กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นแจ้งความดำเนินคดี กรณีสงสัยเจ้าหน้าที่เมืองโทยามะ ว่าปลอมแปลงข้อมูลสำมะโนประชากรปี 2025 ด้วยการเพิ่มจำนวนประชากรกว่า 2,000 คน ทำให้ตัวเลขเบื้องต้นทะลุ 400,000 คน ขณะที่ตำรวจเข้าตรวจค้นศาลาว่าการเมือง แต่ยังไม่ทราบแรงจูงใจที่แน่ชัด
กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเมืองโทยามะ หลังพบข้อสงสัยว่ามีการปลอมแปลงข้อมูลสำมะโนประชากรแห่งชาติปี 2025 ด้วยการเพิ่มจำนวนประชากรอย่างน้อย 2,000 คน โดยแก้ไขข้อมูลขนาดครัวเรือนที่เจ้าหน้าที่สำรวจเคยตรวจสอบและระบุว่าไม่มีผู้อยู่อาศัยจริง
ตำรวจได้เข้าตรวจค้นศาลาว่าการเมืองโทยามะ หลังรัฐบาลกลางส่งเรื่องร้องทุกข์ทางอาญาเพื่อสอบสวนกรณีดังกล่าว โดยเบื้องต้นคาดว่าอาจมีเจ้าหน้าที่ของเมืองหลายคนเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยว่าผู้ใดถูกระบุชื่อในคำร้อง หรือมีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดกี่คน
ข้อมูลสำมะโนเบื้องต้นที่กระทรวงเผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคม ระบุว่าเมืองโทยามะมีประชากร 402,133 คน แต่หลังตรวจสอบข้อมูลใหม่ ตัวเลขสุดท้ายที่ประกาศเมื่อวันที่ 29 กันยายน ถูกปรับลดลงเหลือ 399,197 คน ส่งผลให้จำนวนประชากรของเมืองต่ำกว่าเกณฑ์ 400,000 คน
เมืองโทยามะระบุว่า การกระทำที่ถูกกล่าวหาน่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม 2025 ถึงมกราคม 2026 ระหว่างขั้นตอนรวบรวมและประมวลผลข้อมูล หลังเจ้าหน้าที่สำรวจภาคสนามตรวจสอบและยืนยันจำนวนผู้อยู่อาศัยจริงแล้ว
ฮิโรฮิสะ ฟูจิอิ นายกเทศมนตรีเมืองโทยามะ กล่าวว่า รู้สึกไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงมีการกระทำดังกล่าว พร้อมแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ และกล่าวขอโทษประชาชนในเมือง กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสาร จังหวัดโทยามะ รวมถึงเจ้าหน้าที่สำรวจสำมะโนประชากรที่ได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนจากเหตุการณ์นี้
ฟูจิอิกล่าวว่า เมืองกำลังให้ความร่วมมือกับการสอบสวน และยืนยันว่าจะรับผิดชอบในเวลาที่เหมาะสม แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับหน่วยงานหรือตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวถึงในคำร้อง โดยระบุว่าควรปล่อยให้กระบวนการสอบสวนของตำรวจดำเนินไป
ขณะเดียวกัน นายกเทศมนตรียังปฏิเสธว่าไม่มีคำสั่งจากผู้บริหารระดับสูงให้เพิ่มตัวเลขประชากร และไม่เห็นด้วยกับการที่เมืองจะตั้งคณะสอบสวนคู่ขนาน เนื่องจากอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือและความเป็นอิสระของการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่
จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่จึงต้องเพิ่มจำนวนประชากรในข้อมูลสำมะโน โดยฟูจิอิกล่าวว่า เขาได้รับข้อมูลว่าผู้ที่เกี่ยวข้องอาจพยายามลดช่องว่างระหว่างตัวเลขสำมะโนกับข้อมูลทะเบียนราษฎรในระบบทะเบียนผู้อยู่อาศัยขั้นพื้นฐานของญี่ปุ่น แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่านี่คือแรงจูงใจที่แท้จริง
