ยัตเบรกทัน เกือบหลุดอาการป่วย “ต้า” กลางโหนกระแส เปิดกฎหมายข้อมูลสุขภาพ โทษถึงคุก
เฟซบุ๊ก เพจ Drama-addict เตือนหลังโหนกระแส 31 ส.ค. ข้อมูลสุขภาพเป็นความลับ หากเปิดเผยจนเจ้าตัวเสียหายอาจมีความผิด
ดราม่าระหว่าง ต้า เฟ็ดเฟ่ กับ ยัต ชัยโสโร ยังมีอีกประเด็นที่ถูกพูดถึง หลังทั้งคู่มาเผชิญหน้ากันในรายการโหนกระแสเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อชี้แจงข้อพิพาทเรื่องบริษัท หุ้น และทรัพย์สินที่เคยทำร่วมกัน ช่วงหนึ่งของรายการมีการพูดถึงอาการป่วยของต้า ก่อนบทสนทนาจะหยุดลงโดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดโรคต่อสาธารณะ
วันที่ 1 กันยายน เพจ Drama-addict แชร์โพสต์ของ อีจัน บันเทิง ที่นำข้อความบทสนทนาช่วงที่ฝั่งยัตและภรรยากล่าวถึงโรคที่ต้าป่วย เตือนว่า ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลส่วนตัวที่มีกฎหมายคุ้มครอง การนำข้อมูลของผู้อื่นมาเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจมีความเสี่ยงทางกฎหมาย
แอมยืนยันคำว่า “ต้าป่วย” ไม่ได้หมายถึงวิกลจริต
ประเด็นนี้เริ่มจากการพูดถึงเอกสารและการเซ็นชื่อในช่วงที่ต้าอ้างว่าตัวเองมีปัญหาด้านสุขภาพ ขณะที่แอม ภรรยาของยัต ยืนยันว่าเธออยู่ในวันที่ต้าเซ็นเอกสารและมองว่าต้ายังสามารถพูดคุยได้ตามปกติ
ต่อมารายการเปิดคลิปเสียงเก่าที่มีคำว่า “ป่วย” อยู่ในการสนทนา แอมจึงอธิบายว่า “คำว่าป่วยของแอม ไม่ได้หมายถึงวิกลจริต” พร้อมบอกว่าหมายถึงอาการป่วยอีกเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ต้าปิดเฟซบุ๊ก
แอมกำลังจะเขียนรายละเอียดเพิ่มเติม ก่อนถามว่าสามารถเปิดเผยได้หรือไม่ จากนั้นยัตพูดขึ้นว่า “ถ้าผมพูด ทางนู้นเขาจะฟ้องมั้ย” บทสนทนาจึงไม่ได้เปิดรายละเอียดอาการป่วยนั้นออกมาต่อ
Drama-addict มองว่า การหยุดเรื่องไว้ตรงนี้เป็นเรื่องที่ควรแล้ว เพราะข้อมูลสุขภาพของบุคคลไม่ใช่ข้อมูลที่สามารถนำมาเปิดเผยได้โดยไม่มีข้อจำกัด แม้บุคคลทั้งสองฝ่ายกำลังมีข้อพิพาทกันอยู่ก็ตาม
เปิดข้อมูลสุขภาพจนเจ้าตัวเสียหาย โทษสูงสุดคุก 6 เดือน
กฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 7 ซึ่งกำหนดว่า ข้อมูลด้านสุขภาพเป็นความลับส่วนบุคคล บุคคลอื่นไม่สามารถนำไปเปิดเผยในลักษณะที่น่าจะทำให้เจ้าของข้อมูลเสียหาย เว้นแต่เจ้าของข้อมูลต้องการให้เปิดเผย หรือมีกฎหมายเฉพาะกำหนดให้เปิดเผยได้
หากการเปิดเผยเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 7 มาตรา 49 กำหนดโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเป็นความผิดที่ยอมความได้
อย่างไรก็ตาม การพูดถึงอาการป่วยของคนอื่นไม่ได้หมายความว่าจะมีความผิดตามมาตรานี้ทันที กฎหมายยังต้องพิจารณาว่าเป็นข้อมูลสุขภาพของบุคคลนั้นจริงหรือไม่ เจ้าตัวยินยอมให้เปิดเผยหรือไม่ และการเปิดเผยมีลักษณะที่น่าจะทำให้เกิดความเสียหายหรือไม่
ดังนั้น เหตุการณ์ในโหนกระแสวันที่ 31 สิงหาคมยังไม่สามารถสรุปได้ว่าแอมหรือยัตทำผิดมาตรา 7 เพราะทั้งคู่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดอาการป่วยที่กำลังพูดถึงต่อสาธารณะ
PDPA ก็คุ้มครองข้อมูลสุขภาพ
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA จัดให้ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวตามมาตรา 26 การเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลประเภทนี้ต้องมีฐานทางกฎหมายรองรับ โดยหลักต้องได้รับความยินยอมอย่างชัดแจ้ง เว้นแต่เข้าเงื่อนไขยกเว้นที่กฎหมายกำหนด
