คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

ญาติคาใจ ปมพลทหารเสียชีวิตในค่ายฯ ยังไม่เชื่อน้องก่อเหตุเอง ตร.นำมือถือไปตรวจสอบ เร่งหาสาเหตุ

ที่มา: มติชนอ่านแล้ว: 2

ญาติคาใจ ปมพลทหารเสียชีวิตในค่ายฯ ยังไม่เชื่อน้องก่อเหตุเอง ตร.นำมือถือไปตรวจสอบ เร่งหาสาเหตุ

ความคืบหน้ากรณี พลทหารอาสาฐิติกร วัย 20 ปี สังกัดค่ายแห่งหนึ่งที่ จ.นครราชสีมา ลาพักกลับบ้านที่ อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ช่วงวันที่ 1-10 กันยายน 2569 และวันเดินทางกลับเข้าค่ายทหาร ขึ้นรถตู้ที่ อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี เวลา 13.00 น. ไปต่อรถไฟที่สถานีรถไฟวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เวลา 17.35 น. ถึง ปลายทางสถานีจิระ อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เวลา 23.08 น. แต่ถึงกำหนดยังไม่ปรากฏตัวที่ค่ายทหาร พบเพียงเสื้อผ้า และของใช้ติดตัว ทางค่ายฯ จึงติดต่อไปหาผู้ปกครอง ซึ่งผู้ปกครองได้โพสต์ตามหาในโซเชียล จนต่อมา ไปพบร่างของพลทหารฐิติกร ผูกคอเสียชีวิตบริเวณป่าหลังร้านค้าสวัสดิการ พัน สร.3 ทางญาติได้เดินทางมารับศพเมื่อวาน(13 กันยายน 2569) ต่างเคลือบแคลงใจและสงสัยในประเด็นที่น้องเสียชีวิต เพราะไม่คิดว่า น้องจะก่อเหตุคิดสั้นแบบนี้

ล่าสุด วันนี้ (14 กันยายน 2569) พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้เปิดเผยความคืบหน้ากรณีทหารเสียชีวิตภายในค่ายทหารเพื่อคลายความสงสัยและเคลือบแคลงใจกับญาติ ว่า “หลังเกิดเหตุ ฝ่ายทหารและตำรวจได้ประสานงานกันอย่างใกล้ชิด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึง ประสานกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพื่อชี้แจงและรายงานความคืบหน้าทางคดีให้ญาติได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง ส่วนผลการชันสูตรพลิกศพอย่างเป็นทางการ จะนำมาใช้ประกอบการพิจารณาข้อเท็จจริงและสำนวนคดี

ซึ่งเมื่อวานนี้ ญาติของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ และบุคคลที่ญาติให้ความเคารพนับถือ ได้ร่วมพูดคุยหารือกัน ทางฝ่ายทหารและตำรวจได้ชี้แจงลำดับขั้นตอนการดำเนินการภายหลังเกิดเหตุ รวมถึงแนวทางการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับครอบครัว และญาติได้เดินทางมารับศพผู้เสียชีวิตนำไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่ จ.อุบลราชธานี แล้ว ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

ส่วนโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต ขณะนี้อยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนำไปตรวจสอบข้อมูลและไทม์ไลน์การใช้งาน ทั้งการติดต่อสื่อสารบุคคลที่มีการติดต่อ รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบคดี และประเด็นสำคัญว่า เหตุใดผู้เสียชีวิตจึงตัดสินใจกระทำการดังกล่าวนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุหรือแรงจูงใจที่แน่ชัดได้ จำเป็นต้องรอผลการตรวจสอบพยานหลักฐาน รวมถึงข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือ และผลชันสูตรอย่างเป็นทางการเสียก่อน เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรอบคอบและตรงตามข้อเท็จจริงต่อไป

ความคิดเห็น