ทรัมป์หยุดขายน้ำมัน! – บีบีซี รายงานวันที่ 2 ต.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา กล่าวว่าอาจขอให้ประเทศในยุโรปปล่อย น้ำมันดีเซลสำรอง บางส่วนออกสู่ตลาดเพราะกำลังพิจารณาระงับการส่งออกน้ำมันดีเซลจากสหรัฐท่ามกลางภาวะขาดแคลนทั่วโลก
สหรัฐซึ่งเป็นผู้จัดหาน้ำมันดีเซลรายสำคัญของโลก มีปริมาณการส่งออก 1.2-1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขู่ว่าจะจำกัดการส่งออกน้ำมันดีเซลในช่วงที่ต้นทุนพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสงครามในอิหร่าน ส่งผลให้ผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนว่าการระงับการส่งออกอาจสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อราคาน้ำมันดีเซลในประเทศอื่นๆ ด้วย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก นายสกอต เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐ เรียกร้องให้ยุโรปเตรียมพร้อมและปล่อยน้ำมันดีเซลสำรองออกมาทันที โดยให้เหตุผลว่า
“เกษตรกร ผู้ขนส่ง และธุรกิจของสหรัฐไม่ควรต้องแบกรับภาระ พันธมิตรชาติยุโรปของเราควรเร่งดำเนินการตามข้อผูกพันที่มีอยู่เดิมและจัดหาน้ำมันเพิ่มเติมออกมาใช้ทันทีเพื่อรับมือกับปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานที่กำลังเกิดขึ้น” นายเบสเซนต์ย้ำ
รัฐบาลสหราชอาณาจักรหารือกับพันธมิตรในยุโรปเกี่ยวกับการปล่อยน้ำมันดีเซลสำรองเพื่อตอบสนองต่อการระงับการส่งออก นายมาร์ติน แมคคลัสกีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหราชอาณาจักร หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีพลังงานของยุโรปเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา
แหล่งข่าวเปิดเผยว่าการเตรียมมาตรการรับมือร่วมกับประเทศอื่นๆ รวมถึงกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป (อียู) ถือเป็นแนวทางที่รอบคอบ และว่ายังมีปริมาณน้ำมันสำรองของยุโรปหลงเหลืออยู่จากการระบายน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกันในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลในสหราชอาณาจักรในสัปดาห์นี้พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ประมาณ 2 ปอนด์ (ราว 88 บาท) ต่อลิตร