ย้อนคดี “หมอบี–พระอลงกต” ปมเงินบริจาค สู่คุกพันปี ข้อหาทุจริต-ฟอกเงิน
ย้อนความเป็นมาคดี “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” กับอดีตพระอลงกต วัดพระบาทน้ำพุ บัญชีรับบริจาคในชื่อบุคคล ก่อนตำรวจพบเส้นเงินหลายร้อยล้านบาท นำไปสู่การจับกุม ฝากขัง และยึดทรัพย์
หมอบีเป็นที่รู้จักจากการอ้างว่าสามารถติดต่อหรือรับรู้เรื่องราวจากวิญญาณ ก่อนสร้างเพจและช่องออนไลน์ชื่อ “งมงาย สไตล์หมอบี” และเข้ามาทำงานเป็นจิตอาสาให้วัดพระบาทน้ำพุเป็นเวลาหลายปี
ประมาณปี 2562 หมอบีเปิดบัญชีชื่อ “ใจฟ้าอาทรประชานาถ โดยนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล” เพื่อรับเงินจากประชาชน โดยประชาสัมพันธ์ว่าเงินดังกล่าวจะนำไปสนับสนุนภารกิจของวัดพระบาทน้ำพุและโครงการช่วยเหลือสังคม
ช่วงแรกยอดเงินอยู่ที่หลักล้านบาท แต่เมื่อหมอบีมีชื่อเสียงมากขึ้น จำนวนผู้ติดตามและผู้บริจาคก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย จนบัญชีดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนหลักร้อยล้านบาท
ประเด็นสำคัญคือ บัญชีที่ใช้รับเงินไม่ได้เปิดในชื่อวัดพระบาทน้ำพุโดยตรง แต่อยู่ภายใต้ชื่อบุคคล ทำให้เกิดคำถามว่าใครเป็นผู้ควบคุมเงิน มีระบบตรวจสอบอย่างไร และเงินทั้งหมดถูกส่งให้วัดครบหรือไม่
ต้นเดือนสิงหาคม 2568 สื่อสังคมออนไลน์เริ่มตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับยอดเงินบริจาค หลังพบข้อมูลว่าบางครั้งมีการเบิกเงินจากบัญชีมากกว่ายอดที่นำไปส่งมอบ เช่น มีการเบิกประมาณ 2.3 ล้านบาท แต่มียอดมอบให้เพียง 2 ล้านบาท
ในระยะแรก หมอบียืนยันว่าไม่ได้ฉ้อโกง เงินทุกส่วนสามารถชี้แจงได้ และการดำเนินงานต่าง ๆ ได้รับอนุญาตจากพระอลงกต พร้อมยืนยันว่าตนเป็นเพียงจิตอาสาที่ช่วยระดมเงินสนับสนุนโครงการของวัด
ด้านพระอลงกตให้ข้อมูลว่า หมอบีเคยได้รับอนุญาตให้เปิดบัญชีรับบริจาคจริง แต่เมื่อเกิดข้อร้องเรียนจึงสั่งห้ามนำชื่อวัด ชื่อมูลนิธิ หรือชื่อพระอลงกตไปเปิดรับเงินอีก พร้อมมอบหมายทนายความรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 หมอบีเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามและนำเอกสารทางการเงินไปชี้แจง โดยตำรวจเปิดเผยว่าได้รับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบมาตั้งแต่เดือนมีนาคมปีเดียวกัน
ผลตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บัญชีที่เปิดในชื่อหมอบีตั้งแต่ปี 2562 มีการเบิกถอนเงินมากกว่า 100 ครั้ง รวมกว่า 200 ล้านบาท บางรายการเบิกเงินหลักล้านบาท แต่ยอดที่ส่งต่อไปยังบัญชีวัดไม่ตรงกับยอดที่ถอนออกมา ตำรวจจึงเริ่มเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน
หมอบีปฏิเสธ ยืนยันเงินใช้ในโครงการของวัด
วันที่ 12 สิงหาคม 2568 หมอบีออกมาปฏิเสธว่าไม่มีเจตนาฉ้อโกง และไม่ทราบเรื่องเงิน 5.4 ล้านบาทที่ถูกตั้งคำถามว่าสูญหายไปไหน พร้อมยืนยันว่าได้นำเงินบริจาคส่งมอบให้พระอลงกตครบถ้วน
หมอบีชี้แจงว่า เงินบางส่วนถูกใช้ในโครงการต่าง ๆ เช่น ทุนการศึกษา การไถ่ชีวิตโคกระบือ และงานช่วยเหลือสังคมของวัด
ส่วนพระอลงกตยืนยันว่า เคยได้รับเงินสดจากหมอบีจริง แต่เงินที่ได้รับจะถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม และไม่ได้สั่งให้หมอบีถอนเงินสดมามอบให้เป็นการส่วนตัว
ตำรวจตรวจพบว่าเอกสารธุรกรรมบางฉบับมีลายมือชื่อของพระอลงกต แต่ยังมีข้อมูลบางส่วนขาดหายไป จึงต้องตรวจสอบว่าผู้ใดเป็นผู้อนุมัติการใช้เงิน และเงินถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งต่อผู้บริจาคหรือไม่
คดีขยายจากหมอบีไปถึงพระอลงกต
ช่วงแรกสังคมมองว่าวัดพระบาทน้ำพุอาจเป็นผู้เสียหายจากการรับบริจาคผ่านบัญชีหมอบี แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบลึกลงไปกลับพบข้อมูลว่า เงินบางส่วนอาจถูกส่งมอบให้บุคคลภายในวัดโดยไม่ได้เข้าสู่ระบบบัญชีของวัด
วันที่ 19 สิงหาคม 2568 ตำรวจระบุว่า การตรวจสอบไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพฤติการณ์ของหมอบีอีกต่อไป และประสานกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เข้าตรวจสอบที่ดิน ทรัพย์สิน และบุคคลที่ถือครองทรัพย์แทนวัด
ตำรวจยังเปิดเผยว่า ระหว่างการขอเอกสารทางบัญชี วัดให้ความร่วมมือค่อนข้างน้อยกว่าที่คาดไว้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบผ่านข้อมูลธนาคารและช่องทางอื่น
การตรวจสอบจึงเปลี่ยนจากคำถามว่า “หมอบีนำเงินให้วัดครบหรือไม่” ไปสู่คำถามที่กว้างขึ้นว่า “เมื่อเงินถูกส่งมอบแล้ว เงินเข้าสู่บัญชีวัดหรือถูกนำไปจัดการผ่านบุคคลอื่น”
ออกหมายจับ ปฏิบัติการค้น 17 จุด
วันที่ 22 สิงหาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางอนุมัติหมายจับอดีตพระอลงกต ก่อนที่ตำรวจสอบสวนกลางจะเปิดปฏิบัติการตรวจค้น 17 จุดในกรุงเทพมหานครและจังหวัดลพบุรี ช่วงเช้ามืดวันที่ 26 สิงหาคม
ตำรวจจับกุมพระอลงกตและหมอบี พร้อมตรวจยึดเอกสาร อุปกรณ์บันทึกข้อมูล เงินสด อาวุธปืน ยานพาหนะ และหลักฐานเกี่ยวกับที่ดินหลายรายการ หลังถูกจับกุม พระอลงกตได้ลาสิกขาและกลับมาใช้ชื่อ นายอลงกต พูลมุข
นายอลงกตถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่จัดการหรือรักษาทรัพย์สินของวัด แต่เบียดบังทรัพย์หรือยอมให้ผู้อื่นนำทรัพย์ไปโดยทุจริต ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมทั้งความผิดฐานฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน
ส่วนหมอบีถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าว และเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายเงินจากบัญชีรับบริจาค
ทั้งสองคนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและขอยื่นคำให้การเป็นเอกสาร
วันที่ 27 สิงหาคม 2568 พนักงานสอบสวนนำตัวนายอลงกตและหมอบีไปขอฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องมีมูลค่ามาก และพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว โดยเกรงว่าผู้ต้องหาอาจหลบหนีหรือเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ทั้งสองจึงถูกส่งตัวเข้าเรือนจำระหว่างดำเนินคดี
พบบัญชีและทรัพย์สินเชื่อมโยงจำนวนมาก
