่ กลุ่มอาหารแห่งอนาคต (Future Foods) และอุตสาหกรรมเครื่องมือทางการแพทย์ เป็นต้น

ความคิดเห็น