นายกเทศมนตรีไม่เชื่อว่าผู้เกี่ยวข้องต้องการทำให้เมืองดูมีประชากรมากขึ้น เนื่องจากเมืองโทยามะเองคาดการณ์ว่าจำนวนประชากรจะลดลงต่ำกว่า 400,000 คนอยู่แล้ว และกำลังดำเนินนโยบายเพื่อสร้างเมืองที่สามารถรับมือกับจำนวนประชากรที่ลดลงได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยว่าแรงจูงใจอาจเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางการเงิน เนื่องจากจำนวนประชากรมีส่วนในการคำนวณเงินอุดหนุนการจัดสรรภาษีท้องถิ่นจากรัฐบาลกลาง อย่างไรก็ตาม กระทรวงระบุว่า การที่ประชากรลดลงต่ำกว่า 400,000 คนจะไม่ทำให้จำนวนเงินที่เมืองได้รับเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
กระทรวงประเมินว่า การเพิ่มจำนวนประชากรกว่า 2,000 คนไม่น่าจะสร้างผลประโยชน์ทางการเงินจำนวนมาก ขณะที่การประเมินของเมืองระบุว่า หากตัวเลขประชากรที่สูงเกินจริงถูกนำไปใช้ในการคำนวณ อาจทำให้เมืองได้รับเงินจัดสรรมากกว่าที่ควร ราว 60 ล้านเยน หรือประมาณ 12.77 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงรายหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า แรงจูงใจที่เป็นไปได้อาจไม่ใช่เรื่องเงิน แต่อาจเป็นความกังวลเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของเมือง โดยกล่าวว่า ผู้เกี่ยวข้องอาจคิดว่าการประกาศว่าโทยามะมีประชากรลดลงต่ำกว่า 400,000 คน จะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของเมือง
การสำรวจสำมะโนประชากรของญี่ปุ่นจัดขึ้นทุก 5 ปี และถือเป็นหนึ่งในการสำรวจทางสถิติที่สำคัญที่สุดของประเทศ เนื่องจากข้อมูลถูกนำไปใช้ในการกำหนดเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงใช้ประกอบการคำนวณและจัดสรรเงินภาษีท้องถิ่นจากรัฐบาลกลาง
อากิฮิโระ ทามูระ ผู้อำนวยการฝ่ายสำมะโนประชากรของสำนักงานสถิติญี่ปุ่น กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าเสียใจอย่างยิ่งที่เกิดการจัดการข้อมูลอย่างไม่เหมาะสมในการสำรวจทางสถิติพื้นฐานและมีความสำคัญที่สุดของประเทศ
กระทรวงจึงตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีภายใต้กฎหมายสถิติ หลังเห็นว่าการเพิ่มจำนวนประชากรกว่า 2,000 คนในกรณีโทยามะเป็นการกระทำที่ร้ายแรง
ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นเคยพบกรณีบิดเบือนข้อมูลสำมะโนในเมืองฮิงาชิอุระ จังหวัดไอจิ เมื่อปี 2010 โดยเจ้าหน้าที่ปลอมแปลงแบบสำรวจสำมะโนอย่างน้อย 303 ฉบับ เพื่อช่วยให้เมืองมีจำนวนประชากรถึงเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับการยกระดับสถานะเป็นนคร
สำหรับกรณีโทยามะ นายกเทศมนตรีฟูจิอิระบุว่า เมืองจะจัดการอบรมเจ้าหน้าที่ทุกระดับ รวมถึงผู้บริหารระดับสูง พร้อมปรับปรุงระบบการทำงานภายในองค์กร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก ภายใต้กฎหมายญี่ปุ่น ผู้ที่มีความผิดฐานปลอมแปลงข้อมูลสถิติอาจถูกปรับหรือจำคุกสูงสุด 6 เดือน
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาประชากรลดลงและเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว โดยปีที่ผ่านมา จำนวนประชากรลดลงใน 46 จาก 47 จังหวัดทั่วประเทศ มีเพียงกรุงโตเกียวที่ไม่ลดลง และประชากรราว 3 ใน 10 ของญี่ปุ่นมีอายุ 65 ปีขึ้นไป
ผลสำมะโนล่าสุดระบุว่า ญี่ปุ่นมีประชากรซึ่งรวมชาวต่างชาติอยู่ด้วยเกือบ 123 ล้านคน ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2025 ลดลงประมาณ 3.17 ล้านคน หรือ 2.5% เมื่อเทียบกับการสำรวจเมื่อปี 2020.
ที่มา BBC / The Asahi Shimbun