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ขยายผลตรวจสอบบัญชีของวัด กองทุน และบัญชีรับบริจาคที่อยู่ภายใต้การดูแลของบุคคลหลายกลุ่ม
ตำรวจพบเงินหมุนเวียนในบัญชีที่เกี่ยวข้องกับหมอบีประมาณ 300 ล้านบาท รวมถึงการถอนเงินสดจากบัญชี “ใจฟ้าอาทรประชานาถ” จำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบการโอนบ้านและที่ดินไปยังบุคคลอื่น จึงตรวจสอบว่าเป็นการโอนทรัพย์เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจยึดหรือไม่
เดือนพฤศจิกายน 2568 ตำรวจรายงานว่าสามารถรวบรวมและรับคืนโฉนดที่ดินกว่า 400 ฉบับ เอกสารสิทธิประเภทอื่นอีก 389 แปลง รวมพื้นที่ประมาณ 7,200 ไร่ มูลค่าประเมินมากกว่า 10,000 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ยังพบเงินกว่า 200 ล้านบาทถูกนำไปหมุนเวียนผ่านบุคคลอื่นในลักษณะให้กู้ยืม ขณะที่บางส่วนถูกเปลี่ยนเป็นที่ดิน ยานพาหนะ การลงทุน และทรัพย์สินประเภทอื่น ตำรวจจึงเร่งติดตามทรัพย์กลับคืนให้วัด พร้อมเตรียมดำเนินคดีกับบุคคลที่รับโอนหรือช่วยถือครองทรัพย์โดยรู้ที่มา
ตัวเลขทรัพย์สินกว่า 10,000 ล้านบาทเป็นมูลค่าทรัพย์ที่ตำรวจตรวจพบหรือรวบรวมคืนในภาพรวม ไม่ได้หมายความว่าศาลวินิจฉัยแล้วว่าทรัพย์ทั้งหมดเกิดจากการกระทำผิดของหมอบีและนายอลงกต
ป.ป.ง. ยึดทรัพย์ประมาณ 60 ล้านบาท
เดือนมกราคม 2569 คณะกรรมการธุรกรรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีจำนวน 20 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท
ทรัพย์สินประกอบด้วยเงินสด เงินในบัญชีธนาคาร รถยนต์ ที่ดิน และสินค้าแบรนด์เนม โดยเป็นการยึดไว้ชั่วคราวตามกฎหมายฟอกเงิน ไม่ใช่คำพิพากษาให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินในทันที
ต่อมา ปปง. เปิดให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอรับคืนทรัพย์สินหรือขอชดใช้ความเสียหาย พร้อมเปิดเผยว่า พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องนายอลงกต หมอบี และผู้เกี่ยวข้องต่อศาลแล้ว
ปมประวัติและตัวตนของอดีตพระอลงกต
นอกจากคดีเงินบริจาค เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวของอดีตพระอลงกต หลังพบข้อสงสัยเกี่ยวกับชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน ใบสุทธิ และเอกสารการบวชที่อาจไม่สอดคล้องกัน
ตำรวจยังตรวจสอบคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับประวัติการศึกษาและการทำงาน โดยเฉพาะคำอ้างว่าเคยมีส่วนร่วมออกแบบอาคารปิโตรนาส ประเทศมาเลเซีย เนื่องจากช่วงเวลาก่อสร้างและข้อมูลการทำงานบางส่วนไม่ตรงกับหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ได้รับ
ประเด็นเหล่านี้เป็นการสอบสวนอีกส่วนหนึ่ง แยกจากข้อกล่าวหาเรื่องเงินบริจาค และยังต้องรอผลการตรวจเอกสารรวมถึงการพิจารณาว่าจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่
ศาลพิพากษา
ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 มีรายงานว่า ศาลตัดสิน จำคุกอดีตพระอลงกต 742 ปี หมอบี 386 ปี แล้วต้องคืนเงิน ผสห สามร้อยล้าน แต่จำคุกจริง ห้าสิบปี