PDPA มีบทลงโทษหลายระดับ หากผู้ควบคุมข้อมูลนำข้อมูลอ่อนไหวไปใช้หรือเปิดเผยโดยฝ่าฝืนกฎหมายจนมีลักษณะที่น่าจะทำให้เจ้าของข้อมูลเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรืออับอาย มาตรา 79 กำหนดโทษสูงสุด จำคุก 6 เดือน ปรับ 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีทำเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โทษสูงสุดเพิ่มเป็นจำคุก 1 ปี และปรับ 1 ล้านบาท
มาตรา 84 ยังกำหนดโทษปรับทางปกครองสูงสุด 5 ล้านบาท สำหรับผู้ควบคุมข้อมูลที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดบางส่วนเกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหว
แต่ตัวเลข 5 ล้านบาทไม่ใช่ค่าปรับอัตโนมัติสำหรับทุกคนที่พูดเรื่องสุขภาพของผู้อื่น เพราะ PDPA มีเงื่อนไขเรื่องสถานะผู้ควบคุมข้อมูล วิธีการนำข้อมูลมาใช้ และข้อยกเว้นตามกฎหมาย เช่น กิจกรรมส่วนตัวหรือในครอบครัว รวมถึงการใช้ข้อมูลเพื่อกิจการสื่อมวลชนที่เป็นไปตามจริยธรรมหรือประโยชน์สาธารณะ
จึงไม่สามารถสรุปจากคลิปเพียงอย่างเดียวว่า หากแอมหรือยัตพูดรายละเอียดต่อจะถูกปรับ 5 ล้านบาททันที
เปิดเรื่องป่วยแล้วเสียชื่อเสียง อาจเจอคดีหมิ่นประมาท
Drama-addict ยังกล่าวถึงความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งต้องพิจารณาแยกจากกฎหมายคุ้มครองข้อมูลสุขภาพ
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 กำหนดว่า ผู้ที่ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามจนมีลักษณะที่น่าจะทำให้อีกฝ่ายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง อาจมีความผิดฐานหมิ่นประมาท โทษสูงสุดจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากการกระทำเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 328 เช่น การเผยแพร่ผ่านสื่อหรือช่องทางที่กฎหมายกำหนด โทษสูงสุดอยู่ที่ จำคุก 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
การเปิดเผยโรคของคนอื่นจึงไม่ได้กลายเป็นคดีหมิ่นประมาทโดยอัตโนมัติ ต้องดูว่าข้อความที่พูดมีลักษณะเป็นการใส่ความและทำให้เจ้าของข้อมูลเสียชื่อเสียงตามองค์ประกอบของกฎหมายหรือไม่
กรณีของต้า ยัต และแอมในรายการวันที่ 31 สิงหาคมจึงยังไม่มีเหตุให้สรุปว่าฝ่ายใดทำผิดกฎหมายจากบทสนทนาช่วงนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือแอมกำลังอธิบายความหมายของคำว่า “ป่วย” ก่อนหยุดไว้โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดอาการ ขณะที่ยัตตั้งคำถามเองว่าหากพูดต่อจะถูกอีกฝ่ายฟ้องหรือไม่
- “แอม” ภรรยา “ยัต ชัยโสโร” ยืนยัน “ต้า เฟ็ดเฟ่” ขอออกจากบริษัทเอง ไม่เอาอะไรเลย
- เพจชัยโสโร ลั่น ความจริงคือความจริง ต่อให้ไม่ใช่ของคนส่วนใหญ่ หลัง ‘ยัต-ต้า’ เผชิญหน้า
- สรุปปมก่อน “ยัต” ขึ้นโหนกระแส 31 ส.ค. เปิด 5 ปมหลักที่ข้อมูลสองฝั่งยังไม่ตรงกัน
- ตีท้ายครัวบันเทิง รายงานคำชี้แจงของแอมเรื่องคำว่า “ป่วย”
- MGR Online ถอดคำสัมภาษณ์ ต้า ยัต และแอม ในโหนกระแส 31 สิงหาคม 2569
- สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ มาตรา 7 พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ
- ราชกิจจานุเบกษา พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562