คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangบุรีรัมย์ · เปลี่ยน

คกก.ร่วมพหุภาคีเพื่อการบริหารภาครัฐฯ ตั้ง 4 คณะทำงาน ขับเคลื่อนความเป็นธรรมภาครัฐ

ที่มา: ไทยรัฐ

เลขาธิการ ก.พ.ร. เผย คกก.ร่วมพหุภาคีเพื่อการบริหารภาครัฐฯ ตั้ง 4 คณะทำงาน ปราบโกง-สิ่งแวดล้อม-การมีส่วนร่วม-ยุติธรรม ยกเครื่องรับฟังความคิดเห็นประชาชนมีส่วนร่วมโครงการ-นโยบายรัฐบาล

เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมพหุภาคีเพื่อการบริหารภาครัฐระบบเปิด ครั้งที่ 2/2569 ที่มี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่าเนื่องจากประเทศไทยเป็นสมาชิก OGP (Open Government Partnership) หรือ ความร่วมมือรัฐบาลเปิด จึงต้องมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนให้การเป็นรัฐบาลเปิดเป็นรูปธรรมจริงๆ การประชุมวันนี้จึงเป็นการอนุมัติการตั้งคณะทำงาน 4 ด้าน คือ

1. เรื่องการต่อต้านการทุจริตมีนายมานะ นิมิตมงคล เป็นประธาน

2. การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมมีนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ เป็นประธาน

3. การมีส่วนร่วม มีนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ เป็นประธาน

4. กระบวนการยุติธรรมมีนายวีรศักดิ์ โค้วสุรัตน์ เป็นประธาน

น.ส.อ้อนฟ้า กล่าวว่า วันนี้สิ่งที่คณะกรรมการได้หารือกันอย่างมากคือแผนของการปฏิบัติการที่เรียกว่า National exam plan ซึ่งกระบวนการนี้มีการสอบถามความเห็นประชาชนมาแล้วว่า 4 เรื่องนี้เป็นเรื่องหลักที่ควรดำเนินการ โดยเฉพาะเรื่องแรก การต่อต้านการทุจริต มีเรื่องการปรับกระบวนการทำงานภาครัฐให้เกิดความโปร่งใส ภายใต้โครงการ 1 กรม 1 โปร่งใส ไร้เทา ที่ทาง ก.พ.ร. ขับเคลื่อนอยู่ และทาง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอการมีผู้ตรวจสอบของภาคประชาชนในทุกจังหวัด ซึ่งนายปกรณ์ ในฐานะประธานที่ประชุม มุ่งเน้นให้มีการขับเคลื่อนการออกระเบียบสำนักนายกฯ เกี่ยวกับการคุ้มครองเบาะแสของผู้ที่แจ้งว่า เราจะไปคุ้มครองเขาอย่างไร ซึ่งจะมุ่งเน้นอยู่ในแผนปฏิบัติการ

ส่วนด้านการมีส่วนร่วม มีการพูดถึงการแก้ไขระเบียบการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน โดยระเบียบเก่าค่อนข้างนานแล้วมีมากกว่า 20 ปี ก็ต้องมีการแก้ไขให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปให้มันชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งตรงนี้จะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่องโครงการ แต่นโยบายสำคัญต่างๆ ของรัฐบาล ประชาชนก็ต้องมีส่วนร่วมได้ตั้งแต่ต้น

น.ส.อ้อนฟ้า ระบุอีกว่า ส่วนการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ทาง TIJ จะเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก ซึ่งนายปกรณ์ บอกว่าต้องมุ่งเน้นประเด็นที่ OECD ให้ความสำคัญว่าจะทำให้เกิดการเข้าถึงเชิงนิเวศสู่กระบวนการยุติธรรมได้อย่างไร ขณะที่เรื่องของสิ่งแวดล้อมก็จะขับเคลื่อน โครงการที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ การแก้ปัญหา PM2.5 ที่เชียงใหม่ น่าน และ กทม. ซึ่งเป็นหลายเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ เราก็ต้องดึงการร่วมมือทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะภาครัฐ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เข้ามาช่วยดูแลตรงนี้ ให้มีการขับเคลื่อนร่วมกับภาคประชาสังคมและประชาชนมากขึ้น สำหรับการพูดคุยในวันนี้ ทุกคณะทำงาน จะรับไปปรับปรุงและกลับมาเสนอคณะกรรมการในครั้งต่อไป และเราจะมีการเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน ก่อนที่จะมีการอนุมัติแผนก่อนทุกครั้ง

ความคิดเห็น