‘วีระพงษ์’ เผยคืบหน้า FTA ไทย - EU เร่งประเมินผลเปิดตลาด – รักษาประโยชน์ประเทศ เปิดตลาดใหม่ถ่วงดุลการค้าจีน-สหรัฐ รับการลงทุนอนาคต
- การเจรจา FTA ไทย-EU อยู่ในขั้นตอนสุดท้าย โดยกำลังประเมินภาพรวม (Take stock) เพื่อเตรียมเจรจาประเด็นเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องการเปิดตลาด
- แม้จะเร่งรัดกระบวนการ แต่ยังคงต้องรักษาสมดุลเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระจายความเสี่ยงทางการค้าและลดการพึ่งพาสหรัฐฯ และจีน
- เป้าหมายของข้อตกลงไม่ได้จำกัดแค่การส่งออกสินค้าเกษตร แต่มุ่งเปิดตลาดสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น พลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยี เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจไทย
นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยถึงความก้าวหน้าการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป (EU) ในการเจรจารอบที่ 10 ซึ่งนับเป็นช่วงสุดท้ายของการเจรจาในภาพรวม โดยระบุว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการประเมินภาพรวม (Take stock) เพื่อพิจารณาและตรวจสอบรายละเอียดของประเด็นที่จะต้องเจรจาเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการเปิดตลาด
นายวีระพงษ์ กล่าวว่า แม้ไทยจะมีการตั้งเป้าหมายภายในเพื่อเร่งรัดกระบวนการเจรจาให้มีความรวดเร็วที่สุด เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านมีการแข่งขันสูงในด้านกฎกติกาและการตลาด แต่กระบวนการเจรจาจะต้องรักษาสมดุลระหว่างความเร็ว คุณภาพของการเจรจา และผลประโยชน์สูงสุดของประเทศโดยไม่จำเป็นต้องมุ่งเน้นเพียงแค่ความเร็วเพียงอย่างเดียว
สำหรับยุทธศาสตร์ทางการค้า สหภาพยุโรปนับเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของไทย โดยมีสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ประมาณร้อยละ 7.7 ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีสัดส่วนการส่งออกมากกว่าร้อยละ 20 ดังนั้น การเร่งเจรจา FTA กับ EU จึงเป็นหัวใจสำคัญในการกระจายความเสี่ยงทางการค้า (Diversification) และขยายตลาดเพื่อลดระดับการพึ่งพาประเทศมหาอำนาจหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและจีน
นอกจากนี้ เป้าหมายของการเจรจา FTA ไทย - EU ครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มปริมาณการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารแบบเดิม เช่น หมู ไก่ หรือทูน่า เท่านั้น แต่เป็นการเปิดประตูสู่ชุดธุรกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ พลังงานหมุนเวียน การส่งเสริมการลงทุน และเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยยกระดับและเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่ภาคธุรกิจไทยในระยะยาว