คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

ต่อยอดศักยภาพ SME อีสาน ด้วยเทคโนโลยี - นวัตกรรม - แหล่งทุนที่เข้าใจ 04 ก.ย. 2569

ที่มา: bangkokbiznews.com

สสว. ชี้โอกาสใหม่ SME อีสานใต้บูมเกษตรนวัตกรรม หลังพบสถิติส่งออกโคเนื้อพุ่งสูง แต่ยังขาดการต่อยอดโรงเชือดและแปรรูป เช่นเดียวกับสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น แพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกยังเป็นจุดแข็ง แนะผู้ประกอบการปรับตัวด้วยนวัตกรรม ทรานฟอร์มไปดิจิทัล AI และรองรับตลาดอีคอมเมิร์ซ ด้าน SME D Bank ประกาศพร้อมอัดฉีดสินเชื่อ 8 หมื่นล้านบาท พัฒนา SME พร้อมผลักดัน Green business ฝ่าวิกฤตทางภาษี

- สสว.เผยภาคอีสานมีศักยภาพสูงในการพัฒนา SME โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรนวัตกรรมโคเนื้อ สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น และธุรกิจท่องเที่ยว แต่ยังขาดการต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

- แนะให้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัวโดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เช่น AI และ E-commerce มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขยายโอกาสทางธุรกิจ

- SME D Bank ประกาศพร้อมสนับสนุนแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ อัดฉีดวงเงินสินเชื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรวม 80,000 ล้านบาท เพื่อช่วยในการลงทุนและปรับตัวทางธุรกิจให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

เศรษฐกิจภูมิภาคคือรากฐานของเศรษฐกิจประเทศ ในการเสวนา Co-Creating Isan’s Future : ปักหมุด โอกาสใหม่ให้ SMEs ท้องถิ่น ภายในงาน “Local First, Future Ready โอกาสท้องถิ่น: ISAN LANDING” จัดโดย “กรุงเทพธุรกิจ” เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา

ดร.เรขา ศรีสมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมโดยระบุว่า สถานการณ์ SME ในพื้นที่ภาคอีสาน มีสัดส่วนผู้ประกอบการสูงถึง 23% ของประเทศ โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไมโครหรือรายย่อยที่มีสัดส่วนสูงถึง 90% ของผู้ประกอบการทั้งหมดในภูมิภาค

โดยสัดส่วนดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า พื้นที่ภาคอีสานโดยเฉพาะอีสานใต้มีศักยภาพและโอกาสที่น่าจับตา เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่อยู่ศูนย์กลางของการเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านลาว และจีน อีกทั้งในอนาคตเมื่อมีรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) จะช่วยสนับสนุนให้การค้าและการส่งออกเติบโตขึ้น

ขณะที่โอกาสทางเศรษฐกิจ พบว่ากลุ่มเกษตรนวัตกรรมมีสัดส่วนการส่งออกสูงสุด โดยเฉพาะธุรกิจส่งออกโคเนื้อ เนื่องจากภาคอีสานถือเป็นแหล่งเลี้ยงโคเนื้อที่ใหญ่ที่สุด คิดเป็น 60% ของทั้งประเทศ และมีตัวเลขการส่งออกไปยังเวียดนามเติบโตอย่างโดดเด่นในปีนี้ แต่ปัญหาสำคัญคือผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังขาดการต่อยอดในระดับปลายน้ำ ทำให้การส่งออกในปัจจุบันยังเป็นในลักษณะการส่งออกโคเนื้อทั้งตัว

แนะต่อยอดอุตฯท้องถิ่นสู่มาตรฐานสากล

อย่างไรก็ดี โอกาสทางการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ คือการต่อยอดการลงทุนในธุรกิจโรงเชือดและอุตสาหกรรมแปรรูปเนื้อสัตว์ที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อรองรับการแปรรูปและผลิตสินค้าส่งออก โดย สสว.มองว่าธุรกิจประเภทนี้ควรเร่งผลักดัน เนื่องจากอนาคตอาจมีความเสี่ยงที่ไทยจะเป็นเพียงผู้ส่งออกโคเนื้อทั้งตัว แต่ต้องรับเนื้อแปรรูปกลับมาจากเวียดนาม และสูญเสียโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจอย่างมหาศาล

นอกเหนือจากด้านปศุสัตว์แล้ว ในพื้นที่อีสานสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่สะท้อนความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวยังเป็นโอกาสต่อยอดทางเศรษฐกิจ เช่น อาหาร เสื้อผ้าท้องถิ่น ดนตรี และสุราชุมชน ที่ได้รับการยกระดับคุณภาพและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย รวมถึงเศรษฐกิจสายมู ล้วนเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่เป็นโอกาสสำคัญทางธุรกิจ

เช่นเดียวกับธุรกิจด้านสุขภาพและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะแพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือก และศิลปะการนวด ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญ จากทักษะเฉพาะตัวอันโดดเด่นของคนอีสานที่ไม่สามารถหาแรงงานต่างประเทศมาทดแทนได้ และยังมีโอกาสเติบโตในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ปัจจุบันยังมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนไม่เกิน 5% เท่านั้น ทำให้ยังมีโอกาสส่งเสริมอุตสาหกรรมประเภทนี้เพิ่มเติม

เอไอ-นวัตกรรม-เทคโนโลยีทางลัดความสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้อยู่รอดท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจรอบด้าน สสว. แนะนำให้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัวด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยเฉพาะการทรานส์ฟอร์มธุรกิจไปสู่ระบบดิจิทัลและการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการจัดทำแผนธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ซึ่งปัจจุบัน สสว. ได้เตรียมแผนผลักดันโครงการส่งเสริมการตลาดผ่านอีคอมเมิร์ซและระบบไลฟ์คอมเมิร์ซ (Live Commerce)

โดยมีเป้าหมายสร้างและพัฒนาทักษะอินฟลูเอนเซอร์ทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการตัวเล็กในชุมชนสามารถเข้าถึงโอกาสใหม่ทางตลาดทั้งในและต่างประเทศได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยผู้ประกอบการยังสามารถติดตามข้อมูลผ่านการให้บริการในแอปพลิเคชัน SME Connect และศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจรประจำจังหวัด

“SME วันนี้เจอหลายด่าน ต้องปรับตัวตลอด ต้องอย่าอยู่เฉย เพราะถ้าอยู่เฉยก็จะถอยหลัง สสว.มีหลายโปรแกรมเพื่อให้ SME ไปต่อได้ พัฒนาความรู้ การทำบัญชี การทรานฟอร์มไปดิจิทัล AI และรองรับอีคอมเมิร์ซ เป็นอีกทางที่ช่วยให้ SME ปรับตัวและโตต่อ”

ทุนดอกเบี้ยต่ำลมใต้ปีกพยุงเอสเอ็มอี

นายอนุพงษ์ แสงอรุณทอง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank พร้อมรับบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ เป็นเสมือนลมใต้ปีกเพื่อช่วยพยุงและพัฒนาธุรกิจ SME ไทย ท่ามกลางสภาวะที่สถาบันการเงินพาณิชย์คุมเข้มการปล่อยสินเชื่อ

โดยในปีนี้ SME D Bank ตั้งเป้าหมายอัดฉีดวงเงินสินเชื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรวม 80,000 ล้านบาท พร้อมเจาะจงเป้าหมายสนับสนุน SME ในพื้นที่อีสานใต้ 10,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับการจัดสรรไปแล้วกว่า 7,000 ล้านบาท ปัจจุบันเหลืออีกราว 3,000 ล้านบาท เป้าหมายสำคัญเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของ SME อย่างยั่งยืน

เปิดช่องสินเชื่อปลุกพลังเอสเอ็มอี

ทั้งนี้ SME D Bank ได้ออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินด้วยข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเพียง 3% ต่อปี และผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ได้แก่ สินเชื่อ Green Productivity วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท สำหรับธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่สีเขียว เช่น การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้า หรือเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ รวมทั้งยังมีสินเชื่อปลุกพลัง SME วงเงินสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท และสินเชื่อบียอนด์ติดปีก SME วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท เพื่อหมุนเวียนในธุรกิจขนาดกลาง

“SME ต้องปรับตัวเอง นำเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพ AI มาช่วย ธุรกิจไม่เพียงต้องมีผู้บริหารที่เก่ง แต่ต้องมีผู้บริหารที่ปรับตัวให้เก่ง ถึงจะอยู่รอด วันนี้ต้องเดินหน้า Green business เพราะ EU และภาษีทรัมป์ อยากให้สินค้าที่ส่งไปเป็น Green business รู้ที่มาที่ไป ดังนั้นทุกคนต้องปรับตัว ปรับธุรกิจให้ 360 องศา เพื่อประสบความสำเร็จ”

ความคิดเห็น