บุรีรัมย์เตรียมจัดเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต 1 พ.ย.นี้ ยอดสมัครทะลุ 9,884 คน
จังหวัดเตรียมพร้อมกิจกรรมระยะ 5 และ 10 กิโลเมตร พร้อมจัดนิทรรศการให้ความรู้โรคหลอดเลือดสมอง 31 ต.ค. ที่ถนนคนเดินเซราะกราว
วันที่ 27 ต.ค.2569 นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ได้เรียกประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินี จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ห้องประชุมนารายณ์บรรทมสินธุ์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย จัดโครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินี ผู้ทรงเป็นดั่งแสงนำใจของประชาชนชาวไทย ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกาย ภายใต้หัวข้อ “สโตรก 4 โรค 6 พฤติกรรม รู้แล้วทำ ป้องกันได้”
สำหรับในส่วนของจังหวัดบุรีรัมย์ ได้กำหนดจัดกิจกรรมในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2569 โดยใช้สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นจุดปล่อยตัว และจุดเข้าเส้นชัย และใช้ถนนบริเวณด้านหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์. และหน้าศาลากลางหลังใหม่ เป็นเส้นทางวิ่ง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมออกกำลังกาย สร้างเสริมสุขภาพ และร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ซึ่งการประชุมในครั้งนี้เป็นการเตรียมพร้อม และติดตามงานที่ได้มอบหมายภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก โดยครอบคลุมด้านอาหาร การจราจร สถานที่จอดรถ การแพทย์และสาธารณสุข ห้องน้ำสาธารณะ รวมถึงการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้การจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สำหรับนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ บูธความรู้โรคหลอดเลือดสมอง บูธสถานีสุขภาพ บูธฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และบูธอาหารลดเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง กำหนดจัดขึ้น ในวันสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2569 โดยจะมีพิธีเปิดเวลา 17.30 น. ณ ลานเวทีวัฒนธรรม ถนนคนเดินเซราะกราว เทศบาลนครบุรีรัมย์ อ.เมืองบุรีรัมย์ สำหรับจำนวนผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมสนามบุรีรัมย์ในระบบ ณ ปัจจุบัน มีจำนวนทั้งสิ้น 9,884 คน แบ่งเป็นผู้สมัครเดิน-วิ่งระยะทาง 5 กิโลเมตร จำนวน 7,986 คน และระยะทาง 10 กิโลเมตร จำนวน 1,898 คน สะท้อนถึงความสนใจของประชาชนในการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและเฉลิมพระเกียรติ