ติดกล้องวงจรปิดแค่ 2 ชั่วโมง เจ้าของบ้านเห็นภาพ รีบแจ้งตำรวจทันที
หญิงจีนติดกล้องวงจรปิดจับอดีตเพื่อนบ้าน ย่องเข้าห้องฉกเงิน 5 ครั้ง สูญกว่า 1 แสนหยวน พร้อมเปิดอุทาหรณ์เตือนภัยจุดซ่อนกุญแจหน้าห้องที่ไม่ปลอดภัย
หญิงแซ่เฉิน พักอาศัยอยู่ในนครเฉิ่นหยาง มณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน เกิดความรู้สึกผิดปกติต่อเนื่องนานหลายเดือน เมื่อสังเกตเห็นเงินสดที่เก็บไว้ไม่ตรงกับจำนวนที่จำได้ ทว่าไม่ได้สงสัยว่ามีคนบุกรุกเข้าบ้าน เพราะสภาพในบ้านยังคงเรียบร้อย ประตูหน้าต่างไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ข้าวของไม่กระจัดกระจาย
ปกติเฉิน เจ้าของบ้าน แวะมาดูบ้านเพียงเดือนละสองครั้ง อีกทั้งยังแยกเงินสดเก็บไว้หลายจุด เมื่อพบยอดเงินไม่ตรง จึงคิดว่าตนเองอาจจำผิดพลาดไปเอง
ความผิดปกติดำเนินไปจนถึงปลายเดือนกรกฎาคม เฉินตัดสินใจตรวจนับทรัพย์สินอย่างละเอียดอีกครั้ง พบเงินสดหายไปจำนวนมากจนไม่อาจคิดเป็นความหลงลืมได้ จึงเดินทางไปแจ้งความกับตำรวจสถานีเต้าอี้ สังกัดสำนักงานตำรวจเขตใหม่เฉิ่นเป่ย
ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ประตูหน้าต่างอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไร้ร่องรอยการรื้อค้น ตรวจสอบกล้องวงจรปิดส่วนกลางของชุมชนซ้ำหลายรอบ ไม่พบบุคคลแปลกหน้าน่าสงสัยเดินผ่านบริเวณบ้าน
การสืบสวนพบจุดน่าสนใจ ทรัพย์สินไม่ได้หายไปทั้งหมดในคราวเดียว แต่ทยอยหายไปทีละส่วน ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้ก่อเหตุน่าจะคุ้นเคยกับสภาพภายในบ้านเป็นอย่างดี การขโมยทีละน้อยทำให้เจ้าของบ้านจับสังเกตได้ยาก เมื่อลงมือสำเร็จหลายครั้งโดยไม่มีใครจับพิรุธได้ ผู้ก่อเหตุย่อมมีโอกาสย้อนกลับมาอีก เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้เฉินวางสิ่งของไว้ที่เดิม ติดตั้งกล้องวงจรปิดอัจฉริยะไว้เฝ้าดูความเคลื่อนไหว
แผนการนี้เห็นผลรวดเร็วเกินคาด หลังติดตั้งกล้องเสร็จเพียงสองชั่วโมงครึ่ง เฉินได้รับสัญญาณแจ้งเตือน พบชายคนหนึ่งเปิดประตูเดินเข้ามาในบ้าน จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีว่า “มีคนเปิดประตูเข้ามาในบ้านฉัน!”
ตำรวจรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ บุกเข้าไปในห้องนอน พบชายคนหนึ่งกำลังนั่งยองอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า เตรียมลงมือค้นทรัพย์สิน ตำรวจจึงเข้าควบคุมตัวไว้ทันควัน
การจับกุมครั้งนี้คลี่คลายปริศนาที่ค้างคามานานหลายเดือน ผู้ก่อเหตุไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นชายแซ่หลี่ อดีตเพื่อนบ้านของเฉิน ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ หลี่บังเอิญเห็นคนในครอบครัวของเฉินหยิบกุญแจห้องออกมาจากตู้เก็บรองเท้าบริเวณทางเดินหน้าห้อง จึงจำตำแหน่งไว้ แอบนำกุญแจมาไขเข้าบ้านเรื่อยมา
หลี่ใช้กุญแจจริงไขประตูบ้านอย่างง่ายดาย ระมัดระวังไม่แตะต้องข้าวของให้ผิดสังเกต หยิบเงินไปเพียงบางส่วน ทำให้เจ้าของบ้านเข้าใจผิดคิดว่าตนเองจำยอดเงินคลาดเคลื่อน ผลการสอบสวนพบว่าหลี่แอบลักลอบเข้าบ้านหลังนี้ถึง 5 ครั้ง ขโมยเงินสดไปรวมประมาณ 103,000 หยวน ตำรวจจึงควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ตามกฎหมาย
ตำรวจฝากเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเก็บเงินสดจำนวนมากไว้ในบ้าน ไม่ควรซ่อนกุญแจสำรองไว้ในจุดที่คนภายนอกมองเห็นหรือหยิบจับได้ง่าย สำหรับบ้านที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยประจำ การติดตั้งกล้องวงจรปิดหรืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัยจะช่วยตรวจจับความผิดปกติได้อย่างทันท่วงที