ตร.ไซเบอร์เตือน มิจฉาชีพขอถ่ายบัตร ปชช.-สแกนหน้า อ้างแจกของช่วยน้ำท่วม อย่าให้เด็ดขาด
ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย มิจฉาชีพสวมรอยผู้ช่วยเหลือน้ำท่วม อ้างแจกของฟรีแลกถ่ายบัตรประชาชนและสแกนใบหน้า เตือนเจอแบบนี้ให้หยุดทันที
กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ ออกคำเตือนถึงประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย ให้เพิ่มความระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสจากความเดือดร้อน โดยทำทีเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ อ้างตัวเป็นหน่วยงานรัฐและนำสิ่งของมาแจกฟรี ก่อนขอข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ประสบภัย
ตำรวจไซเบอร์ระบุว่า หากการรับสิ่งของช่วยเหลือมีเงื่อนไขให้ถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือให้สแกนใบหน้า ขอให้หยุดและตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนทันที เพราะอาจเป็นกลโกงของมิจฉาชีพ เนื่องจากข้อมูลทั้งสองอย่างคือกุญแจสำคัญที่คนร้ายใช้ยืนยันตัวตนแทนเจ้าของ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดบัญชีม้า การเข้าถึงบัญชีธนาคาร หรือการสวมรอยทำธุรกรรมในชื่อของผู้เสียหายได้
คำเตือนนี้สอดคล้องกับประกาศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 ซึ่งเตือนเรื่องมิจฉาชีพฉวยโอกาสจากสถานการณ์น้ำท่วมใน 2 รูปแบบหลัก รูปแบบแรกคือการหลอกผู้ที่ต้องการบริจาค โดยสร้างเพจหรือบัญชีปลอม แอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ มูลนิธิ หรือบุคคลที่น่าเชื่อถือ นำภาพความเสียหายหรือภาพเก่ามาใช้สร้างความสะเทือนใจ รวมถึงอาจสร้างภาพหรือคลิปด้วยเอไอเพื่อจูงใจให้ร่วมบริจาคเข้าบัญชีที่อยู่ในการควบคุมของคนร้าย
รูปแบบที่สองคือการหลอกผู้ประสบภัยโดยตรง ด้วยการส่งข้อความ SMS หรือสร้างเพจปลอมอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เปิดให้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วม จากนั้นหลอกให้กดลิงก์หรือเพิ่มเพื่อนในไลน์ เพื่อกรอกเลขบัตรประชาชนและข้อมูลส่วนตัว รวมถึงหลอกให้สแกนใบหน้าหรือสแกนคิวอาร์โค้ด บางรายยังมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าดำเนินการ หรือค่าลงทะเบียน โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนสำหรับขอรับเงินช่วยเหลือ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติแนะนำให้ประชาชนยึดหลัก ก่อนช่วย ก่อนเชื่อ ก่อนโอน เช็กให้ชัวร์ คือไม่กดลิงก์แปลกที่ส่งมา ไม่กรอกข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงิน และไม่โอนเงินเพียงเพราะถูกเร่งรัดหรือกดดัน พร้อมตรวจสอบเพจ หน่วยงาน และชื่อบัญชีผู้รับเงินจากช่องทางทางการทุกครั้งก่อนดำเนินการ หากพบเหตุหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับภัยออนไลน์ สามารถแจ้งเหตุหรือสอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ศูนย์ AOC ตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ข้อสังเกตง่ายๆ สำหรับประชาชนคือ การแจกของช่วยเหลือของหน่วยงานรัฐตามปกติจะไม่มีการขอสแกนใบหน้า ไม่ขอรหัสผ่าน และไม่ขอข้อมูลทางการเงินใดๆ หากมีผู้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่แล้วตั้งเงื่อนไขเหล่านี้ ควรปฏิเสธและแจ้งผู้นำชุมชนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ตรวจสอบทันที โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งเป็นเป้าหมายที่ถูกเลือกบ่อยที่สุด
- กทม. แนะใช้ Chrome หรือ Safari ลงทะเบียนเงินเยียวยาน้ำท่วม ลดปัญหายื่นคำร้องไม่สำเร็จ
- สอบสวนกลาง เตือน สแกนม่านตาแลกเงิน ชี้เสี่ยงโดนสวมรอย ข้อมูลรั่วไหล
- ครม. ประกาศเพิ่ม สมุทรสงคราม เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เปิดทางเยียวยาน้ำท่วม