คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

“ยศชนัน” ดึงมูลนิธิเทมาเส็ก ปั้นสตาร์ตอัป “ไทย–สิงคโปร์“ 3 อุตสาหกรรมจุดแข็งไทย 16 ต.ค. 2569

ที่มา: bangkokbiznews.com

“ยศชนัน” หารือมูลนิธิเทมาเส็ก ดึงร่วมทุน NIA ทอดสะพาน ปั้นสตาร์ตอัป “ไทย–สิงคโปร์“ ลุย 3 อุตสาหกรรมอนาคต เล็งดึงมหกรรม Global Innovation Challenge ประกวดนวัตกรรมโลกจัดในไทย ภายในปี 70

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) หารือกับ Mr. Ng Boon Heong กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิเทมาเส็ก (Temasek Foundation) องค์กรเพื่อสังคมภายใต้บริษัทลงทุนเทมาเส็กของสิงคโปร์

ถึงแนวทางความร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เพื่อเชื่อมโยงและพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพของทั้งสองประเทศ ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า สำหรับการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการสร้างความร่วมมือแบบสองทาง (Two-way Collaboration) โดย

มูลนิธิเทมาเส็ก ซึ่งเน้นให้ทุนสนับสนุนโครงการนำร่องเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในเอเชีย จะช่วยผลักดันสตาร์ทอัพไทยที่มีศักยภาพให้เข้าไปขยายตลาดในสิงคโปร์

ขณะเดียวกันจะดึงสตาร์ตอัปจากสิงคโปร์เข้ามาดำเนินธุรกิจและปรับใช้เทคโนโลยีให้เข้ากับบริบทของตลาดไทย (Localization)

ในด้านแหล่งเงินทุน ได้เตรียมแนวทางร่วมสนับสนุนทุน (Co-funding) ระหว่าง NIA และมูลนิธิเทมาเส็ก โดยทางมูลนิธิฯ จะสนับสนุนทุนแบบให้เปล่า (Grant) ควบคู่กับการดึงเครือข่ายกลุ่มธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) และกองทุนไพรเวทอิควิตี้ (Private Equity) เข้ามาช่วยให้สตาร์ตอัปเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างต่อเนื่อง

ตลอดจนเชื่อมโยงโครงการเร่งการเติบโตทางธุรกิจ (Accelerator) ของทั้งสองหน่วยงานเข้าด้วยกัน

ความร่วมมือดังกล่าวจะมุ่งเน้น 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่

- ด้านสุขภาพและการแพทย์ (Healthcare)

- ด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)

- ด้านอาหารแห่งอนาคต (Future Food)

กลุ่มเทคโนโลยีอาหารจะขับเคลื่อนผ่านโครงการ SPACE-F ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง NIA บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า “ประเทศไทยมีจุดแข็งทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญและโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม จึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสตาร์ทอัพด้านสุขภาพในการเข้ามาทำวิจัยทางคลินิก (Clinical Trials) และต่อยอดขยายธุรกิจในไทย

ความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยเข้ากับเครือข่ายนักลงทุนระดับภูมิภาค พร้อมต่อยอดการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกันระหว่างไทยและสิงคโปร์ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น”

นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้เชิญมูลนิธิเทมาเส็ก ในฐานะผู้จัดงาน The Liveability Challenge เวทีค้นหาโซลูชันด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ให้เข้ามาจัดการแข่งขันนวัตกรรมระดับโลก (Global Innovation Challenge) ในประเทศไทยในปี 2570 เพื่อเปิดพื้นที่ให้สตาร์ตอัปไทยได้แสดงศักยภาพ และดึงดูดนวัตกรรมจากทั่วโลกเข้าสู่ประเทศ

ความคิดเห็น