อุทาหรณ์เตือนใจ! ด.ญ. 6 ขวบ ‘เส้นเลือดในสมองตีบ’ กะทันหัน แพทย์คาดเจอโรคหายาก
อุทาหรณ์เตือนใจพ่อแม่! ด.ญ. วัย 6 ขวบ ล้มป่วย ‘เส้นเลือดในสมองตีบ’ กะทันหัน ทำวิวัฒนาการช้าลง แพทย์คาดเจอโรคหายาก
เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้ออกมาเผยแพร่อุทาหรณ์เตือนภัยจากคุณแม่รายหนึ่ง หลังจากลูกสาววัยเพียง 6 ขวบ ซึ่งมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงปกติดี จู่ ๆ เกิดล้มป่วยกะทันหันด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ซึ่งเป็นโรคที่มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ ในผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ
“เคสนี้น่าสนใจนะครับคุณแม่ของน้องเค้าฝากมาเป็นอุทาหรณ์คือเรื่องของเรื่องคือน้องเค้าเป็นเด็กผู้หญิงอายุหกขวบซึ่งสุขภาพแข็งแรงปกติดี
วันนึงเมื่อประมาณครึ่งปีที่แล้วน้องเค้ากำลังเล่นอยู่ในสนามเด็กเล่นแล้วอยู่ ๆ ก็มีอาการปวดหัว ปากเบี้ยว หน้าเบี้ยว หนังตาตก อ่อนแรง ทรงตัวไม่ได้ พูดไม่ชัด
คือในผู้สูงอายุถ้ามีอาการแบบนี้นี่ชัดเจนเลยว่าเส้นเลือดในสมองตีบแน่ แต่อันนี้เป็นเด็กแค่หกขวบเอง แต่คุณแม่เค้าเห็นอาการปุ๊บก็ตกใจและสงสัยคิดถึงเส้นเลือดในสมองเช่นกัน จึงรีบพาน้องเค้าส่งโรงพยาบาล
ตอนแรกไปที่โรงพยาบาลเอกชนก่อนและทำ CT brain แล้วก็พาไปที่โรงพยาบาลรัฐในเวลาต่อมา พอไปถึงโรงพยาบาลรัฐได้ทำการตรวจ MRI สรุปว่าน้องเป็น เส้นเลือดในสมองตีบจริง ๆ ครับ
หลังจากนั้นคุณหมอก็ทำการรักษาให้พวกยาละลายลิ่มเลือดและทำการกายภาพบำบัด จนปัจจุบันอาการน้องค่อยค่อยดีขึ้นตามลำดับ
จากเดิมที่น้องเป็นเด็กปกติแข็งแรงดี พอป่วยมีอาการแบบนี้คุณแม่บอกว่าน้องเหมือนพัฒนาการถดถอยไปเป็นปีเลย แล้วก็เดินไม่ค่อยถนัดวิ่งไม่ค่อยได้เพราะว่าแขนขายังอ่อนแรงข้างหนึ่ง ยังใช้มือข้างที่อ่อนแรงจับดินสอก็ยังไม่ค่อยได้ เดิมน้องเป็นเด็กฉลาดพูดภาษาอังกฤษคล่องแคล่ว แต่หลังจากเกิดเหตุก็ต้องไปเรียนรู้เรื่องภาษาอังกฤษกันใหม่แต่ต้นเลย แต่หลังจากทำกายภาพบำบัดมาหลายเดือนตอนนี้อาการของน้องดีขึ้นเยอะเลยเกือบจะกลับไปวิ่งได้แล้ว
ตอนนี้คุณหมอที่รักษาน้องกำลังตรวจหาสาเหตุที่ทำให้น้องเป็นเส้นเลือดในสมองตีบตั้งแต่อายุขนาดนี้ ตอนนี้สงสัยโรค moyamoya หรือ โรคเกี่ยวกับเส้นเลือดอักเสบที่ทำให้เกิดอาการแบบนี้ครับ
โรค moyamoya นี้เกิดจากการที่หลอดเลือดแดงใหญ่ที่นำเลือดไปเลี้ยงสมอง (Internal Carotid Artery) เกิดการตีบแคบหรืออุดตันอย่างช้า ๆ ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ
เมื่อสมองขาดเลือด ร่างกายจึงพยายามปรับตัวโดยการสร้างเครือข่ายหลอดเลือดฝอยเล็ก ๆ จำนวนมากบริเวณฐานของสมอง เพื่อเป็นเส้นทางเบี่ยงให้เลือดไหลผ่านไปเลี้ยงสมองได้ แต่ปัญหาคือหลอดเลือดที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้มีขนาดเล็กมากและผนังเปราะบาง เสี่ยงต่อการตีบตันซ้ำและแตกได้ง่ายมาก เมื่อแพทย์เอกซเรย์ฉีดสีดูหลอดเลือด จะเห็นกลุ่มหลอดเลือดฝอยเหล่านี้พันกันเป็นกระจุกดูคล้ายกับ “กลุ่มควัน” จึงเป็นที่มาของชื่อโรคนี้นั่นเอง
ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคที่แน่ชัด แต่ทางการแพทย์เชื่อว่ามีปัจจัยทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากพบได้บ่อยในประชากรแถบเอเชียตะวันออก เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี รวมถึงคนไทย
ผู้ป่วยมักจะแสดงอาการใน 2 ช่วงวัยหลัก คือ วัยเด็ก (ช่วงอายุ 5-10 ปี) และวัยผู้ใหญ่ (อายุ 30-50 ปี)
เด็กมักมาด้วยอาการภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) ทำให้มีอาการแขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือชัก
จุดสังเกตสำคัญ: อาการอ่อนแรงมักถูกกระตุ้นได้จากการที่เด็กทำกิจกรรมที่ต้อง “หายใจหอบเร็ว” (Hyperventilation) เช่น ร้องไห้อย่างหนัก, เป่าลูกโป่ง, เครื่องดนตรีประเภทเป่า, หรือการเป่าอาหารที่ร้อนจัด.
ส่วนในผู้ใหญ่ที่เป็นโรคนี้มากมายด้วยอาการของเส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลันครับ”
- ส่งกำลังใจ ปิง ฟรุตตี้ นักร้องดังยุค 80 ป่วยเส้นเลือดสมองตีบ เป็นเสาหลักครอบครัว กระทบรายได้
- หมอเจด เตือนคน 3 กลุ่ม อาบน้ำเย็นหน้าหนาว เสี่ยงเส้นเลือดสมองตีบ-แตก
- หนุ่ม 19 เส้นเลือดสมองตีบ หมอเตือน 5 พฤติกรรม ถ้าอยากสุขภาพดี ไม่ควรทำ
อ้างอิงจาก : FB Drama-addict